"เงางาม" จากเด็กถูกทอดทิ้งสู่นักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ทีมชาติ กับหัวใจที่ใฝ่ฝันจะพบแม่ผู้ให้กำเนิด

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เงางาม-จากเด็กทอดทิ้งสู่นักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ทีมชาติ กับหัวใจที่ใฝ่ฝันจะพบแม่ผู้ให้กำเนิด

"เงางาม" สาวน้อยไม่มีนามสกุล ไม่มีบัตรประชาชน จากสถานสงเคราะห์เด็กหญิง จ.สระบุรี ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ หลังจากที่ฝึกซ้อมเพียงหนึ่งปี ประสบการณ์นี้ทำให้เธอหวังจะเป็นโค้ชจักรยานให้แก่เด็กด้อยโอกาสคนอื่น ๆ ส่วนความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอก็คือการได้เจอแม่ผู้ให้กำเนิดอีกครั้ง

แข่งในนามทีมชาติเป็นครั้งแรก

ท่ามกลางเสียงเชียร์อันดังสนั่นบนอัฒจรรย์ของเหล่าสมาชิกผู้ร่วมทีม เงางามนั่งอยู่บนจักรยานยี่ห้อ GT ที่ได้รับบริจาคมา บนจุดปล่อยตัวที่มีความสูง 5 เมตร ในการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่นที่ชลบุรี

นี่เป็นการแข่งขันในนามทีมชาติครั้งแรกของเธอ และยังต้องพบกับผู้แข่งจากนานาชาติเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เธอคิดในใจก็คือ "ติดหนึ่งในห้าหรือหนึ่งในสาม"

หลังจากควบคุมจักรยานกระเด้งกระดอนขึ้นลงตามสภาพของสนามในสามรอบของการแข่งขัน คะแนนรวมของเงางามออกมาเป็นที่ 7 จากผู้แข่งขัน 8 คน แต่ก็เป็นประสบการณ์อันล้ำค่า และเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอได้มาไกลกว่าจุดเริ่มต้นมากแล้ว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เงางามในชุดแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ทีมชาติ

ความฝันของเงางาม

ตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เงางามคร่ำเคร่งซ้อมอย่างหนัก เวลาตีห้าของทุกวันในช่วงโรงเรียนปิดเทอม หรือ สี่โมงเย็นในช่วงเปิดเทอม เป็นเวลาที่เธอต้องซ้อมร่วมกับเพื่อนใน "บ้านเด็กหญิง" หรือสถานสงเคราะห์เด็กหญิงจังหวัดสระบุรี

สนามที่ใช้ซ้อมก็คือสนามเล็ก ๆ ในสถานสงเคราะห์ฯที่ใช้ดินที่มีผู้บริจาคมา 10 คันรถผสมกับดินในสถานสงเคราะห์ โดยมีความยาวเพียง 50 เมตร เทียบกับสนามแข่งจริงขนาดมาตรฐานที่มีความยาวเฉลี่ย 400 เมตร ที่จะทำให้สามารถใช้ความเร็วและแสดงท่าทางผาดโผนต่าง ๆ ได้

แต่นี่เป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสแห่งชีวิตอีกด้านหนึ่งให้แก่เหล่าเด็กหญิงในสถานสงเคราะห์นี้ ซึ่งเงางามเป็นคนหนึ่งที่คว้ามันไว้ ด้วยการลงชื่อสมัครเข้าทีมเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พร้อมกับเพื่อนราว 40 คน

ภายใต้รอยยิ้มและหยาดเหงื่อของเธอคือความเจ็บปวดจากเรื่องราวของอดีต เงางามก็ยืนยันที่จะสู้ต่อไปเพื่อความฝันของเธอ คือ การทำให้ทีมบ้านเด็กหญิงมีชื่อเสียง และที่สำคัญที่สุดก็คือการได้เจอแม่ที่แท้จริงในอนาคต เงางามกล่าวกับบีบีซีไทย ก่อนที่จะแข่งขันรอบสุดท้าย "อยากเจอแม่ตัวเองมาก ไม่มีโอกาสได้เจอเลย"และเธอยังคิดด้วยว่า"ทางบ้านจะได้เห็นว่าเรายังอยู่"หมายถึงการมาร่วมการแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ที่มีการถ่ายทอดสด ถ้าครอบครัวที่เธอจากมาได้เห็นจะได้รู้ว่าเธอยังมีตัวตนอยู่

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ แข่งขันในนามทีมชาติครั้งแรก

ไม่มีนามสกุลไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

เงางาม เป็นชื่อที่เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานีตั้งให้ ก่อนที่เธอจะถูกส่งตัวมาที่สถานสงเคราะห์เด็กหญิงที่สระบุรีเมื่อ 12 ปีก่อน

แม้ขณะนี้เธอจะอายุ 19 ปีแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ได้ทำบัตรประชาชน และทั้งก็ยังไม่มีนามสกุล สาเหตุเพราะทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่าเงางามเป็นคนไทยหรือเปล่า

เธอเข้ามาอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ฯ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 เอกสาร ระบุว่าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี รับตัวเธอมาจากการนำส่งของสถานีตำรวจภูธรตำบลประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ หลังจากที่มีผู้พบเห็นว่าเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้เดินพลัดหลงอยู่ในพื้นที่ของสถานี

จากการสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้น เงางามไม่สามารถแจ้งชื่อ-นามสกุลจริงหรือที่อยู่ที่ชัดเจนได้ แจ้งเพียงว่ามาตลาดกับแม่ มีบ้านอยู่ที่อรัญประเทศ และพ่อติดคุก

หลังจากนั้น เงางามไม่สามารถพูดคุยหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและครอบครัวเพิ่มเติมได้ แต่จะมาพูดคุยและสอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องการส่งกลับบ้านเสมอ ว่าเมื่อไรตัวเองจะได้กลับบ้าน และแม่จะมารับเมื่อไร

ในระหว่างที่บีบีซีไทยสัมภาษณ์เธอ เด็กสาวก็กล่าวถึงความเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกพ่อขี้เมาทำร้าย จนมีอยู่วันหนึ่งแม่พาไปเดินตลาดกับน้องที่อยู่ข้างบ้านที่ชื่อกวาง จนมีรถตู้สีขาววนมาสองรอบแล้วจอด เงางามตัดสินใจขึ้นรถตู้

เธอเล่าว่า รถตู้คันนั้นมีเด็กจำนวนหนึ่งนั่งอยู่ แล้วพาไปส่งที่สถานสงเคราะห์ฯ

"ตอนแรกร้องไห้ รู้สึกไม่ดี เสียใจ กลัว เหมือนคุกเลย คิดว่าเป็นคุก กลัวมาก ตอนนั้นก็รู้สึกอยากกลับ แต่กลับไปแล้วจะไม่ดี" เงางามกล่าว

แต่ในการพูดคุยครั้งต่อมา เงางามกลับเล่าว่าเธอและกวางหนีออกจากบ้านกันเอง เนื่องจากทนพ่อไม่ไหว โดยขออนุญาตแม่ว่าจะไปอยู่สถานสงเคราะห์ฯ เอง

สุทธินี นุชนารถ นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า เรื่องที่เปลี่ยนไปมานี้พบได้บ่อยในสถานสงเคราะห์ฯ เพราะเด็กจะไม่เล่าถึงความจริงในอดีต เนื่องจากรู้สึกอายหรือเจ็บปวด

"โดยมากผู้ที่เข้ามายังสถานสงเคราะห์ฯ ส่วนใหญ่จะถูกทอดทิ้ง ครอบครัวไม่พร้อม และบางคนถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว" สุทธินีซึ่งเป็นผู้ดูแลของเงางามกล่าว

สุทธินียังได้กล่าวอีกว่าทางสถานสงเคราะห์ฯ กำลังดำเนินการขอบัตรประชาชนให้เงางาม รวมทั้งหานามสกุลให้ด้วย ตอนนี้เงางามยังไม่มีทั้งสองอย่างเพราะไม่สามารถหาตัวพ่อแม่ที่จะมายืนยันสายเลือดและความเป็นไทยได้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ สนามซ้อมในสถานสงเคราะห์เด็กหญิง สระบุรี

เปิดประตูบานใหม่ให้กับชีวิต

"ตอนแรกเหมือนเพื่อนบังคับให้เข้า [ทีมบ้านเด็กหญิง] แต่ไป ๆ มา ๆ เราทำด้วยใจ" เงางามบอกบีบีซีไทย เมื่อถูกถามว่าเริ่มต้นมาเป็นนักปั่นได้อย่างไร

การฝึกซ้อมหนัก และอาการเจ็บปวดจากจักรยานล้มทำให้เด็กหญิงมากกว่าครึ่งล่าถอยออกไป ทำให้ในปัจจุบันเหลือสมาชิกในทีมอยู่ 18 คน เงางามยังคงเดินหน้าซ้อมด้วยความอดทนยิ่ง

"มาด้วยใจ กีฬานี้รักมาก และต้องหากำลังใจให้เยอะที่สุด ยิ่งมีกำลังใจมาก เรายิ่งได้ซ้อมดีขึ้น แล้วความกลัวก็หายหมดเลย" เธอเล่า

จากการซ้อมจับเวลาภายใต้การเคี่ยวเข็ญของ อนุชิต กิจวานิชเสถียร โค้ชมืออาชีพเป็นเพียงหนึ่งปี เธอได้เข้าแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทยของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ถึง 5 สนามอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าเงางามสะสมได้คะแนนเป็นลำดับที่ 5 จากนักกีฬาทั้งหมด 5 คน ในรุ่นอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอติดทีมชาติได้โดยอัตโนมัติ "ตอนโค้ชมาบอกก็รู้สึกดีใจมาก เพราะเป็นคนแรกที่ติด(ทีมชาติ) และติดเร็วมาก เป็นผู้หญิงที่ติดเร็ว" เงางามกล่าว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เตรียมตัวแข่งขัน

ทีมบ้านเด็กหญิง

อนุชิต กิจวานิชเสถียร เป็นอดีตนักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ที่อยู่ในวงการมาราว 35 ปี เขาก่อตั้งทีมบ้านเด็กหญิงขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และเป็นโค้ชฝึกซ้อมเองด้วย

"ผมเห็นว่านักกีฬาหญิงมีน้อย แล้วก็เป็นกีฬาที่ค่อนข้างเสี่ยง(คนเล่นน้อย) โอกาสที่เด็กติดทีมชาติง่าย" โค้ชวัย 50 ปี กล่าว

ในช่วงแรก อนุชิตบริจาคจักรยานเก่าของเด็กในทีมที่ตนฝึกซ้อมอยู่ 7-8 คัน โดยต่อมามีการบริจาคเข้ามาบ้าง และหาซื้อโดยสถานสงเคราะห์ฯ บ้าง โดยจักรยานมีราคาตั้งแต่หลัก 5-6 พันบาท ถึง 4-5 หมื่นบาท

อนุชิตกล่าวว่า นับว่าเร็วมากที่เงางามติดทีมชาติภายใน 1 ปี แต่ก็เป็นไปได้เนื่องจากผู้หญิงมีน้อย

"ยิ้มตอนแรกมองไม่เห็นแววเลย แต่รูปร่างเขาให้ สรีระยิ้มตัวใหญ่ ต่างชาติเขาตัวใหญ่" เขากล่าว โดยใช้ชื่อเล่นของเงางาม คือ ยิ้ม

เขายังได้ชี้อีกว่าคุณสมบัติเด่นของเงางามที่ทำให้เล่นกีฬานี้ได้ดีก็คือ "มีความขยัน และอึด"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เดินขึ้นไปเตรียมตัวออกสตาร์ท

ปรับตัวกับโลกภายนอก

ที่สนามแข่งจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์จังหวัดชลบุรี เป็นที่ ๆ เงางามต้องเก็บตัวเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อฝึกซ้อมก่อนการแข่งขัน Thailand Open

นี่เป็นครั้งแรกที่เงางามได้ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว หลังจากที่อาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์ฯ มาตั้งแต่อายุ 5-7 ปี

จากที่เธอเคยกินอาหารพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่สถานสงเคราะห์ฯ เธอต้องสั่งอาหารกินเอง แถมยังระแวงสายตาคนแปลกหน้าที่มองเธอ และยังต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เช่น ไม่พูดคำหยาบ เนื่องจากอาจกระทบกับชื่อเสียงของสถานสงเคราะห์ฯ

"อันนี้คือการทดสอบของหนูที่ต้องอยู่คนเดียว เพราะวันแรก ๆ ก็ร้องไห้ ไป ๆ มา ๆ เริ่มอยู่คนเดียวได้ เริ่มเข้ากับคนอื่นได้ เริ่มไม่กลัวภายนอกแล้ว แต่ก่อนกลัวกว่านี้อีก แต่ก่อน เดินผ่านไปมา ก็กลัวเขาจะว่าว่าเราไม่ดี บ้านเด็กหญิงนี่ไม่ดีเลย หนูก็เลยกลัว แต่จริงๆ บ้านเด็กหญิงไม่เลวนะ มีน้ำใจมากกว่า อยู่ที่เราว่าจะมีน้ำใจตอนไหน" เงางามกล่าวนอกจากกำลังใจที่มีจากเพื่อนร่วมทีมและโค้ช เธอยังมีแรงบันดาลใจที่จะแข่งเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ทีมและสถานสงเคราะห์ฯ อีกด้วย

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เดินขึ้นสู่จุดสตาร์ท

"เขาเลี้ยงหนูมาจนโต ตอนแรกหนูไม่รู้หรอกว่ามาอยู่ที่นี่ได้ไง รู้สึกว่าที่นี่เหมือนบ้านเรา"

เขามีบุญคุณกับเรามากที่สุด เขาจะดุหรือว่าเรา เราก็ทนได้" เธอกล่าว "แต่จริงๆ หนูอ่อนแอนะ ไม่ค่อยเข้มแข็งหรอก ก็เห็นภายนอกอย่างนี้เข้มแข็ง แต่จริงๆ อ่อนแอ"

แม้ผลในการแข่งขัน Thailand Open เมื่อเดือนที่แล้ว เงางามได้คะแนนเป็นลำดับที่ 7 หรือตำแหน่งรองสุดท้าย ในรุ่นอายุ 19 ปีขึ้นไป ซึ่งไม่เป็นไปตามที่เธอหวัง แต่เธอก็ยังไม่ถอดใจ ยังคงซ้อมพัฒนาฝีมือต่อไป และสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือการเห็นเส้นทางเดินชีวิตในอนาคตของตัวเอง จักรยาน เพราะอยากจะเผื่อแผ่ความโชคดีของเธอไปแก่เด็กคนอื่น ๆ ด้วย โดยเงางามอยากจะการเป็นโค้ชจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ให้ทีมเด็กยากจนที่ไม่มีโอกาส

"เด็กยากจนเขาอยากเป็นทีมชาติเหมือนเรา แต่เราได้เปรียบกว่าเพราะเราได้ซ้อมก่อน" เธอกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม