ปาเลสไตน์ เผย ปธน.ทรัมป์ จะย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเลม

ปาเลสไตน์ Image copyright RRODRICKBEILER

รัฐบาลปาเลสไตน์เผย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน. สหรัฐฯ บอกกับนายมาห์มุด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ผ่านทางโทรศัพท์ว่า เขาตั้งใจจะย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเลม

แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีปาเลสไตน์เผยว่า ปธน. ทรัมป์ "บอกกับประธานาธิบดี[อับบาส] ถึงความตั้งใจที่จะย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเลม" อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่า ปธน. ทรัมป์ ตั้งใจจะสั่งย้ายทันทีหรือเมื่อไรในอนาคต

ด้านนายมาห์มุด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ได้ออกมาแถลงคัดค้านด้วยว่า หากสหรัฐฯ ตัดสินใจรับรองให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จะเท่ากับทำลายกระบวนการสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

สถานะของเยรูซาเลม ถือเป็นประเด็นหลักในปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมานานระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ซึ่งต่างอ้างว่าเมืองนี้คือเมืองหลวงของตน โดยเยรูซาเลมเป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนายูดายของชาวยิว ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเยรูซาเลม ซึ่งหากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้การรับรองสถานะของเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการก็จะกลายเป็นประเทศแรกที่ทำเช่นนั้นนับแต่อิสราเอลก่อตั้งประเทศขึ้นในปี 1948

ปาเลสไตน์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศในโลกอาหรับ ต้องการให้พื้นที่บริเวณเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงของตนหลังการก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ จึงทำให้เกิดความขัดแย้งกับอิสราเอล ซึ่งในอดีตบรรดาผู้นำสหรัฐฯ ต่างยืนกรานมาโดยตลอดว่า จะต้องแก้ไขปัญหานี้ผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ผู้นำโลกหลายคนได้ออกมากล่าวเตือนผู้นำสหรัฐฯ ให้ทบทวนท่าทีต่อเรื่องนี้ โดยประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ขู่ว่า ตุรกีจะสะบั้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล หากสหรัฐฯ ให้การรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล เพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็น "การล้ำเส้น" สำหรับชาวมุสลิม

Image copyright AFP

ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส เตือน นายทรัมป์ ว่า สถานะของเยรูซาเลมจะต้องตัดสินภายใต้กรอบการเจรจาระหว่างชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์เท่านั้น

ก่อนหน้านี้ นายโมฮัมเหม็ด ชไตเยห์ ผู้แทนปาเลสไตน์ เปิดเผยกับบีบีซีว่าการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปยังนครเยรูซาเลมอาจถูกตีความว่าสหรัฐฯ ยอมรับสถานะเยรูซาเลมว่าเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล และนโยบายของนายทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพของอิสราเอลและปาเลสไตน์ในอนาคต

ทั้งนี้ อิสราเอลและอียิปต์ต่อสู้กันในสงครามตะวันออกกลาง หรือสงคราม 6 วัน เมื่อปี 1967 (พ.ศ.2510) ทำให้อิสราเอลยึดครองพื้นที่ที่เคยเป็นดินแดนอาหรับมาได้หลายส่วน รวมถึงเขตเวสต์แบงก์และนครเยรูซาเลมฝั่งตะวันออก และรัฐบาลอิสราเอลสนับสนุนให้ประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐาน จนถึงปัจจุบันมีชาวอิสราเอลกว่า 600,000 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แม้หลายประเทศระบุว่าอิสราเอลละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ แต่อิสราเอลไม่ยอมรับข้อกล่าวหา