ประวิตร มิตรหาย กลายเป็นศัตรู สังคมอยากรู้ นาฬิกามาจากไหน ชอบใจ CSI LA

ประวิตร วงษ์สุวรรณ Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ การถ่ายภาพหมู่ ครม. "ประยุทธ์ 5" เมื่อ 4 ธ.ค. 2560 นำมาสู่ปมร้อน "แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน" ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

กรณี "แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน" ทำให้ "เพื่อน" หลายรายกลายเป็น "หอก" ที่รุมทิ่มแทง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ "พี่ใหญ่" แห่ง คสช. ให้ลาออก ท่ามกลางการเปิดโปงของเพจจอมสืบ CSI LA ที่กล่าวหา "พี่ใหญ่" แห่งคณะรัฐประหารว่าครอบครองเครื่องบอกเวลาหรูคู่ข้อมือกว่า 2 โหล รวมมูลค่าเกือบ 40 ล้านบาท

เอกสาร 12 หน้าถูกเขียนด้วยลายมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนนำออกแจกในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา มีใจความตอนหนึ่งว่า "สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือสื่อ นักการเมืองที่มีปัญหา พยายามจะล้มรัฐบาลและ คสช. ให้ได้ในช่วงนี้ กฎหมาย คำสั่งทุกฉบับจะแก้ไขให้กลับไปที่เดิมและข้าราชการไม่สุจริตร่วมมือ.." ท่ามกลางภาวะไม่เชื่อมั่นของคนในสังคมต่อนโยบาย "ปราบโกง" ของรัฐบาล หลังกรณี "แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน" กลายเป็นปมคาใจข้ามปี

ไม่เพียง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผู้ครอบครอง "นาฬิกาเพื่อน" จะอธิบายต่อสาธารณะไม่ได้เกี่ยวกับที่มาที่ชัดเจนของนาฬิกาหรูที่โผล่ออกมาอวดโฉมในโลกออนไลน์รวม 25 เรือนแล้ว มูลค่ารวม 39.5 ล้านบาท (ข้อมูลจาก CSI LA ณ วันที่ 19 ม.ค.) แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังบ่ายเบี่ยงตอบคำถาม (16 ม.ค.) กรณีมีผู้เสนอให้ "พักงาน" พล.อ.ประวิตร ในระหว่างรอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้

Image copyright รปภ. ทำเนียบรัฐบาล
คำบรรยายภาพ นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวอิสระเดินทางมาที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมอบนาฬิกาให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัด เมื่อ 19 ม.ค. นี้

แม้แต่ "คนเคยเชียร์ คสช." ก็ยังออกอาการ "ชัง" เพราะเกรงว่าปัญหา "พี่ใหญ่" ลุกลาม-ฉุดรัฐบาลล้มทั้งกระดาน หากยังอุ้มกันต่อไป

บีบีซีไทยประมวลความเคลื่อนไหวของสื่อทั้งในโลกออนไลน์-ออฟไลน์ หลังถูกคนระดับผู้นำ คสช. กล่าวหาว่าจ้องล้มรัฐบาล

CSI LA ขอทำภารกิจจนกว่าประวิตรลาออก

ประเดิมความเคลื่อนไหวแรกที่แฟนเพจ CSI LA ที่มีผู้ติดตาม 7 แสนคน ในฐานะมือขุด-คุ้ย-แคะ-แกะรหัสนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร จนสื่อกระแสหลักหยิบจับไปนำเสนอข่าวต่อไม่ไว้แต่ละวัน นับจากเปิดเผยข้อมูลนาฬิกาหรูยี่ห้อริชาร์ดมิลล์ ที่ พล.อ.ประวิตรสวมใส่ขณะถ่ายภาพหมู่ ครม.ชุดใหม่ เมื่อ 4 ธ.ค. 2560 เป็นครั้งแรก

Image copyright AFP/Getty Images

ภารกิจสืบสวนของชาวเน็ตไทยบนโลกออนไลน์นี้ดำเนินมานานกว่า 1 เดือนแล้ว และเจ้าของเพจ CSI LA บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาเชื่อว่ามันจะไม่จบลงจนกว่า พล.อ. ประวิตร จะลาออกหรือถูกดำเนินการทางกฎหมาย

"ถ้าตราบใดที่ ป.ป.ช. ยังไม่ทำอะไร ประชาชนก็ยังคาใจ มันไม่จบง่าย ๆ เหมือนเรื่องที่ผ่านมา เพราะมันยังมีอีกหลายเรือนที่เพจยังไม่ได้เอามาลง" เจ้าของเพจผู้มีอาชีพนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลในสหรัฐฯ กล่าว

ส่วนจดหมายที่ พล.อ.ประยุทธ์เขียนถึงบรรดารัฐมนตรีให้เร่งปั๊มผลงานสู้สื่อและนักการเมืองที่พยายามล้มรัฐบาล เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ซึ่งเคยถูกตั้งคำถามถึงเจตนาทางการเมืองบนโลกออนไลน์หลายครั้ง มองว่านั่นเป็นวาทกรรมทางการเมืองมากกว่า

"ในฐานะที่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมถือว่าการกระทำมันชัดเจนกว่าคำพูด (actions speak louder than words) เราเอาข้อมูล เอาการกระทำมาพิสูจน์ดีกว่า ไม่ใช่คำพูดอะไรแบบนี้ เหมือนกับนายกฯ พูดว่าท่านจะปราบโกงในวันต่อต้านคอรัปชัน แต่พอวันต่อมา ท่านก็บอกว่าให้ลดราวาศอก" เขากล่าว

Image copyright สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ป.ป.ช.
คำบรรยายภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ (ซ้าย) ประธาน ป.ป.ช. ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เมื่อ 10 ธ.ค. 2560

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร-รองนายกฯ วัย 72 ปีที่อาจติดอยู่ใน "โลกเก่า" เสพสื่อที่เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียว โดอาจลืมนึกไปว่าทุกการกระทำ-คำพูดถูกบันทึกไว้ในโลกออนไลน์หมดแล้ว และกลายเป็นหลักฐานชั้นดี

"ถามว่าผมได้อะไรไหม ผมเป็นฝ่ายการเมืองไหม ไม่มี เพราะผมอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ผมรักประเทศไทย อยากเห็นประเทศไทยเจริญ เพราะบ้านเรา พอใครมามีอำนาจก็ตรวจสอบไม่ได้"

ในแต่ละวัน เขาใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงกับ CSI LA เพราะเพจของเขาทำงานแบบ crowdsource คือการระดมสมอง ระดมความคิด และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แอดมินเพียงทำหน้าที่นำข้อมูลมาลงให้ผู้ติดตามได้วิเคราะห์และถกเถียง โดยมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหลายสาขาอาสาเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียมากที่สุดในโลก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอาจนับเป็นปรากฎการณ์ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน

"ผมรู้สึกว่ามันเพิ่มพลังให้กับประชาชน เพราะเรามีคนหลากหลายอาชีพในเพจนี้ และทุกคนก็รักประเทศไทยเหมือนกับที่ผมรัก เขาก็แคร์และเบื่อหน่ายกับเรื่องคอร์รัปชัน ซึ่งพร้อมจะมาช่วยกันระดมสมองและรวมตัวกัน"

ส่วนเลขาธิการ ป.ป.ช. ที่ระบุว่าพร้อมขอข้อมูลเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร ผ่านมาถึงปัจจุบัน เจ้าของเพจยังไม่เคยได้รับการติดต่อขอข้อมูล

รื่องน่ารู้เกี่ยวกับเพจ CSI LA

  • ก่อตั้งปี 2557 เพื่อวิเคราะห์+ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดีย ในช่วงชุมนุม กปปส.
  • เจ้าของเพจระบุว่าตนอาศัยในสหรัฐฯ มานานกว่า 20 ปี และมีอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
  • ปัจจุบันมีผู้ติดตามเพจกว่า 7 แสนคน
  • เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายครั้งแรก จากการนำเสนอข้อมูลคดีการเสียชีวิตของ 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงปลายปี 2557

คนเคยเชียร์ต่างกลับใจ ?

ปรากฏการณ์ "นาฬิกาเพื่อน" บั่นทอนความเชื่อมั่นและศรัทธาในรัฐบาล คสช. ที่ประกาศนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้แนวร่วมหด-แฟนคลับหาย เช่น น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. โพสต์เฟซบุ๊ก (14 ม.ค.) เรียกร้องให้ตรวจสอบภาษี พล.อ.ประวิตรเนื่องจากมูลค่านาฬิกาสูงกว่ารายได้ 3 เท่า

Image copyright Facebook/รสนา โตสิตระกูล
คำบรรยายภาพ ส่วนหนึ่งของข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.รสนา โตสิตระกูล

"กรณีนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ทั้ง ป.ป.ช., สนช. และรัฐบาล คสช. ที่เคยประกาศนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันว่าจะไม่ทนต่อการคอร์รัปชันอีกต่อไป และอวดอ้างว่าได้ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับปราบโกงนั้น จะเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ หรือเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองในการปราบโกงเฉพาะฝ่ายตรงข้าม แต่ละเว้นให้กับพรรคพวกตัวเองหรือไม่ ??!!" น.ส.รสนาระบุในเฟซบุ๊ก

ไม่ต่างจากนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว. กลุ่ม "40 ส.ว." ระบุในเวทีเสวนาของภาคประชาชน 14 ม.ค. ว่ากรณีนี้เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายผะอืดผะอมไปด้วยกันหมด และย้ำว่าอย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องเล็ก เพราะมีผลสะเทือนทางความเชื่อถือสูงมาก หากรองนายกฯ จะรักษานายกฯ และประคองน้องรักให้ทำหน้าที่ต่อไป ไม่ลากกันไปตายหมู่ "ขอเสนอว่ารองนายกฯ ลาออกดีกว่า เป็นวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายโล่งอกไปด้วยกันไปทั้งหมด"

บัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช

เมื่อปี 2557

87,373,757

บาท คือ ทรัพย์สินโดยรวม

  • 53,197,562 บาท เป็นเงินฝาก

  • 7, 076,195 บาท เป็นเงินลงทุน

  • 17 ล้านบาท เป็นที่ดิน

  • 10 ล้านบาท เป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะอีก 1 แสนบาท

ส่วน น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ คอลัมนิสต์แนวหน้า เขียนบทความเรื่อง "อำนาจชวนให้โกงกิน" 2 ตอนต่อเนื่องกัน โดยชี้ว่าในการสร้างบ้านสร้างเมืองต้องรู้จักเลือกคนดี มีความรู้ตรงกับงานในหน้าที่เข้ามาทำ "การนำคนที่ไม่ได้คัดสรรกลั่นกรองให้ดี สักแต่ว่าเป็นพวกเดียวกัน เป็นคนรุ่นเดียวกันจากสถานศึกษาเดียวกัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง โดยไม่คำนึงถึงความรู้และประสบการณ์ในการทำงานให้ตรงกับหน้าที่การงานที่จะมอบหมายให้ทำ โดยเฉพาะประวัติความเป็นมาในเรื่องความประพฤติของบุคคลนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร เป็นคนที่ไม่มีมลทินมัวหมองในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตอย่างใดหรือไม่ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่จะมีผลแห่งความเชื่อถือ ศรัทธาของประชาชนว่าเป็นอย่างไรทั้งสิ้น"

ด้าน นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรชื่อดังจากสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้หลายครั้งทางแฟนเพจของเขา เช่น "ถึงจะตอบอย่างไร... ความน่าเชื่อถือของ "บิ๊กป้อม" ก็มาถึงจุด 'ล้มละลาย' แล้ว" (11 ธ.ค. 2560) นัดไปอีก 15 วัน เขาระบุว่า "นึกหนักใจแทนประชาชนที่ต้องตามข่าวนี้ เพื่อไปสู่จุดสุดท้ายว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศ จะตอบถึงที่มาของนาฬิกาทั้ง 10 เรือนอย่างไร?" (26 ธ.ค. 2560) ล่าสุดนายกนกเรียกขาน พล.อ.ประวิตรว่า "ยอดมนุษย์ Watchman" หลังชี้แจงกับนักข่าวเรื่องที่มาของนาฬิกาได้ไม่ชัดเจน (16 ม.ค. 2561)

ส่วนนายนิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ผู้เคยเรียกแทนตัวเองว่า "แฟน คสช. ยูไนเต็ต" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Nitipong Honark" (17 ม.ค.) ในเชิงแนะนำว่า "ลุงลาออกวันนี้.... ลุงจะดูดีขึ้นเยอะนะ แล้วไปช่วยน้องตู่ในเชิงที่ปรึกษาแบบในฉาก จะเท่กว่ามากเลย"

ถึงวันนี้ดูเหมือนมีเพียง "น้องชาย" ที่ยังอุ้มชู "พี่ใหญ่" อย่าง พล.อ.ประวิตร ผู้ประกาศลั่นว่าถ้า ป.ป.ช. ชี้ว่าผิด ก็พร้อมลาออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง