เทียบมาตรการช่วยชาวนา “ยิ่งลักษณ์ vs ประยุทธ์” ก่อนถึงวันพิพากษาจำนำข้าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.พระนครศรีอยุธยา "อู่ข้าว" ลำดับต้นๆ ของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีมติออกมาตรการช่วยเหลือชาวนารอบล่าสุด อีก 8.72 หมื่นล้านบาท โดยนำไปช่วยชาวนาใน 3 โครงการ แบ่งเป็น

  1. โครงการสินเชื่อสำหรับรวบรวมข้าวโดยสถาบันการเกษตร
  2. โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี หรือที่เรียกกันว่า "จำนำยุ้งฉาง" ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน หยิบมาปัดฝุ่นใช้อีกครั้งภายหลังล้ม "จำนำข้าว" ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
  3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ค้าข้าวในการเก็บสต็อกข้าวไว้ยังไม่ขาย

หากรวบรวมจำนวนเงินที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ในการช่วยเหลือชาวนา นับตั้งแต่ปลายปี 2557 จนถึงปัจจุบัน จะมีรวมกันทั้งสิ้น 6.78 แสนล้านบาท ซึ่งเกือบจะใกล้เคียงกับวงเงินที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้ในการจำนำข้าว ที่มีการประเมินว่า น่าจะอยู่ที่ราว 8.84 แสนล้านบาท

คำถามที่น่าสนใจก็คือ อะไรคือข้อแตกต่างสำคัญในการใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อช่วยเหลือชาวนาอาชีพซึ่งว่ากันว่าเป็น "กระดูกสันหลังของชาติ" ของทั้ง 2 รัฐบาล

ชาวนาไทย คือ กระดูกสันหลังของชาติ?

มีจำนวนทั้งสิ้น

17.6 ล้านคน

  • 1 ใน 5 ของประชากรไทย

  • 30% ของแรงงานทั้งประเทศ

  • 10% จำนวนรายได้รวมของชาวนา

AFP/Getty Images

รัฐบาลยิ่งลักษณ์: จำนำข้าวทุกเมล็ด ไม่มีโควต้า และต้องหมื่นห้า

"ข้าว" นอกจากเป็น "สินค้าเศรษฐกิจ" ยังเป็น "สินค้าการเมือง" นโยบายเกี่ยวกับข้าวนอกจากจะส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล ยังอาจผลชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะได้เข้ามามีอำนาจ เห็นได้จากการเลือกตั้งในปี 2554 ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ชนะพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อย่างถล่มทลาย 265 ต่อ 159 เสียง โดยหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า มาจากนโยบายจำนำข้าวที่โดนใจชาวนามากกว่า จนทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศ ทั้งที่เปิดตัวสู่เวทีการเมืองได้เพียง 49 วัน

ความจริง โครงการรับจำนำข้าวไม่ใช่เรื่องใหม่ ภาครัฐไทยใช้มากว่า 30 ปีแล้ว นับแต่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี 2525 แต่เพิ่งมาเกิดความเปลี่ยนแปลงมโหฬารในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ในปี 2546 เมื่อมีการขยับราคารับจำนำให้ "สูงกว่าราคาตลาด" เป็นครั้งแรก แต่ครั้งนั้นก็ยังมีการกำหนด "โควต้า" การรับจำนำข้าวจากชาวนาแต่ละราย

กระทั่งมารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เพียงการ "รับจำนำข้าวทุกเมล็ด - ไม่มีโควต้า" ยังการันตี "ตันละ 15,000 บาท" ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดในขณะนั้นถึง 50% ที่แม้สร้างคะแนนจากชาวนาอย่างสูง จากการได้รับเงินอย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ด้านหนึ่งก็สร้างภาระต่องบประมาณค่อนข้างมาก กระทั่งเคยมีรัฐมนตรีบางคนออกมาโยนหินถามถางเรื่องลดราคาจำนำ เหลือตันละ 12,000 บาท แต่ก็ถูกผู้แทนชาวนาคัดค้านอย่างหนักหน่วง จึงต้องยึดราคาดั้งเดิมต่อไป

และโครงการนี้ก็กลายเป็นวิบากกรรมเมื่ออำนาจรัฐเปลี่ยนมือจากนักการเมืองมาสู่ทหาร

มาตรการช่วยชาวนาของรัฐบาลประยุทธ์

678,498 ล้านบาท

คือจำนวนเงินทั้งหมด

  • จากอย่างน้อย 37 โครงการ

  • เฉพาะจำนำยุ้งฉาง 4 ฤดูกาลผลิต

  • รวมเป็นเงิน 148,210 ล้านบาท

สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี

รัฐบาลประยุทธ์: แจกเงินไร่ละพัน จำนำยุ้งฉาง และเลิกปลูกข้าว

นับแต่รัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศหลังยึดอำนาจ ในปี 2557 ก็มีมาตรการช่วยชาวนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการแจกเงินไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ รวมใช้งบกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเรียกเสียงวิจารณ์ว่าไม่ต่างจาก "ประชานิยม" แต่ผู้เกี่ยวข้องก็ชี้แจงว่าเป็นเพียงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น

จากนั้น ได้นำมาตรการที่เรียกว่า "จำนำข้าวยุ้งฉาง" ซึ่งเคยมีบางรัฐบาลในอดีตใช้มาก่อน กลับมาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง โดยสาระสำคัญที่แตกต่างจากจำนำข้าวจะมีอยู่ 2 ข้อ คือ

  1. จำนำยุ้งฉาง จะกำหนดราคาจำนำแค่ 90% ของราคาตลาด เพื่อให้ชาวนาได้มีโอกาสมาไถ่ถอน หากราคาข้าวในตลาดสูงกว่า ขณะที่จำนำข้าว โดยเฉพาะสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำหนดไว้สูงกว่าราคาตลาดถึง 50%
  2. จำนำยุ้งฉาง ชาวนาสามารถเก็บข้าวไว้ที่ยุ้งฉางของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องนำมาฝากไว้ที่รัฐ ซึ่งคนในรัฐบาลของ คสช. อ้างว่า เป็นการปิดช่องไม่ให้เกิดการทุจริต ที่สำคัญ ไม่เป็นภาระต่องบประมาณ ที่ต้องเสียค่าจัดเก็บและดูแล
Image copyright สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน รัฐบาล คสช. ยังได้ดำเนินมาตรการอื่นอีก เช่น ทำเกษตรกรรมแปลงใหญ่ โซนนิ่งปลูกข้าว หรือให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ได้ราคาดีกว่า ที่ถูกตอบโต้จากตัวแทนชาวนา อย่างนายวิเชียร พวงลำเจียก อดีตนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยที่บอกว่า "การให้ชาวนาเลิกทำนา เท่ากับสั่งให้พวกเราไปตาย เพราะชาวนาส่วนใหญ่ทำนามาตลอดชีวิต"

แต่นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิจัยจาก TDRI กลับมองว่า การย้ายแรงงานออกนอกภาคเกษตรเป็นเรื่องจำเป็น เพราะภาคเกษตรให้ผลตอบแทนค่อนข้างน้อย

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า หากทำตามรัฐบาลชุดนี้ "ชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้แน่นอน"

ราคาเฉลี่ยการขายข้าวในตลาด ช่วงสิบปีหลัง (หน่วย: บาทต่อตัน)
ปี (รัฐบาล) ข้าวเปลือกขาว ข้าวเปลือกหอมมะลิ นโยบายเด่นของรัฐบาล
2551 (อภิสิทธิ์) 9,748 12,726 ประกันรายได้
2552 (อภิสิทธิ์) 8,840 13,770 ประกันรายได้
2553 (อภิสิทธิ์) 8,558 13,127 ประกันรายได้
2554 (อภิสิทธิ์/ยิ่งลักษณ์) 10,227 15,196 ประกันรายได้/จำนำข้าว
2555 (ยิ่งลักษณ์) 9,886 15,379 จำนำข้าว
2556 (ยิ่งลักษณ์) 7,893 14,672 จำนำข้าว
2557 (ยิ่งลักษณ์/ประยุทธ์) 7,822 12,781 จำนำข้าว/จำนำยุ้งฉาง
2558 (ประยุทธ์) 7,825 11,632 จำนำยุ้งฉาง
2559 (ประยุทธ์) 7,367 8,653 จำนำยุ้งฉาง
2560 (ประยุทธ์)* 7,730 9,630 จำนำยุ้งฉาง

ที่มา: สำนักเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

*หมายเหตุ จนถึงเดือน ส.ค.2560

การเมืองเรื่องข้าว

หากเป้าประสงค์ในการเล่นงาน นายทักษิณ ชินวัตร จากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 คือสารพัดคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เป้าประสงค์ในการเล่นงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวคนเล็กของตระกูลชินวัตร จากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ก็คือสารพัดคดีที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ "โครงการรับจำนำข้าว"

ถึงปัจจุบัน อดีตนายกฯหญิง ถูกลงโทษจากการดำเนินโครงการนี้ไปแล้วใน 3 ลักษณะ ทั้งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่ง คสช. แต่งตั้งมา มีมติ 190 ต่อ 18 ให้ถอดถอนเธอ พร้อมตัดสิทธิ์การดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เป็นเวลา 5 ปี หรือจนกว่าจะถึงปี 2563

Image copyright AFP/Getty Images

นอกจากนี้ ยังโดนออกคำสั่งทางปกครอง เรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 3.57 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 777 เท่า จากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอมีอยู่ในปัจจุบัน

คู่ขนานกันนั้น คดีอาญา ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล และอัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็เดินหน้าไต่สวนพยานหลักฐานจนแล้วเสร็จ จน น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องตัดสินใจ "หนี" เพียง 36 ชั่วโมงก่อนถึงวันอ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา จนศาลต้องเลื่อนมาอ่านคำพิพากษาใหม่ในวันที่ 27 ก.ย.แทน

ซึ่งเดิมพันในคดีนี้ อาจไม่ได้มีแค่โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญ แต่อาจรวมไปถึงการชี้ชะตามาตรการช่วยเหลือชาวนา ที่เรียกว่า "โครงการรับจำนำข้าว" เพราะหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ก็แทบจะเป็นการปิดประตูตาย ไม่ให้รัฐบาลชุดต่อๆ ไปหยิบมาตรการนี้กลับมาใช้อีกต่อไป

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม