ช็อปช่วยชาติ: บทสะท้อน คสช. ช่วยคนรวย?

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เสียงประชาชน กับ 3 ปี มาตรการช็อปช่วยชาติ

3 ปีติดต่อกันที่รัฐบาลทหารเลือกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายปลายปีผ่านสิทธิลดหย่อนภาษี เป็นนโยบายที่นักเศรษฐศาสตร์อิสระ มองว่าเอื้อคนรวยมากกว่าคนจน

มาตรการช็อปช่วยชาติปีที่ 3 ของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติลงเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความพอใจของผู้เสียภาษีกระเป๋าหนัก และผู้ประกอบการค้าปลีกยักษ์ใหญ่

รัฐกำหนดวงเงินซื้อสินค้าไว้ไม่เกิน 15,000 บาท ส่วนมูลค่าเงินภาษีคืน ขึ้นอยู่กับรายได้สุทธิต่อปีของแต่ละคน แต่ระยะเวลาการจับจ่าย เพิ่มขึ้นป็น 23 วันในปีนี้ จาก 18 วัน ในปี 2559 และ 7 วันในปี 2558

คุณได้สิทธิเงินคืนภาษีจากมาตรการช็อปช่วยชาติเท่าไหร่
รายได้สุทธิ/ปี (บาท) อัตราภาษี (%) สิทธิได้เงินคืนภาษีสูงสุด (บาท)
ไม่เกิน 150,000 ยกเว้น ไม่ได้รับสิทธิ
150,000 - 300,000 5 750
300,000 - 500,000 10 1,500
500,000 - 750,000 15 2,250
750,000 - 1,000,000 20 3,000
1,000,000 - 2,000,000 25 3,750
2,000,000 - 5,000,000 30 4,500
มากกว่า 5,000,000 35 5,250 หรือมากกว่า

นายอธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า มาตรการช็อปช่วยชาติเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่ม ผู้เสียภาษีเพียง 4 ล้านคน จากผู้ยี่นแบบภาษีทั้งหมดราว 11 ล้านคน ส่วนที่จำนวนที่เหลือ นั้นไม่ได้รับประโยชน์ เพราะได้รับการได้รับการยกเว้นภาษี อยู่แล้ว

ฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2559 ระบุว่า มีผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91) รวมเป็นทั้งสิ้น 10.69 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดราว 67 ล้านคน

ผศ.ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรการช็อปช่วยชาติว่า ผู้ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้มีน้อยมากราว 7% ของผู้เสียภาษีทั้งหมดนั้น แต่ข้อมูลที่กรมสรรพากรออกมาระบุคือ เมื่อปีที่แล้ว มีผู้ใช้จำนวนผู้ใช้สิทธิตามมาตรการดังกล่าวมากกว่า 1.4 ล้านราย ซึ่งน้อยกว่าจำนวนกลุ่มผู้เสียภาษีทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์มาตรการนี้

Image copyright Getty Images

นายอธิภัทร กล่าวว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ ก็ไม่แตกต่างจากรูปแบบการลดหย่อนภาษีแบบอื่นๆ ได้แก่ เงินประกันชีวิตทั่วไป ดอกเบี้ยซื้อที่อยู่อาศัย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การลงทุนผ่านกองทุน RMF และ LTF และการบริจาค ที่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มคนรวยมากกว่าคนที่มีรายงานระดับกลางถึงล่าง

สอดคล้องกับผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยก่อนหน้านี้ ที่พบว่า มาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ คนที่มีฐานรายได้สุทธิมากกว่า 500,000 บาทต่อปีขึ้นไป ยังคงวางแผนใช้สิทธิใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะคนที่มีฐานรายได้สุทธิ 2 ล้านบาทขึ้นไป วางแผนที่จะใช้สิทธิเต็มจำนวน

ในขณะที่ คนที่มีฐานรายได้สุทธิไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี วางแผนที่จะใช้สิทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก ยังคงกังวลกำลังซื้อในอนาคต และโดยปกติก็เสียภาษีในอัตราที่ไม่สูงมาก จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีเพิ่ม

Image copyright Getty Images

3 ปี รัฐสูญภาษี 6 พันล้านบาท

เมื่อพิจารณามาตรการช็อปช่วยชาติตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ารัฐบาลสูญรายได้จากภาษีราว 6.4 พันล้านบาท เพื่อแลกกับการกระตุ้นกำลังซื้อช่วงปลายปี ซึ่งกรมสรรพากรออกมาตรการนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อลดภาระภาษีของผู้เสียภาษี ที่จำเป็นต้องยื่นแบบภาษีภายในมี.ค.ของปีถัดไป

ท่ามกลางความคาดหวังของกระทรวงการคลัง มาตรการนี้จะยังคงมนต์ขลังเพิ่มพลังกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีได้ประมาณ 1.8-2 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มเอกชนที่จะได้รับผลประโยชน์หลักก็คือ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มซัพพลายเออร์สินค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่างๆ

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ จากมาตรการช็อปช่วยชาติ
ช่วงเวลา รัฐสูญรายได้ (ล้านบาท) คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ (%)
ครั้งแรกเมื่อ 25-31 ธ.ค. 2558 1,200 0.2
ครั้งที่ 2 เมื่อ 14-31 ธ.ค. 2559 3,200 0.2
ครั้งที่ 3 เมื่อ 11 พ.ย.-3 ธ.ค. 2560 2,000 0.05
รวม 6,400

รวบรวมโดยบีบีซีไทย

ยอดกระเตื้อง

หลังมาตรการนี้จบลง บรรดาธุรกิจค้าปลีกต่างออกมาเปิดเผยถึงยอดการขายที่ถูกกระตุ้นโดยมาตรการชั่วคราวนี้ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 11 พ.ย. - 3 ธ.ค.

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า กลุ่มเดอะ มอลล์กรุ๊ป ทำยอดขายเติบโต 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ออกใบกำกับภาษีไปแล้วกว่า 3.5 แสนใบ ขณะที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันเติบโต 10% พร้อมกับออกใบกำกับภาษี 2 แสนใบ ส่วนเครือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มียอดขายเติบโต 10-15%

อย่างไรก็ตาม นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า หากจะพิจารณาว่ามาตรการดังกล่าวได้คุ้มเสียหรือไม่ อาจจะต้องนำข้อมูลหมวดสินค้าที่ผู้บริโภคซื้อไปเป็นประเภทอะไรบ้าง

"หากเป็นสินค้าที่ซื้อขายที่ผลิตขึ้นในประเทศก็จะช่วยส่งแรงกระตุ้นไปถึงภาคการผลิต แต่หากว่าเป็นสินค้านำเข้า ผลประโยชน์ที่รัฐจะได้โดยตรงนั้นคงไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย" นายเดชรัตน์กล่าว

Image copyright Getty Images

สร้างอุปสงค์ใหม่หรือขยับความต้องการซื้อ?

แม้ว่ายอดขายในธุรกิจค้าปลีกและการจับจ่ายใช้สอยจะเพิ่มขึ้น แต่นายอธิภัทร ระบุในผลการวิจัย "ถอดรหัสผู้เสียภาษีไทย ใครได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ" กลับมองว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ ก็ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะว่าไม่ได้เพิ่มกำลังซื้อใหม่ แต่เป็นการดึงความต้องการที่มีอยู่แล้วให้มาใช้จ่าย กระจุกตัวในช่วงเวลาที่มีมาตรการเท่านั้น

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยทำการสำรวจพบว่ากว่าร้อยละ 40 ของผู้ที่จะใช้สิทธิจากมาตรการดังกล่าว มีแผนที่จะใช้จ่ายอยู่แล้วในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพียงแต่อาจวางแผนเลื่อนวันในการซื้อสินค้าให้เร็วขึ้นในช่วงที่ออกมาตรการ เพื่อต้องการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่มีขนาดใหญ่และมีมูลค่าต่อชิ้นสูง

ผลการสำรวจดังกล่าวและงานวิจัยข้างต้น สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของผู้บริโภคหลายคนโดยบีบีซีไทย ที่ระบุว่า การตัดสินใจซื้อสินค้า ก็เพราะต้องการได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษี พร้อมกับโปรโมชั่นส่วนลดจากร้านค้า ตัวอย่างคือ น.ส.ภัสสร บุญศิริ พนักงานของบริษัทเอกชนรายหนึ่งบอกกับบีบีซีไทยว่า ส่วนปีที่แล้วเธอซื้อโทรศัพท์มือถือและสินค้าในซุเปอร์มาร์เก็ต เพื่อใช้ในสิทธิการลดหย่อน เพราะคิดว่าจะได้รับเงินคืน ส่วนปีนี้เธอบอกว่ายังไม่มีแผนจะซื้อสินค้าใดๆ

ขณะที่นายไกรศร ภัคเกษม อาชีพวิศวกร ซึ่งระบุว่าปีนี้จับจ่ายน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่บอกว่าหากปีหน้ารัฐบาลมีมาตรการดังกล่าวยังคงจะรอเหมือนกันเพราะมองว่าเป็นมาตรการที่ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่เสียภาษี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม