3 ปี 4 เดือน รัฐบาลประยุทธ์อัดฉีดรากหญ้า 2 ล้านล้านบาท

แม่ค้าไร้ลูกค้า Image copyright Getty Images

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว 2 ล้านล้านบาท ในช่วง 3 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา แต่ได้ชี้แจงโครงการบางส่วนภายใต้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทเศษ

ในระหว่างออกรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ออกอากาศค่ำวันนี้ (20 ต.ค. 2560) พล.อ.ประยุทธ์ระบุตอนหนึ่งว่า "เกณฑ์ชี้วัด" ทางเศรษฐกิจ มีทิศทางที่ดีขึ้น และมั่นใจว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระดับฐานราก พร้อมระบุว่า ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินหลายมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนฐานรากอย่างแท้จริง

"อาจเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มกิจกรรมบ้าง หรือเป็นการช่วยเหลือให้สามารถมีชีวิตที่อยู่รอดได้ คือการสร้างความเข้มแข็งผสมผสานกันไป (ใช้งบประมาณ) กว่าประมาณ 2 ล้านล้านบาทแล้ว" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกตัวอย่างมาตรการเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ครั้ง ภายใต้งบประมาณรวม 405,000 ล้านบาท เฉพาะในล็อตหลัง เน้นช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย โดยมีผู้ได้รับอานิสงส์ 7.5 ล้านคน

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ มูลค่า 405,000 ล้านบาท

จำนวนเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์

3.7 ล้านคน

ชาวนาได้รับการช่วยเหลือจากภัยแล้ง รายละไม่เกิน 10,000 บาท

2 ล้านคน

พักชำระหนี้เกษตรกร รายละไม่เกิน 5 แสนบาท

  • 1.5 ล้านคน ประกันภัยพืชผล 7 ประเภท

  • 3 แสนคน อบรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

Getty Images

นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 36 จังหวัด กว่า 4 ล้านไร่ ภายใต้กรอบงบประมาณ 1,700 ล้านบาท

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนแก่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และผู้ประกอบอาชีพอิสระอื่น ๆ ที่มีรายได้น้อยกว่าปีละ 1 แสนบาท ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกมี ผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 8 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณราว 17,000 ล้านบาท ส่วนครั้งหลังเป็นการให้สวัสดิการผ่าน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"

2 ล้านล้านบาทเพื่อประชาชนฐานราก

405,000 ล้านบาท

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 3 เดือน

  • 17,000 ล้านบาท สวัสดิการแห่งรัฐเพื่อผู้มีรายได้น้อย 8 ล้านคน

  • 1,700 ล้านบาท เยียวยาเกษตรกรจากพายุตาลัสและเซินกา

Getty Images

อย่างไรก็ตามโครงการนี้กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่หรือไม่ จึงมีคำชี้แจงจากนายกรัฐมนตรีว่า "ในระยะแรกนี้ เราก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้สนับสนุนของวงการนี้ ของรัฐบาลนี้นะ ด้วยการจำหน่ายสินค้าในราคา "ต่ำกว่าตลาด" เพราะอย่างไรก็ต้องพึงพาอาศัยกันอยู่แล้ว อย่าไปมองว่าเขาจะได้ประโยชน์ แต่เขาก็มีคนงาน มีผู้อยู่ในสถานประกอบการอีกมากมาย ก็เป็นพี่น้องเราทั้งสิ้น เขาก็จะได้มีเงินเดือน มีอะไรของเขาไปด้วย ในส่วนของผู้ประกอบการข้างล่างที่เป็นระดับผู้ปฏิบัติ"

Image copyright Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า การดำเนินการในระยะแรก อาจยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเป็นโครงการใหญ่ที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน โดยเป้าหมายของรัฐบาลคือการวางโครงสร้าง "ฐานข้อมูลกลางภาครัฐ" เชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยรูปแบบการช่วยเหลือในอนาคต จะเป็นมากกว่าการให้สวัสดิการ (Welfare) แต่เน้นส่งเสริมอาชีพ การฝึกทักษะแรงงาน หรือการเพิ่มศักยภาพของแรงงาน (Workfare)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม