หน่วยปราบอาชญากรรมอังกฤษยอมรับผิดให้ข้อมูล ตร. ไทย หลักฐานสำคัญคดีเกาะเต่า

จำเลย Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ EPA

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (29 ส.ค.) องค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติแห่งสหราชอาณาจักร ออกมายอมรับว่า ได้กระทำผิดกฎหมายหลังจากได้ส่งข้อมูลให้ตำรวจไทยอันเป็นผลสำคัญให้จำเลยในคดีเกาะเต่าถูกพิพากษาประหารชีวิต ด้านหัวหน้าทีมทนายฝ่ายจำเลย ระบุแม้การออกมายอมรับจะไม่มีผลกับรูปคดีหลังจากได้ยื่นฎีกาไปแล้ว แต่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาธารณชนควรได้รับรู้ว่าหน่วยงานของอังกฤษกระทำไม่ถูกต้อง

นายนคร ชมพูชาติ หัวหน้าทีมทนายความฝ่ายจำเลย เปิดเผยกับกับบีบีซีไทยว่า ลูกความของเขาขอให้ประสานให้ทนายที่อังกฤษยื่นเรื่องต่อศาลสูงในกรุงลอนดอนให้ทบทวนการดำเนินการขององค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ที่ส่งข้อมูลจากโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตในคดีเกาะเต่าให้กับทีมสืบสวนของไทย ซึ่งการที่องค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ออกมายอมรับว่ากระทำผิดนั้น "ไม่ส่งผลเท่าไหร่" ต่อรูปคดีที่เพิ่งยื่นฎีกาไปเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานนี้จะไม่ทำเรื่องไม่ถูกต้องเช่นนี้อีก

"ไม่ส่งผล[ต่อการพิจารณาในชั้นฎีกา]เท่าไหร่ มันเป็นเรื่องสาธารณชน จะได้ไม่ทำผิดกฎหมายอีก ในสำนวน ตำรวจไทย ฝ่ายโจทก์ อัยการ เขาไม่ได้อ้างอิง เขาให้[ข้อมูลนี้]กันลับ ๆ เขาอ้างข้อมูล แต่ไม่ได้บอกว่าได้จากหน่วยงานนี้"นายนคร กล่าว

นสพ.เดอะการ์เดียน รายงานว่า องค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ได้เผยหลักฐานการใช้โทรศัพท์ของนายเดวิด มิลเลอร์ หนึ่งในผู้เสียชีวิตชาวอังกฤษ ให้กับทีมสืบสวนของไทย ทำให้ฝ่ายอัยการกล่าวได้ว่าจำเลยอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเหยื่อผู้เสียชีวิต

นายเวพิว หรือวิน และนายซอ ลิน หรือโซเรน แรงงานชาวเมียนมา ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตในคดีข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะ สมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2557

รายงานในเว็บไซต์ นสพ.เดอการ์เดียนรายงานว่า การส่งข้อมูลขององค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ให้กับตำรวจไทยมีขึ้นในปีเดียวกัน ขณะที่การพิจารณาของศาลสูงอังกฤษเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา คำสั่งศาลระบุว่า องค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ละเลยกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ต้องขออนุญาตผู้อำนวยการองค์การ หรือจากกระทรวงมหาดไทยก่อน เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นถกเถียงเนื่องจากรัฐบาลอังกฤษคัดค้านการลงโทษประหารในประเทศอื่น จึงทำให้มีกฎเข้มงวดว่าฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักรเองจะช่วยเหลือตำรวจต่างชาติได้มากแค่ไหน ในกรณีที่ผู้ต้องหาอาจถูกลงโทษประหารชีวิต

รายงานในเว็บไซต์ นสพ.เดอะการ์เดียน และสำนักข่าวพีเอ ระบุว่าองค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ได้ออกมายอมรับว่าการกระทำดังกล่าว รวมถึงการส่งข้อมูลอื่น ๆ ต่อ เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ และนายเดวิด มิลเลอร์

ขณะนี้ บีบีซีไทย ได้สอบถามไปองค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติฯ ว่าจะมีท่าทีอย่างไรต่อไป เนื่องจากข้อมูลที่ได้ให้กับทางตำรวจได้มีผลสำคัญต่อคดีที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด

มายา โฟ ผู้อำนวยการของ รีพรีฟ องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การที่องค์การปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติแห่งสหราชอาณาจักรเผยแพร่ข้อมูลนี้อย่างลับ ๆ ก็ถือว่าไม่เหมาะสมอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ ยังได้ออกมายอมรับว่าทำสิ่งนี้อย่างผิดกฎหมาย โดยไม่ไตร่ตรองเสียก่อนเลยว่าการกระทำนั้นจะส่งผลกับการดำเนินกระบวนการยุติธรรมในขณะที่ชายสองคนกำลังเผชิญกับโทษประหาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง