ต่างชาติ "อึ้ง" บริการ "ฟอกขาว" อวัยวะเพศ

คนไข้ทำเลเซอร์อวัยวะเพศชายขาวที่ รพ.เลอลักษณ์ Image copyright LELUX HOSPITAL

หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า Atittayapa Photiya โพสต์เชิญชวนให้คนเข้ามาทำเลเซอร์อวัยวะเพศให้ขาวที่ รพ.เลอลักษณ์ โดยลงทั้งรูปภาพและคลิปวิดีโอ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเกือบ 20,000 ครั้ง

ในเวลาต่อมา สำนักข่าวเอเอฟพีของฝรั่งเศส ได้รายงานเรื่องนี้ออกไป ทำให้สื่อทั่วโลกที่ซื้อข่าวของสำนักข่าวนี้ ต่างนำเสนอข่าวนี้ทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของตัวเอง และตามมาด้วยความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางของผู้อ่าน

ผู้อ่านส่วนใหญ่ของเว็บ เดลีเมล หนังสือพิมพ์หัวสีในอังกฤษ แสดงความคิดเห็นไปในเชิงตกใจ มองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด และไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว

"เพราะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากคุณยิ่งผิวสีขาวเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งดูเป็นคนที่มีฐานะและดูดี หากคุณมีผิวสีคล้ำก็เท่ากับว่าเป็นคนจนและไม่น่าดึงดูด ใช่ มันไร้สาระ แต่ทุกคนพูดตรงกัน"ผู้ใช้นามว่า Abysmally ให้ความเห็นไว้

เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ ของประเทศออสเตรเลียรายงานว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ธุรกิจการทำสีผิวขาวมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ในประเทศไทย ร้านขายยาและชั้นวางของที่ซุเปอร์มาเก็ตจะเต็มไปด้วยสินค้าที่จะทำให้ผิวที่หน้า ตัว และรักแร้ ขาวขึ้น โดยมีการโฆษณาสินค้าดังกล่าวบนบิลบอร์ด บนรถไฟ ในหนังสือพิมพ์ และบนสื่อโทรทัศน์

ส่วนเว็บข่าวแรพเลอร์ของประเทศฟิลิปปินส์รายงานข่าวดังกล่าวโดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กให้ความเห็นกว่า 600 ความเห็น ยกตัวอย่างเช่นผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า Hanz Coquilla ที่ให้ความเห็นไว้ว่า "สีโทนออกน้ำตาลดูดีกว่านะฉันว่า" ซึ่งมีผู้กด "ไลค์" กว่าร้อยคน

ด้าน บัญชีทวิตเตอร์ของ บีบีซีนิวส์เวิล์ด ผู้ใช้นามว่า Mattheus Anderson แสดงความเห็นว่า "ผมเชื่อว่า คงไม่มีใครในโลกตะวันตกที่คิดหาวิธีทำ องคชาติให้คล้ำลง แม้คนที่นี่หมกมุ่นกับเรื่องผิวสีแทน"

เสริมสร้างความมั่นใจ

"เอ็กซ์" เป็นหนึ่งในคนไข้ 20-30 รายต่อเดือนที่ใช้บริการเลเซอร์อวัยวะเพศให้ขาวที่ รพ.เลอลักษณ์ หลังจากที่มีการให้บริการทางด้านนี้เมื่อสามเดือนที่ผ่านมา

"ผมเคยทำทรีทเม้นท์เลเซอร์ที่หน้า เห็นที่ รพ. มีลงว่าของผู้หญิงสามารถทำขาหนีบได้ เลยถามเขาว่าผู้ชายทำได้ไหม ก็ลองปรึกษาคุณหมอ" ชายวัย 30 ปี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัท กล่าวกับบีบีซีไทย

"สำหรับผมต้องการความมั่นใจในการใส่กางเกงว่ายน้ำ ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น"

เอ็กซ์จ่ายเงิน 20,000 บาทในการทำคอร์ส 5 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที และแพทย์แนะนำให้ทำสองอาทิตย์ครั้งในช่วงแรก

"ตอนแรกคิดว่าจะเจ็บ แต่เขามีเป็นเจลทาลงไปแล้วเป่าลมให้เย็น เลยไม่รู้สึกเจ็บ" เขากล่าว

ปัจจุบันเอ็กซ์ทำเลเซอร์ไปทั้งหมด 3 ครั้ง และพบว่าเฉดสี่อ่อนลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

คนแห่ทำทั้งไทยและเทศ

Image copyright LELUX HOSPITAL
Image copyright LELUX HOSPITAL

นายพอพล ตันสกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด รพ.เลอลักษณ์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ก่อนหน้านี้ 4 เดือนที่แล้วทาง รพ. มี "เลเซอร์จิ๊มิขาว" ซึ่งเป็นการทำเลเซอร์เพื่อทำให้อวัยวะเพศหญิงขาวขึ้น สืบเนื่องจากตรงนั้น มีลูกค้ามาถามเกี่ยวกับอวัยวะเพศชาย ทาง รพ. จึงเปิดให้บริการดังกล่าวหนึ่งเดือนต่อมา

นายพอพลกล่าวว่า ผู้มาใช้บริการมีสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มชายรักชาย ซึ่งจะใส่ใจความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ และอีกกลุ่มจะเป็นสาวประเภทสองที่ยังคงไว้ซึ่งอวัยวะเพศชาย

"คนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องจุดซ่อนเร้น เขาอยากจะดูดีทุกสัดส่วน" เขากล่าว

ปัจจุบัน รพ. มีคนไข้มาทำเลเซอร์อวัยวะเพศขาวเดือนหนึ่งเฉลี่ย 20-30 คน ทั้งชายและหญิง ซึ่งในช่วงหลังมีชาวต่างชาติจากพม่า กัมพูชา และฮ่องกง มาใช้บริการด้วย โดยทรีทเม้นท์เพื่อผิวขาวมีประมาณ 50% ของผู้มาใช้บริการทั้งหมดของ รพ.

แพทย์เตือนถึงอันตราย

ด้าน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แถลงเตือนเมื่อ 4 ม.ค. ถึง การทำเลเซอร์อวัยวะเพศชายให้ขาว ว่าเป็นอันตราย โดยผลกระทบมีทั้งทั้งเกิดอาการเจ็บปวดขณะทำ การระคายเคืองได้ง่ายกว่าก่อนทำ ผิวหนังอักเสบ เกิดรอยแผลเป็น และอาจส่งผลกระทบถึงระบบสืบพันธุ์ และการมีเพศสัมพันธ์ได้ รวมทั้งเมื่อหยุดทำเลเซอร์ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศชายก็จะกลับมาดำเหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นจุดด่างดำดูน่าเกลียด เพราะการทำเลเซอร์ไม่ได้ให้ผลถาวร

"การทำเลเซอร์ให้อวัยวะเพศขาวขึ้นนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีอีกด้วย" นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดี สบส. กล่าว

เข้าข่ายโฆษณาผิดกฎหมาย

นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของการโฆษณาที่มีการใช้ภาพคนไข้ที่อยู่ในอิริยาบถที่ดูแล้วไม่เหมาะสม ส่อไปทางลามก อนาจาร รวมทั้ง เป็นการโฆษณาเครื่องมือแพทย์ สบส. ได้ประสานพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบเนื้อหาดังกล่าว ซึ่งแม้สถานพยาบาลดังกล่าวจะไม่ได้เป็นผู้โฆษณาด้วยตนเองแต่ตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่ง ห้ามปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยการใช้ข้อความ ภาพ เสียง อาทิ การถ่ายคลิป/ไลฟ์สดผ่านสื่อโซเชียล ไม่ว่าสถานพยาบาลจะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ หรือไม่แต่หากมิได้มีการทักท้วง หรือปฏิเสธ ก็จะถือว่าเข้าข่ายรู้เห็น ยินยอมให้มีการโฆษณาสถานพยาบาลแทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะระงับการโฆษณา และหากพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพอาจมีการกระทำผิดมาตรฐานจะส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพดำเนินการด้านจริยธรรมด้วย

นายพอพลกล่าวกับบีบีซีไทยว่า ทาง รพ. ใช้เครื่องมือที่มีการรับรองจาก อย. แต่แพทย์ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ในเรื่องมุมทางการแพทย์

ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์

พญ.เบ็ญจ์สชีว์ ปัทมดิลก แพทย์เฉพาะทาง ตัจวิทยา สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ที่ผ่านมาไม่มีงานวิจัยรองรับว่าการทำเลเซอร์อวัยวะเพศให้ขาวจะเห็นผลชัดเจน เพราะฉะนั้นการรักษาด้วยเลเซอร์บริเวณอวัยวะเพศให้ขาวขึ้น ไม่ได้เป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน

"ผิวหนังคนเราแต่ละตำแหน่งเม็ดสีจะไม่เท่ากัน บริเวณที่เซลล์เม็ดสีมีจำนวนเซลล์เยอะที่สุดจะเป็นอวัยวะเพศและบริเวณหัวนม ซึ่งการที่จะเปลี่ยนจากดำแบบสีกาแฟให้ขาวแบบสีเนื้อหรือกระดาษ เป็นไปไม่ได้" พญ.เบ็ญจ์สชีว์ กล่าว

Image copyright Bensachee Pattamadilok
คำบรรยายภาพ พญ.เบ็ญจ์สชีว์ ปัทมดิลก

ส่วนเครื่องมือที่ใช้เป็นเลเซอร์ที่ใช้ทำลายเม็ดสี ปกติทางการแพทย์นำมาใช้รักษากระ ปานดำ หรือลบรอยสัก เป็นการรักษาที่จัดเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน มีงานวิจัยรองรับ แต่ต้องทำการรักษาหลายครั้ง ไม่ใช่ครั้งเดียว ปัจจุบันมีการนำมาดัดแปลงนำเลเซอร์ชนิดนี้มารักษาบริเวณใบหน้า หวังผลให้หน้าใสขึ้น ฝ้าจางลง แต่ยังไม่จัดเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน

เลเซอร์ประเภทนี้มีการตั้งค่าพลังงานของเครื่องที่หลากหลาย หากตั้งค่าพลังงานที่สูง เพื่อหวังผลทำลายเซลล์เม็ดสี สิ่งที่ตามมาหลังทำเลเซอร์ คือ คนไข้จะมีแผลแดงแฉะ มีเลือดซึม เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ บวกกับผิวหนังตรงนั้นอับชื้น ถ้าคนไข้ดูแลแผลไม่ดี อาจติดเชื้อได้

หากตั้งค่าพลังงานไม่สูง หลังจากทำอาจจะไม่ได้มีแผลดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่อาจจะต้องทำหลายครั้ง ทุก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเคยมีการนำมารักษาฝ้าที่ใบหน้า ซึ่งหลังหยุดทำ ฝ้าหรือรอยดำคล้ำก็กลับมาเหมือนเดิม และถ้าทำบ่อยๆ นอกจากคนไข้ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากแล้ว ก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ อันได้แก่ การทำลายเม็ดสีถาวรเฉพาะที่ได้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม