เปิดใจครูอิสลามไทยผู้ให้อภัยมือวางแผนฆ่าลูกชาย

ดร.สมบัติ กับลูกชายทั้ง 6 คนในพืธีศพมารดาของพวกเขา Image copyright ดร.สมบัติ จิตต์หมวด
คำบรรยายภาพ ดร.สมบัติ กับลูกชายทั้ง 6 คนในพืธีศพมารดาของพวกเขา

ทำไมคนไทยจากแปดริ้ว อดีตอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี พร้อมลูกชายทั้ง 5 จึงยอมกล่าวยกโทษกลางศาลแก่ ผู้วางแผนฆ่าชิงทรัพย์ลูกชายเขา

"ผมโกรธมารร้ายที่นำพาและชักนำคุณให้ทำอาชญากรรมที่น่ากลัวนี้ ผมไม่โทษคุณ ผมไม่โกรธคุณ ผมให้อภัยคุณ" ดร.สมบัติ จิตต์หมวด กล่าวกลางศาลของรัฐเคนทักกี ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา ระหว่างการอ่านคำพิพากษานายเทรย์ เรลฟอร์ด ในข้อหามีส่วนรู้เห็นในการฆ่านายซาลาฮุดดีน จิตต์หมวด

การให้อภัยกลางศาลของ ดร.สมบัติ อดีตอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ในครั้งนั้น สร้างความประหลาดใจไปทั่วศาล และได้ถูกเผยแพร่โดยสื่อนานาชาติอย่างกว้างขวางตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา

"ศรัทธาในอิสลาม"

ดร.สมบัติ บอกกับบีบีซีไทยว่าการยกโทษให้กับผู้ที่ฆ่าลูกชายของเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เกิดจากศรัทธาในศาสนาอิสลาม ความตั้งใจของคนในครอบครัว และจิตวิญญาณความเป็นครูตลอดชีวิตการทำงานของเขา

จากวันที่ซาลาฮุดดีนวัย 22 ปีเสียชีวิตจนถึงวันพิพากษาคดี นับเป็นเวลาประมาณ 2 ปี 7 เดือนที่สมาชิกครอบครัวจิตต์หมวดเฝ้ารอคอยความยุติธรรม และ ดร.สมบัติยังจำทั้งสองวันได้อย่างแม่นยำ

Image copyright ดร.สมบัติ จิตต์หมวด
คำบรรยายภาพ ดร.สมบัติ จิตต์หมวด

"ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2015 จนถึงวันพฤหัสที่ 7พฤศจิกายน 2017 มันเป็นธรรมดานะครับกับความเศร้าโศกเสียใจของผมและครอบครัวที่มีขึ้นเนื่องจากการเสียลูกชายที่รักไปอย่างกระทันหัน แต่เราไม่โกรธเลยนะ ถึงสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้น" ดร.สมบัติกล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

"อีกประการหนึ่ง ผมขอบพระคุณพระเจ้านะ ขอบพระคุณอัลเลาะห์ที่ให้ภรรยาของได้ผมเสียชีวิตไปก่อนหน้าลูกชายไม่นานนัก เพราะถ้าท่านอยู่และประสบเหตุการณ์แบบนี้ ท่านคงรับไม่ได้แน่ ๆ เลย"

เกิดแปดริ้ว ย้ายรกรากมาเคนทักกี

ดร.สมบัติ เกิดและโตในครอบครัวชาวนาใน อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เขาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้เขาได้พบกับ ลินดา โคโลโครโตรนิส ภรรยาในอนาคตของเขาเป็นครั้งแรก

เขาคิดว่าเป็นเพราะความประทับใจในมารยาทและน้ำใจ ที่ทำให้ทั้งเธอตกลงใจแต่งงานกับเขา ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันทั้งหมด 6 คน และอาศัยอยู่ที่บ้านในเมืองเล็กซิงตัน รัฐเคนทักกี

Image copyright ดร.สมบัติ จิตต์หมวด
คำบรรยายภาพ ดร.สมบัติ และ ดร.ลินดา ในงานแต่งงานอิสลามแบบเรียบง่ายของทั้งสอง

ในเวลาต่อมา ดร.สมบัติได้รับตำแหน่งครูใหญ่ในโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ซึ่งห่างออกไปกว่า500 กม. ซาลาฮุดดีน ลูกชายคนที่ 5 ของครอบครัวที่ยังคงศึกษาต่อในระดับมหาวิยาลัยที่เมืองเล็กซิงตัน ก็อาสาจะอยู่ช่วยดูแลบ้านให้ พร้อมกับทำงานในช่วงเวลาว่างเพื่อช่วยเป็นทุนการศึกษา

คืนเกิดเหตุ

กลางดึกของคืนวันที่ 19 เมษายน 2015 ดร.สมบัติ ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก เขาเรียกเหตุการณ์ในคืนนั้นว่าเป็น "ความช็อคครั้งแรก" ในชีวิต

"ผมกำลังนอนอยู่ ที่เซนต์หลุยส์ ประมาณ ตี 3 ครึ่ง โทรศัพท์ดัง เขาบอกว่าซาลาฮุดดีนได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว" ไม่ได้เตรียมตัวผมเลยนะ" ครูสอนศาสนาวัย 66 ปีกล่าว

"ผมเดินในห้องมืดของตัวเอง แล้วก็หยิกแขนว่านี่ผมฝันหรือเปล่า หรือว่าผมตื่น พอหยิกปั๊บ ผมเจ็บ ผมไม่ได้ฝันไป ผมก็เลยกล่าวกับตัวเองว่า 'อินนาลิลลาฮ์ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน' แปลว่า 'แน่นอนเหลือเกิน เราเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า และยังพระเจ้าเราจะต้องกลับไป' แล้วก็คิดว่า ซาลาฮุดดีนเป็นสิทธิ์ของพระเจ้า พระเจ้าก็เอาซาลาฮุดดีนกลับไป" ดร.สมบัติกล่าว

Image copyright ดร.สมบัติ จิตต์หมวด

สถานีโทรทัศน์ WKYT รายงานว่า ในวันที่เกิดเหตุ ซาลาฮุดดีนขับรถนำพิซซ่าไปส่งที่อพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะถูกแทงจนเสียชีวิตที่บริเวณทางเดิน

การเสียชีวิตของซาลาฮุดดีนได้สร้างความตระหนกในชุมชนมุสลิมในเมืองเล็กซิงตัน เนื่องจากหลายคนกังวลว่านี่อาจจะเป็นอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังทางศาสนา

"เราจะให้อภัยเขา"

ต่อมา ตำรวจระบุว่านายเรลฟอร์ดเป็นผู้วางแผนการปล้นครั้งนี้ เขาปฎิเสธว่าไม่ได้ฆ่าซาลาฮุดดีน แต่รับผิดว่ามีส่วนรู้เห็นในการฆาตกรรม มีส่วนรู้เห็นในการปล้นชิงทรัพย์ และพยายามปกปิดหลักฐาน โดยศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 31 ปี

"การที่ยกโทษให้กับผู้ที่ฆ่าลูกชายของเรา เป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ ผมกับลูกชายอีก 5 คนก็ประชุมกันว่า เราจะทำอย่างไรที่จะให้สิ่งที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับซาลาฮุดดีนนี้ ส่งผลในแง่บวกแทนที่จะเป็นในทางลบ ก็เลยตกลงกันว่าเราจะให้อภัยเขา"

"น้ำตาเขาคลอ"

ก่อนการอ่านคำพิพากษา ศาลได้เรียกดร.สมบัติและครอบครัวไปทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบว่าในขณะให้การให้มองไปยังศาลหรือทนายเท่านั้น แต่เมื่อถึงเวลาจริง ประสบการณ์การเป็นครูใหญ่ของเขาทำให้ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม

"มันเป็นธรรมชาติเลย ผมเห็นเด็กที่ทำผิด ผมจะพูดคุยกับเขาด้วยความอ่อนโยน พอถึงตอนนั้นผมก็หันไปหาเขาเลย ผมนึกว่าศาลและทนายจะหยุดผม แต่เห็นเขาแล้ว น้ำตาเขาคลอ แม้แต่ศาลก็ร้องไห้ และเปิดโอกาสให้ผมพูดกับเขาโดยตรงเลย" ดร.สมบัติกล่าว

Image copyright ดร.สมบัติ จิตต์หมวด
คำบรรยายภาพ วันที่ครอบครัวจิตต์หมวดฝังลูกชายคนที่ 5 อันเป็นที่รักของพวกเขาในเดือนเม.ย. 2015

เมื่อเห็นเรลฟอร์ดเช็ดน้ำตากับชุดเครื่องแบบนักโทษ ดร.สมบัติจึงหยิบยื่นทิชชูให้ ก่อนที่จะจับมือและสวมกอดจำเลย ท่ามกลางสายตาของศาลและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต่างยืนมองโดยไม่ได้เข้าห้ามปรามแต่อย่างใด

"ผมบอกเขาว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องเสียใจ เพราะว่าคุณพลาดไป แต่คุณมีโอกาสจะมีชีวิตต่อไป ขอให้คุณทำคุณงามความดี และขอให้คุณคิดถึงพระเจ้ามาก ๆ"

ความยุติธรรมได้เกิดขึ้น

ผ่านมา 1 เดือนหลังจากวันพิพากษาคดีของซาลาฮุดดีน ดร.สมบัติบอกว่าลูกชายทุกคนต่างพยายามปรับตัวและสภาพจิตใจจากเหตุการณ์ทั้งหมด และพวกเขารู้สึกสบายใจขึ้นว่าในที่สุดความยุติธรรมได้เกิดขึ้น หลังจากเฝ้ารอมาเป็นเวลานาน

"อย่างที่ผมกล่าว มันเป็นลิขิตของพระเจ้า เราก็ต้องยอมรับ เพราะเราทราบว่าซาลาฮุดดีนได้เข้าสู่สรวงสวรรค์ของพระเจ้าที่เตรียมให้เขา และเราก็ขอพรว่าให้เราได้มีโอกาสไปพบกันอีกในวันปรโลกนะครับ" เขากล่าว

"อยากจะบอกอีกครั้งว่าที่ผมทำนี้เพื่อต้องการความโปรดปรานจากพระเจ้า หากอัลเลาะห์พอใจกับสิ่งที่เราทำ พระองค์จะประทานให้เราได้เข้าสู่สรวงสวรรค์

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม