“แม่” ผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ต้องขังหญิงผ่านร้านนวด

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
นวดสู่ชีวิตใหม่ของผู้หญิงที่เคยก้าวพลาด

จากอดีตข้าราชการกรมราชฑัณฑ์ที่คลุกคลีกับผู้ต้องขังหญิงมากว่า 42 ปี และเกษียณอายุในตำแหน่ง ผอ.ฑัณฑสถานหญิงของ จ.เชียงใหม่ ชีวิตวันนี้ของ เนาวรัตน์ ธนะศรีสุดารัตน์ ในวัย 70 ปี ดูแลกิจการร้านนวดลีลานวดไทย 6 สาขา ที่มีอดีตผู้ก้าวพลาดเคยต้องโทษเป็นพนักงานนวดกว่า 170 ชีวิต ให้ได้กลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง

ชีวิตหลังเกษียณของอดีต ผอ.ฑัณฑสถานเชียงใหม่คนแรก กับกิจการร้านนวดไทยที่ให้อดีตผู้ต้องโทษหญิงได้ทำงานมีรายได้จุนเจือตนเอง หลังถูกสังคมบางส่วนปฏิเสธ ขณะที่ความผิดพลาดในอดีตกลายเป็นอุปสรรคปิดกั้นโอกาส

สปานวดสไตล์ล้านนา คงดูไม่ต่างจากร้านนวดไทยตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป หากไม่มีป้ายที่เขียนข้อความ Ex-inmates working center ให้ข้อมูลกับลูกค้าที่แวะเวียนผ่านไปมาว่า ที่นี่คือศูนย์ทำงานของอดีตผู้ต้องโทษ

จากจุดเริ่มต้นสาขาแรก สิบปีให้หลัง เนาวรัตน์ขยายกิจการตามการเติบโตของการเป็นเมืองท่องเที่ยวเป็น 6 สาขา พนักงานนวดราว 170 คน เป็นผู้ที่เคยก้าวพลาด นอกจากนั้นพนักงานอื่นๆ ยังเป็นญาติของอดีตผู้ต้องขังที่ชักชวนเข้ามาทำงาน

ชีวิตหลังพ้นโทษของอดีตผู้ต้องขังหญิง

"เขาพ้นโทษออกไปทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ทำไปได้ระยะหนึ่ง พอโรงแรมรู้ว่าเคยอยู่ในคุกก็พยายามบีบให้ออก เพื่อนร่วมงานก็รังเกียจ เขาก็มาหา"

เรื่องของผึ้ง พนักงานนวดรุ่นแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ของร้านลีลานวดไทย ใน จ.เชียงใหม่ เป็นสิ่งที่ เนาวรัตน์ ธนะศรีสุดารัตน์ อดีตผู้อำนวยการฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ในวัย 70 ปี เล่าให้บีบีซีไทยฟัง ถึงแรงผลักดันความคิดที่จะเปิดร้านนวดที่มีอยู่แล้วของเธอ

ตอนนั้นเนาวรัตน์เหลือเวลาราชการอยู่อีก 1 ปี ผึ้งเป็นหนึ่งในผู้ที่พ้นโทษที่ออกไปแล้วกลับมาหาและบอกว่า ไปสมัครหางานทำที่ไหนก็ไม่มีใครรับ หรือพอรับแล้วรู้ว่าติดคุกมาก็พยายามลดเงินเดือนให้อยู่ไม่ได้

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

"แม่ (คำที่อดีตผู้ต้องขังเรียกเนาวรัตน์ตั้งแต่ยังเป็น ผอ.เรือนจำหญิง ) หนูถูกบีบให้ออก ไม่รู้จะไปอยู่ไหน หนูไม่มีงานทำ เปิดร้านให้หนูได้ไหม" นั่นเป็นคำพูดของผึ้งที่บอกเนาวรัตน์ก่อนที่ในคืนนั้น เธอจะตัดสินใจหาตึกแถวเพื่อเปิดร้านนวดให้กับอดีตผู้ต้องขัง

พนักงานนวดรุ่นแรกของลีลานวดไทยมีอยู่ 10 ชีวิต พวกเธอล้วนแล้วเคยผ่านการฝึกฝนวิชาชีพนวดมาจากเรือนจำ

เจ้าของกิจการลีลานวดไทย เปิดเผยว่าพนักงานนวดทั้ง 6 สาขามีอยู่กว่า 190 คน จำนวนนี้ 170 คนเป็นอดีตผู้ต้องโทษ ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด ลักทรัพย์

สอดคล้องกับประสบการณ์ในรั้วราชฑัณฑ์ เนาวรัตน์กล่าวว่า ผู้ต้องขังหญิงในภาคเหนือร้อยละ 90 กระทำผิดในคดียาเสพติด ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ามากกว่าผู้เสพ

ฝ่าด่านมายาคติต่อผู้ต้องขัง

การหาที่ทางเพื่อเช่าเปิดร้านในตอนแรกนั้นไม่ง่าย เมื่อบอกจุดประสงค์ของการเปิดร้านนวดว่า ใครจะเป็นผู้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้

"ไปเช่าร้านตอนแรก เจ้าของยังไม่อยากให้เช่าเลย เขาบอกว่าจะเอานักโทษมาอยู่เหรอ เดี๋ยวเอายามาไว้ตึกหนูทำยังไง 2-3 วันแล้วก็ไปอีก เลยบอกเขาว่า ถ้าเราไม่ช่วยกันประเทศเราก็เป็นอย่างงี้แหล่ะ มีแต่คนขายยา ก็ไม่มีใครเค้ารับทำงาน สงสารเค้านะ ไม่งั้นเค้าก็กลับเข้าไปอีก เค้านิ่งฟัง...." เนาวรัตน์เล่าถึงด่านแรก ก่อนที่เจ้าของตึกแถวใจกลางเมืองเชียงใหม่ จะยอมใจอ่อนให้เช่า และยังลดราคาค่าเช่าให้ด้วย

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

"พี่ทำคนเดียวไม่ไหวหรอก ก็ต้องอาศัยคนอื่นด้วย" เนาวรัตน์กล่าวกับผู้ให้เช่า

เนาวรัตน์เล่าว่า ความคิดที่จะทำสปานวดที่เปิดเผยให้ลูกค้ารับรู้ว่าเป็นศูนย์ทำงานของอดีตนักโทษไม่ได้เกิดตั้งแต่หนแรก

"ลูกค้ามาเยอะๆ ก็เปิดตัวเลยไหม" เนาวรัตน์เล่า ความคิดของลูกสาวซึ่งเรียนมาทางบริหารและเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจ

ในตอนนั้นได้ถามความสมัครใจของพวกเธอ (พนักงานหมอนวด) ก่อน "เหมือนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เราเห็นด้วยว่าคนที่ทำผิด ก็มีโอกาสจะทำดีได้นะ ตอนแรกไม่ได้คิดเลยว่าจะทำแบบนี้ แค่ให้พวกเขามีงานทำก็พอแล้ว" เนาวรัตน์ กล่าว

กลับคืนสู่สังคมด้วยอาชีพ

อดีตผู้ต้องขังหญิงที่ให้บริการนวด ผ่านหลักสูตรการนวดแผนไทยจากเรือนจำ 150 ชั่วโมง ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าไปฝึกวิชาชีพให้

"ส่วนใหญ่แล้วเน้นนวดแผนไทย อาชีพอื่นต้องไปลงทุนลงแรง ซึ่งผู้พ้นโทษส่วนใหญ่ไม่มีเงินเลย เลยคิดว่านวด สปา ดีที่สุด" เนาวรัตน์ให้ข้อมูล และเล่าอีกว่าผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษแล้วก็จะได้ออกไปทำงานในร้านนวดหน้าเรือนจำที่เปิดบริการแก่คนทั่วไป

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

"เปิดร้านหน้าเรือนจำแรก ๆ ก็ไม่มีคนเลย คนไทยก็กลัว เอ๊ะ... เอานักโทษมานวด แต่หลังจากเราประชาสัมพันธ์ ชวนเพื่อนฝูงมาบ้าง เข้ามาสัมผัสแล้ว มันไม่ใช่น่ากลัวอย่างที่คิด"

ที่ลีลานวดไทย พนักงานนวด ได้รับค่าจ้างเป็นรายสัปดาห์ บางคนรับเป็นเดือน ทางร้านจ่ายค่านวดให้ครึ่งหนึ่ง พวกแพกเกจสปา ก็จะได้มากกว่านวดไทย นวดเท้าธรรมดา อย่าง 2 ชั่วโมงก็จะได้ค่าจ้างแล้ว 380 บาท รายได้ก็จะขึ้นกับชั่วโมงการทำงานที่ทำในแต่ละวัน เฉลี่ยสัปดาห์ละ 3,000-4,000 บาท

ชีวิตของแอร์ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด

ช่วงสายของวันอาทิตย์ต้นเดือน พ.ย. ประตูท่าแพ หนึ่งในจุดท่องเที่ยวของเชียงใหม่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นเวลาเดียวกับที่พนักงานนวดในลีลา นวดไทย กำลังขะมักเขม้นเตรียมการสำหรับรอรับลูกค้าคนแรกตอน 10 โมง

รองเท้าหวาย ผ้าขนหนูเช็ดมือ เช็ดเท้า ลูกประคบสมุนไพร สครับขัดผิว เสื้อผ้าที่ใช้ให้ลูกค้าเปลี่ยนสำหรับนวด ถูกนำไปประจำห้องนวดต่างๆ ในอาคาร 3 ชั้น 2 คูหา

ที่นี่บีบีซีไทยได้พบกับ แอร์ หรือพรทิวา ศรีสุวรรณ อดีตผู้ต้องขังที่ทำงานที่นี่มาแล้ว 7 ปี

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

หญิงร่างเล็กจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในวัย 45 ปี ขี่มอเตอร์ไซค์มาจองคิวนวดตั้งแต่เช้า 07.40 น. วันนั้นเธอได้คิวที่ 8 สำหรับพนักงานหมอนวด ยิ่งมาจองคิวเร็วเท่าไหร่ นั่นหมายความถึงโอกาสที่จะได้รับค่าชั่วโมงนวดเพิ่มขึ้น

"แอร์" ได้พบชีวิตใหม่ที่นี่หลังการก้าวพลาดในคดีร่วมกันกับสามีขายและครอบครองยาเสพติด หลังสามีซัดทอดเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ขณะที่เธอกำลังตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่ 4 เดือน

"ตอนที่เรามาเริ่มนวดก็คือ เราเป็นมาจากข้างในแล้ว มาถึงก็มานวดได้เลย ก็ปรับท่านิดนึง พอนวดไปสักระยะหนึ่งก็มีเทรนเนอร์มาสอนนวด สอนทำหน้า ก็ค่อยๆ เริ่มเป็นขึ้นมา เป็นหลายๆ แบบ" แอร์เล่าถึงการทำหน้าที่พนักงานนวดวันแรก

ถนัดนวดแบบไหนมากที่สุด ?

"ได้ทุกอย่าง แต่ชอบนวดหน้ามากเลย" แอร์เล่าถึงการงานที่เธอทำอยู่ทุกวัน ก่อนเสริมว่า นวดหน้ามีขั้นตอนที่ต้องทั้งขัด และนวด พร้อมสาธยายการนวดหน้าแบบต่างๆ

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ก้าวที่ผิดพลาด

รู้ไหมว่าแฟนเกี่ยวข้องกับขายยา?

"ก็รู้อ่ะค่ะ แกออกไปส่งของโดนจับมา ก็ซัดทอดมาทางเรา เอาตำรวจมาจับแอร์ไปด้วย แต่ขายก็ใช่ว่าจะได้เงินนะ ส่วนมากแกกินไปเยอะ กินแล้วก็ขายด้วย ไม่ใช่ว่าจะมีเงิน"

ตอนถูกดำเนินคดี แอร์เป็นแรงงานก่อสร้างอยู่กลางเมืองเชียงใหม่กับสามี ค่าแรงวันละไม่ถึง 200 บาท กระทั่งเขาถูกจับจากการล่อซื้อยา 20 เม็ด และเงินที่ได้จากการขายนั้นอยู่ที่ตัวเธอ ศาลตัดสินจำคุก 6 ปี และปรับอีก 250,000 บาท

ในวันที่อิสรภาพของแอร์ถูกจองจำที่ฑัณสถานหญิงเชียงใหม่ ลูกชายคนโตกำลังจะเรียนจบชั้น ม. 3 เธอต้องฝากให้พี่ชายดูแลก่อนที่ลูกจะต้องไปใช้ชีวิตกินนอนที่โรงเรียนต่างถิ่น

"พอเรียนจบแกก็ได้ทุนไปเรียนลำพูน แต่ลูกชายไม่มีเงินแม้จะเป็นค่ารถไป พี่ชายบอกว่า กูให้ กูเป็นคนเอาเงินให้ลูกไปเอง" ถึงช่วงนี้ แอร์เล่าด้วยเสียงที่แผ่วลงพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ชีวิตในเรือนจำขณะที่กำลังตั้งครรภ์

เข้าไปวันแรก แอร์เล่าว่า เธอทำหน้าที่เลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นลูกของผู้ต้องขังหญิงในโซนแม่และเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งผู้เป็นแม่ต้องไปทำภารกิจที่แอร์เรียกว่า "เข้าโรงงาน" หรือการฝึกอาชีพ ที่เรือนจำกำหนด

ลูกคนเล็กของแอร์ลืมตาดูโลกในวันที่เธออยู่ข้างในได้ 4-5 เดือน เธอได้เลี้ยงลูกชายจนอายุ 1 ขวบ ก็ต้องส่งลูกออกจากเรือนจำไปพักที่บ้านเด็กชายตามกฎของเรือนจำ

การต้องโทษของแอร์ไม่ยาวนานเท่าคำตัดสินศาลในตอนแรก เธอถูกจัดเป็นนักโทษชั้นดี และเมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษ 3 ครั้ง จึงได้พักโทษ เธออยู่ในเรือนจำทั้งสิ้น 1 ปี 8 เดือน

หนทางใหม่

หลังจากพ้นโทษ แอร์เข้าทำงานโรงงานเซรามิคในลำปาง ที่นั่นนายจ้างให้โอกาสและไว้วางใจแม้รู้ว่าเธอเคยต้องคดียาเสพติด แต่หลังจากผ่านไป 1 ปี เมื่อสามีพ้นโทษออกมา และมาขออยู่ด้วย นายจ้างยืนยันว่า ถ้าหากเธอเลือกให้สามีอยู่ที่นี่ เธอต้องออกจากงาน

เธอเลือกที่จะกลับมาเริ่มต้นใหม่กับสามี จุดหมายปลายทาง คือ ร้านลีลานวดไทย ที่เคยรู้มาว่าเป็นร้านของ "แม่เนา" แอร์ได้เริ่มงานทันทีตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง

เนาวรัตน์จำวันแรกที่แอร์มาสมัครงานได้ "เขามีเงินติดตัวมา 100 บาท แม่เลยพาไปนอนบ้าน มาจากลำปาง ก็กินข้าวอยู่กับแม่ หลังจากนั้นก็ไปเช่าหออยู่ ตอนนี้ส่งลูกเรียนจบแล้วคนหนึ่ง"

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

ระหว่างที่เริ่มทำงานที่ร้านนวด สามีกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกครั้ง ทำให้แอร์ตัดขาดกับสามีและเลี้ยงลูกคนเดียว 2 คน

"เราก็คิดว่าถ้าอยู่นานไปอีก ก็กลัว อีกอย่างน้องต้น (ลูกชายคนเล็ก) ก็ยังเล็ก ถ้าเกิดเราต้องเข้าไปอีก ก็ออกมาไม่ได้ ก็เลยขนของหนีเลย ตอนหนีออกมาก็ไม่ได้บอก ไม่ได้ถามด้วยว่าทำไม ตี 1 ตี 2 เพราะเราเป็นคนรับโทรศัพท์ แล้วเป็นผู้ชายโทรมาด้วย จะเป็นเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่ยา"

ปัจจุบันแอร์มีรายได้จากอาชีพนวดเดือนละเฉลี่ย 20,000 บาท ไม่รวมรายได้จากค่าชั่วโมงจากการนวด บางเดือนสูงถึง 5,000 บาท รายได้จากการนวดช่วยส่งให้ลูกคนเรียนจนจบชั้น ปวส. ส่วนลูกคนเล็กวัย 9 ขวบ เธอยังคงส่งเสียให้เรียนหนังสือ

เร็วๆ นี้ เธอกำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งผ่อนจ่ายไป 2 ปี จากน้ำพักน้ำแรง เธอเล่าด้วยแววตาเป็นประกายและรอยยิ้มถึงบ้านหลังนั้น

ความหวัง

ตลอด 10 ปี เนาวรัตน์เปิดเผยว่ามีพนักงานที่เป็นอดีตผู้ต้องขัง 3 คน ที่กลับไปเสพยา พวกเธออยู่ในวัย 20 กว่าๆ

เมื่อถามว่ามีวิธีดูอย่างไร เนาวรัตน์บอกถึงการดูแลคนในร้านของเธอว่ามีการสังเกตพฤติกรรม พนักงานด้วยกันก็จะช่วยสอดส่อง เมื่อตรวจพบก็ส่งเข้าสู่การบำบัด

แต่กระนั้น เนาวรัตน์ก็ยังเชื่อว่า คนที่เคยทำผิดย่อมเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

"จากเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของคนที่อยู่กับแม่ ชีวิตเขาดีขึ้น ชีวิตเขาเปลี่ยนไป บางคนคุยกันเราแอบได้ยินนะ เขาบอกว่าเมื่อก่อนถ้าเรามีรายได้ขนาดนี้ เราก็ไม่ต้องไปขายยา" เนาวรัตน์ กล่าวกับบีบีซีไทย

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI

เธอยังเล่าถึง ผู้จัดการร้านนวดสาขาหนึ่งที่ทำงานกับเนาวรัตน์มา 8 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นอดีตพนักงานธนาคารที่โดนคดีฉ้อโกง

"แม่หนูเป็นแคชเชียร์ โดนคดีฉ้อโกงมา แม่ไม่กลัวเหรอ" เนาวรัตน์บอกกับบีบีซีไทยว่า เวลานั้นเธอไม่หวั่น และจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยเกิดกรณีเงินหาย

เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา สปา ร้านนวด รวมถึงร้านเสริมสวย ต้องเผชิญกับกฎระเบียบใหม่ตาม พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2559 ที่ระบุว่า ผู้ปฏิบัติงานในกิจการเหล่านี้ต้องขึ้นทะเบียน และหากเคยต้องคำพิพากษาในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ทรัพย์ ยาเสพติด จะต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

"คนเรา 1 ปี ก็ต้องใช้กินใช้อยู่ เพราะว่าความเป็นจริงแล้ว คนที่นี่ก็มีเงินมา 20 บาท จะกลับบ้าน ค่ารถก็ไม่พอ ก็อยากจะหางานทำ โดยเฉพาะเขารู้ว่าทำงานนวด ไม่ต้องลงทุนเลย ลงแต่แรง ก็ทำอาชีพได้แล้ว" อดีต ผอ.ฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่คนแรก ทิ้งท้ายความเห็นต่อกฎหมายนี้ ซึ่งเธอคิดว่ารังแต่จะผลักให้คนกลุ่มนี้ทำผิดและกลับเข้าไปในเรือนจำอีก

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม