บ้านคนไทย 4 หลังเสียหายเรียบ หลังไฟป่าแคลิฟอร์เนียลุกลามต่อเนื่อง

Entire neighbourhoods in the town of Santa Rosa have been destroyed Image copyright AFP/Getty
คำบรรยายภาพ สภาพในเมืองซานตาโรซาหลังโดนไฟป่าทำลาย

คนไทยในเมืองซานตาโรซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตอนเหนือรัฐแคลิฟอร์เนียที่โดนไฟป่าลุกทำลาย ระบุ เตรียมพร้อมอพยพทุกเมื่อ หลังบ้านคนไทยในพื้นที่ถูกไฟไหม้เรียบไปแล้ว 4 หลัง วัดไทยในเมืองกลายเป็นศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน ในขณะที่ดับเพลิงแคลิฟอร์เนียระบุว่า ลมแรงระลอกใหม่ได้พัดพาไฟป่าที่เริ่มปะทุตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ต.ค.) ให้ลุกลามไปอีก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 รายแล้ว

นางใจฟ้าใส ถั่วทองมหโรจน์ คนไทยที่อาศัยอยู่ที่เมืองซานตาโรซา เขตโซโนมา ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งกำลังประสบภัยไฟป่าอยู่ขณะนี้ ระบุ เธอและสามีเตรียมพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ตลอดเวลา เนื่องจากลมแรงสามารถทำให้ไฟลุกลามมาบริเวณบ้านเธอได้ทุกเมื่อ บ้านคนไทย 4 หลังถูกไหม้เสียหาย แต่ทุกคนปลอดภัยดี

ไฟป่าขนาดใหญ่ 22 จุด ซึ่งลุกลามอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ ทำให้ประชาชนหลายพันทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียกลายเป็นคนไร้บ้าน คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 ราย และทำให้มีผู้สูญหายเกือบ 300 คน แต่ตำรวจระบุว่านี่อาจเกิดจากความโกลาหลระหว่างการอพยพออกจากพื้นที่

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าไฟป่าหลายลูกได้เผาไหม้ทำลายพื้นที่ไปแล้วราว 170,000 เอเคอร์ หรือ 680 ตร.กม. และทำลายบ้านเรือนราว 3,500 หลัง

ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เจอร์รี่ บราวน์ ประกาศสภาวะฉุกเฉินในหลายเขตทางเหนือของรัฐ เช่น โซโนมา นาปา รวมถึงออเรนจ์ ซึ่งอยู่ทางใต้ของรัฐด้วย และปธน. สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือฉุกเฉินของรัฐบาลกลางแล้ว

นสพ. เดอะ ลอส แองเจอลิส ไทมส์ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตที่เขตเม็นโดซิโน 6 ราย ที่เขตยูบา 2 ราย และที่เขตนาปา 2 ราย

นางใจฟ้าใส ซึ่งเพิ่งย้ายไปอยู่สหรัฐฯ ไม่ถึงปี ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ทราบข่าวไฟป่าเมื่อเช้ามืดวันจันทร์เนื่องจากได้สัญญาณเตือนของทางการทางมือถือ แต่อพยพเดินทางออกจากพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากสภาพบนท้องถนนมีความชุลมุนมาก และทางการก็กันเส้นทางเพื่อพยายามอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลและคนแก่ออกจากบ้านพักคนชราในพื้นที่ก่อน

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สภาพในเขตทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย

เมืองซานตาโรซาซึ่งนางใจฟ้าใสอยู่ในเขตโซโนมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และประชาชน 25,000 คนต้องอพยพออกจากเขต และครัวเรือน 40,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ เธอบอกว่า พื้นที่จำนวนมากในเมืองถูกไฟไหม้ทำลายหมดแล้ว แต่ยังไม่ลุกลามมาถึงบ้านเธอ และขณะนี้ก็เฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาและเตรียมอพยพออกทุกเมื่อ

"บนท้องฟ้าเป็นสีดำ คลุมหมดเลย น่ากลัวมาก ตอนนี้ท้องฟ้าจะเป็นหมอกควันเป็นกลิ่นเหม็นไหม้ ทุกคนต้องใส่ที่ปิดจมูก มีฝุ่นขี้เถ้า ขนาดอยู่คนละฝั่ง" นางใจฟ้าใส ระบุ

เธอบอกว่า เท่าที่ทราบ มีบ้านคนไทยที่โดนไฟไหม้เสียหายเรียบ 4 หลังด้วยกัน และหนึ่งในนั้นเป็นครอบครัวที่สนิทกัน และเธอได้ไปเยี่ยมและพยายามให้การช่วยเหลือ

"พี่คนนี้อยู่มาสิบปีแล้ว อยู่กับลูกสองคน คือเขาหนีออกมา ไฟมันมาหลังบ้าน พี่เขานอน ลูกมาปลุก หนีออกมาประมาณเที่ยงคืน หนีออกมาด้วยความตกใจ นอกจากหมาสองตัว ไม่ได้หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา หมู่บ้านนั้น 200 หลังคาเรือน"

Image copyright Google/Getty
คำบรรยายภาพ สภาพในเมืองซานโตซา

นางใจฟ้าใสเล่าว่า ขณะนี้ ทางวัดมหาพุทธภูมิ ซึ่งเป็นวัดไทยในเมือง กลายเป็นศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน ให้คนที่ประสบภัยรวมถึงครอบครัวของเพื่อนเธอไปพักอาศัยชั่วคราว

เธอบอกว่า แม้ขณะนี้ถนนเปิดแล้วและสามารถขับรถไปทางใต้เข้าสู่นครซานฟรานซิสโก แต่ก็ยังห่วงบ้าน ห่วงเพื่อนฝูง และยังเอาอาหารไปถวายที่วัดมหาพุทธภูมิ

นางใจฟ้าใสระบุว่า ความอันตรายตอนนี้คือลมที่สามารถพัดพาไฟป่ามาได้ทุกเมื่อ และบริเวณที่ดูเหมือนไฟดับไปแล้วก็มีโอกาสที่ไฟจะปะทุขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา

"พวกห้างร้านปิดหมดในช่วงวันแรก พวกระบบอินเตอร์เน็ตมันล่ม ทางการประกาศว่าต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ประกาศเลยว่า ห้ามออกนอกบ้านเพราะข้างนอกมีการโรยสารเคมีที่ช่วยดับไฟ"

นางนุชนภา ทับสุวรรณ เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เธอเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (9 ต.ค.) เธอใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมงขับรถจากที่ทำงานซึ่งอยู่ที่เมืองนิวพอร์ท บีช กลับบ้านได้ เนื่องเจ้าหน้าที่ปิดถนนทางหลวงสาย 91 และเห็นควันจากไฟป่าชัดเจนระหว่างพยายามหาเส้นทางอื่น ๆ เพื่อเลี่ยงที่ถนนปิด

Image copyright ใจฟ้าใส ถั่วทองมหโรจน์
คำบรรยายภาพ ภาพท้องฟ้าในเมืองซานตาโรซาหลังเหตุไฟป่าเริ่ม

แม้ว่าตอนนี้ จะยังไม่ทราบสาเหตุของไฟป่าแน่ชัด แต่คาดว่าเริ่มจากเสาไฟฟ้าที่ล้มเพราะลมแรง และถูกพัดต่อด้วยลมร้อนและแห้งที่รู้จักกันในชื่อ "ไดอะโบล" ซึ่งพัดจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ทางการระบุว่า นี่นับเป็นไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย และส่งควันไปไกลถึงนครซานฟรานซิสโกซึ่งอยู่ห่างออกไป 100 กิโลเมตร

นายเค็น พิมล็อตต์ ผู้อำนวยการกรมการป้องกันอัคคีภัยและป่าไม้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เตือนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอีกพุ่งสูงขึ้นอีก

"นี่เป็นสถานการณ์ที่เป็นหายนะ และเราจะยังไม่พ้นวิกฤตในเร็ววันนี้ เราได้รับผลกระทบจากภัยแล้งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และความแห้งแล้งเป็นเชื้อเพลิงให้ไฟป่าพวกนี้ พืชพันธุ์ต้นไม้พวกนี้เป็นวัตถุระเบิดดี ๆ นี่เอง" นายพิมล็อตต์ ระบุ และบอกต่ออีกว่า ขณะนี้ เฮลิคอปเตอร์ 73 ลำ เครื่องบินดับเพลิง 30 ลำ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบ 8 พันนาย กำลังพยายามควบคุมไฟอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง