โฆษณาหด ดิจิทัลทีวีแห่หนีตาย เนชั่นประกาศขาย NOW วอยซ์ปรับโครงสร้างอีกรอบ

โลโก้ช่องนาว Image copyright BBCThai

ยอดโฆษณาในสื่อหดต่อเนื่อง ทีวีดิจิทัลแห่ลดต้นทุน เครือเนชั่นประกาศขายช่อง NOW และมหาวิทยาลัย ส่วนวอยซ์ทีวีเตรียมปรับโครงสร้างรอบใหม่

นายเทพชัย หย่อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป กล่าวกับบีบีซีไทยว่า คณะกรรมการบริษัทเห็นพ้องให้ปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยจำหน่ายทรัพย์สิน เพื่อลดภาระหนี้สิน เพิ่มสภาพคล่อง และหันกลับมาให้ความสำคัญ กับธุรกิจหลัก ที่เป็นจุดแข็งของธุรกิจ คือ การผลิตเนื้อหาข่าว ของสถานีข่าวเนชั่นทีวี

นายเทพชัยคาดว่า การขายสินทรัพย์ครั้งนี้จะมีมูลค่าอย่างน้อย 1,403 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. มหาวิทยาลัยเนชั่น (ดำเนินการโดยบริษัท เนชั่นยู จำกัด) 2. ธุรกิจทีวีภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ช่องนาว26 (ดำเนินการโดยบริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด) 3. ธุรกิจรับส่งสินค้า (บริหารโดยบริษัท เอ็มเอ็มแอล จำกัด) 4. ธุรกิจโรงพิมพ์ (ดำเนินการโดยบริษัท ดับบลิวพีเอส (ประเทศไทย) จำกัด) 5. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ

Image copyright Www.set.or.th
คำบรรยายภาพ เอกสารชี้แจงมติบอร์ด บมจ. เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายเทพชัย ระบุว่า การขายทรัพย์สินจะทำผ่านการประกวดราคาที่จะเริ่มลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. - 12 ม.ค. ปีหน้า เพื่อให้กระบวนการมีความโปร่งใส แต่เขาไม่ปฏิเสธข่าวก่อนหน้านี้ว่า เนชั่นฯ ได้เจรจากับบริษัทที่สนใจในธุรกิจดังกล่าวไว้บ้างแล้ว เช่น บมจ. สหพัฒนพิบูล ที่สนใจลงทุนในธุรกิจการศึกษา นายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการ บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง ผู้รับสัมปทานดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่สนใจที่จะลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัล และกลุ่มบริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส

ไม่ขัดระเบียบ กสทช.?

เมื่อถามว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นในธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่องนาว 26 จะขัดต่อระเบียบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือไม่ นายเทพชัยกล่าวว่า เป็นสิ่งที่สามารถทำได้เพราะชื่อนิติบุคคลไม่เปลี่ยนแปลง และที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์หลายแห่งต่างหาผู้ร่วมทุนใหม่ๆ เช่นกัน

"การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลในไทยล่าช้าไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทำให้ภูมิทัศน์เปลี่ยนแปลงไป เพราะผู้ชมมีทางเลือกในการรับชมเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน เมื่อมีทีวีดิจิทัลจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันยิ่งดุเดือด"

ปัจจุบัน เครือเนชั่นบริหารธุรกิจทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ช่องนาว 26 (ช่องประเภทวาไรตี้) และช่องเนชั่นทีวี (ช่องข่าว)

Image copyright กสทช.
คำบรรยายภาพ พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท.

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นดังกล่าว พ.อ. นที ศุกลรัตน์ ประธานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบในรายละเอียดในการที่ บมจ. เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เลือกใช้การประกวดราคาใน บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือใบอนุญาตในการใช้คลื่นความถี่สาธารณะ และใบประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิทัลช่องที่ 26

"ผมขอไปศึกษาในรายละเอียดก่อนว่ากระบวนการดังกล่าว เป็นไปอย่างไร ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าขัดต่อกฎระเบียบของกสทช. หรือไม่" พ.อ. นทีกล่าวกับ บีบีซีไทย

เปลี่ยนมือ หนีขาดทุน

จำนวนสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลที่มีกว่า 20 ช่อง และ ยอดโฆษณาที่หดตัวทำให้ ทีวีหลายช่องประสบปัญหาการเงิน จนตัดสินใจหาผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา ต่อลมหายใจ เช่น เมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัท วัฒนภักดี จำกัด โดยนายฐาปนและนายปณต สิริวัฒนภักดี บุตรชายของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี "เจ้าสัวเจริญ" มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไทยใช้เงิน 850 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 47.62% ใน บมจ. อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง ซึ่งคือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์อมริมทร์ทีวี

ต่อมาในปีนี้บุตรชายทั้งสองของเจ้าสัวเจริญ แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ได้นำบริษัท อเดลฟอส จำกัด เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารทีวีดิจิทัลช่อง GMM 25 ในสัดส่วน 50%

Image copyright Getty Images

นอกจากนี้ บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ซึ่งมี น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็เข้าซื้อหุ้น 50% ในบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้บริหารช่องวัน ในเครือของบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ทั้งนี้ น.ส. ปรมาภรณ์ คือบุตรสาวของนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ และถูกจัดอันดับร่ำรวยอันดับ 8 ก็เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี

วอยซ์ทีวี ประกาศปรับโครงสร้างอีกรอบ

นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ระบุในแถลงการณ์วันที่ 22 ธ.ค.ว่า บริษัทจะปรับโครงสร้างองค์กรโดยมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค. 2561 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ตามแผนธุรกิจปี 2561

นอกจากการปรับสัดส่วนการผลิตรายการแล้ว บริษัทจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน 127 คน โดยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทุกคนจะได้รับเงินค่าชดเชย ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด

Image copyright Getty Images

เมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ประกาศปรับโครงสร้างและส่งผลให้ปลดพนักงาน 57 คน

เมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา บอร์ด กสท.ได้มีมติสั่งพักใบอนุญาตวอยซ์ทีวี 7 วัน โดยให้เหตุผลว่านำเสนอเนื้อหารายการอันเป็นการกระทำผิดซ้ำซากและกระทบความมั่นคง ตามมาตรา 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97 และ 103

สำหรับสถานีโทรทัศนแห่งนี้ มีทุนจดทะเบียน 2,310 ล้านบาท เป็นธุรกิจของนายพานทองแท้ ชินวัตร และ นางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งเป็นบุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร

งบโฆษณาตกต่อเนื่อง

นอกจากการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้ง ความนิยมในการใช้สื่อออนไลน์ รายได้จากโฆษณาของสื่อดั้งเดิม ซึ่งประกอบด้วยสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์จึงลดลงอย่างต่อเนื่อง

งบโฆษณาในรอบ 11 เดือนปีนี้

-5.74%

  • ปีนี้ 9.26 หมื่นล้านบาท

  • ปีที่แล้ว 9.83 หมื่นล้านบาท

  • - งบโฆษณาทีวี -7.5%

  • - งบโฆษณาหนังสือพิมพ์ -20%

ภายหลังจากการเข้ายึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557 เม็ดเงินโฆษณาในสื่อต่างๆ เป็นไปอย่างลุ่มๆดอนๆ

ข้อมูลโฆษณาจากสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยพบว่า งบโฆษณาปี 2557 อยู่ที่ 130,000 ล้านบาท ลดลง 2.4% ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นในปี 2558 โตขึ้น 2.8% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 136,770 ล้านบาท แต่ในปีที่ผ่านมาตัวเลขตกลงถึง 11% มาอยู่ที่ 121,799 ล้านบาท

นายไตรลุจน์ นวะมะรัตน นายกสมาคมมีเดียฯ ให้สัมภาษณ์เมื่อส.ค.ที่ผ่านมาว่า คาดการแนวโน้มในปี 2560 จะลดลงจากปีก่อน 11% หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาโดยภาพรวมมีอัตราการเติบโตลดลง 5%

"ประยุทธ์" ขาดทุนไม่ใช่ฝีมือรัฐบาลนี้

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้ความเห็นเกี่ยวกับการปิดตัวของหนังสือ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่า หนังสือก็ขาดทุนไปหลายฉบับแล้ว ซึ่งไม่ใช่เพราะฝีมือรัฐบาลนี้ทำ แต่เป็นเพราะโลกมันเปลี่ยนแปลง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประยุทธ์ กล่าวเชิญให้ประชาชนช่วยกันดูรายการของสถานีโทรทัศน์และช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ รวมทั้งข่าวในโซเชียลมีเดียอีกด้วย

"สื่อจำเป็นต้องเพิ่มเนื้อหาสาระ มีทั้งความรู้ความบันเทิง การเรียนรู้ ถ้าสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ คนก็จะอ่านหนังสือมากขึ้น ทุกอย่างก็จะดีขึ้นไม่ใช่ว่าหนังสือก็ไม่ค่อยอ่าน แต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่เกิดประโยชน์ วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียวก็ไม่มีสาระ รังแต่จะเกิดความขัดแย้ง" นายกรัฐมนตรี กล่าวและเชิญชวนให้ประชาชนช่วยกันดูรายการของสถานีโทรทัศน์และช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ รวมทั้งข่าวในโซเชียลมีเดียอีกด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม