100 ปี ธงชาติไทย: 4 เรื่องราวเกี่ยวกับธงไตรรงค์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ธงชาติบนเสาธงหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย Image copyright Wasawat Lukhrang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธงชาติบนเสาธงหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

เมื่อเวลา 8.00 น. ของวันนี้ (28 ก.ย.) หน่วยงานราชการในประเทศไทยต่างพร้อมกันจัดกิจกรรมเคารพธงชาติ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของธงไตรรงค์

แต่ธงชาติไทยนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเพราะอะไรจึงมีรูปร่างหน้าตาแบบที่ใช้กันทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของธงไตรรงค์นั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในช่วงปีที่เกิดเหตุน้ำท่วมหนักในประเทศสยาม

Image copyright Wasawat Lukhrang/BBC Thai

1.ก่อนหน้าธงไตรรงค์

ธงชาติเป็นแนวคิดของตะวันตก ที่มีรากเหง้าจากความคิดเรื่องชาติที่มีลักษณะเป็น "รัฐ" คือมีขอบเขตที่แน่นอน มีประชาชนที่เชื่อว่าตัวเองสืบทอดมาจากรากเหง้าเดียวกัน และมีผู้ปกครองที่มีหน้าที่สืบสานเพื่อคงความเป็นรัฐนั้นไว้ และธงชาติเพื่อแสดงถึงความเป็นรัฐชาตินั้นๆ

สมัยอยุธยายังไม่มีแนวคิดเรื่องความเป็นรัฐชาติอย่างในปัจจุบัน จึงไม่มีแนวคิดใช้ธงเพื่อเป็นตัวแทน อย่างไรก็ตามในหนังสือเรื่องธงไทยของ ฉวีงาม มาเจริญระบุไว้ว่าการค้าขายทางเรือในสมัยอยุธยาเฟื่องฟู และเรือสินค้าก็มักใช้ธงประจำชาติของตนเองเพื่อแสดงว่าเป็นเรือสินค้า เรือสินค้าของไทยนั้นใช้ธงของฮอลแลนด์เพราะเป็นที่รู้จักกันทั่วไป แต่เมื่อเกิดเรื่องกับฝรั่งเศสที่เป็นศัตรูกับฮอลแลนด์ขึ้นมา ไทยก็จึงหันมาใช้ธงพื้นสีแดงเป็นสัญญลักษณ์ของเรือไทย

ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 จึงได้เพิ่มจักรสีขาวลงในผ้าพื้นแดงเพื่อให้เห็นว่าเรือของหลวง และในรัชกาลที่ 2 จึงโปรดเกล้าให้เพิ่มช้างเข้าไปในวงจักรของเรือหลวงเพราะทรงได้ช้างงามมาหลายเชือก แต่เรือพ่อค้าธรรมดายังคงใช้ธงแดงเหมือนเดิม

หลังจากนั้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ช้างเผือกประดิษฐานลงกลางผืนธงสีแดง เรียกว่า ธงช้างเผือก เพื่อให้ใช้เป็นธงชาติไทย

Image copyright BBC Thai

2. แนวคิดกำเนิดธงไตรรงค์

ในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสวัดสะแกกรังในจังหวัดอุทัยธานีซึ่งกำลังประสบอุทกภัย และได้ทอดพระเนตรเห็นว่ามีชาวบ้านจำนวนน้อยนักที่จะหาธงชาติมาประดับได้เพราะธงชาติแบบช้างเผือกทรงเครื่องอยู่นั้นมีราคาแพง และส่วนบ้านที่มีธงประดับก็ยังกลับหัวไม่น่าดู ตามบันทึกของ จมื่นอมรดรุณารักษ์ หรือ แจ่ม สุนทรเวช ในหนังสือ "วชิราวุธานุสสรณ์ ปี พ.ศ. ๒๔๙๖"

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้เปลี่ยนมาใช้ธงริ้วสลับสีขาวแดง 5 แถบ ซึ่งจะสามารถผลิตได้ง่ายขึ้นในประเทศและช่วยแก้ปัญหาธงกลับหัวให้หมดไปได้

ธงริ้วขาวแดงได้ถูกนำมาทดลองติดที่สนามเสือป่าอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่ง พ.ศ. 2460 มีผู้ใช้นามแฝงว่า "อะแควเรียส" เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพฯ เดลิเมล์ แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของธงชาติ และเสนอให้เปลี่ยนแปลงโดยให้เพิ่มสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีส่วนพระองค์ของรัชกาลที่6 เข้าไป และเมื่อไทยเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นไตรรงค์

ในพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2460 ในวันที่ 28 กันยายน ซึ่งมีข้อความว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า ธงริ้วขาวแดงนั้น "ยังไม่เปนสง่างามพอสำหรับประเทศ สมควรจะเพิ่มสีน้ำเงินแก่เข้าอีกสีหนึ่ง เพื่อให้เปนสามสีตามลักษณะธงชาติของประเทศที่เปนสัมพันธมิตรกับกรุงสยามได้ใช้อยู่โดยมา เพื่อให้เป็นเครื่องหมายปรากฎว่า ประเทศสยามได้เข้าร่วมสุกทุกข์ แลเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสัมพันธมิตรหมู่ใหญ่"

Image copyright THE NATIONAL ARCHIVES
คำบรรยายภาพ สยามประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี 22 ก.ค. 1917

3.ผู้ออกแบบธงไตรรงค์

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ พระยาประสิทธิ์ศุภการ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) เป็นผู้ออกแบบธงชาติไทย หลังจากพระยาประสิทธิ์ศุภการได้ออกแบบมา ก็เป็นที่พอพระทัยของพระองค์และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาท และก็ได้นำแบบนั้นมาเป็นรูปแบบธงตามที่ระบุในพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2460 ให้กำหนดใช้ธงไตรรงค์มาจนถึงปัจจุบัน

พระยาประสิทธิ์ศุภการภายหลังได้ยศเป็นเจ้าพระยารามราฆพ และนับเป็นเจ้าพระยาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ด้วยวัยเพียง 31 ปี

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ภาพพระยาประสิทธิ์ศุภการ ถ่ายจากหนังสือหนังสือ "ภาพฝีพระหัตถ์ ชนิด ภาพล้อเส้นหมึก พ.ศ. 2461 62 63"

4.ร้านธงไตรรงค์สำเร็จรูปร้านแรกของเมืองไทย

ร้านขายธงไตรรงค์สำเร็จรูปร้านแรกในเมืองไทยคือ ร้านคลังเสาธง หรือในปัจจุบันชื่อว่าร้านธงร่มโพธิ์

ขวัญใจ ไอสันเทียะ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านรุ่นที่สามเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อเจ็ดสิบกว่าปีโดยหลวงสิทธิบรรณาการ ซึ่งรับราชการเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 6

หลังเกษียณอายุราชการหลวงสิทธิบรรณาการก็คิดว่าเมื่อมีความต้องการธงไตรรงค์มาประดับสถานที่ก็ต้องไปสั่งร้านทำเครื่องสังฆทานเย็บเป็นคราว ๆ ไป จึงได้คิดตั้งร้านธงสำเร็จรูปเป็นร้านแรกชื่อว่า "คลังเสาธง" ขายทั้งผืนธงและเสาธงด้วย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นร้านเสาธงชาติ

พอถึงรุ่นลูกซึ่งเป็นสามีของคุณขวัญใจก็ร้าน "คลังเสาธง" ก็เปลี่ยนชื่อร้านมาเป็น "บรรณาการ" อันเป็นราชทินนามของพ่อ และเมื่อสามีเสียชีวิต คุณขวัญใจรับสืบทอดธุรกิจแทนก็จึงเปลี่ยนชื่อร้านเป็น "ธงร่มโพธิ์" เพราะร้านอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ข้างกำแพงวัดบวรนิเวศวิหารบนถนนพระสุเมรุ

หลังจากนั้นจึงมีร้านธงอื่น ๆ มาตั้งตามมาจนทำให้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าถนนพระสุเมรุหรือสะพานวันชาติเป็นแหล่งซื้อธงชาติทั่วไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม