วันที่ 3 "เดินมิตรภาพ" ยื่นฟ้องศาลปกครองสั่งรัฐยุติปิดกั้นเสรีภาพชุมนุมสาธารณะ

ผู้ร่วมกิจกรรม Image copyright facebook/People Go Network
คำบรรยายภาพ คณะเดินเท้า "เดินมิตรภาพ" เดินทางเข้าสู่ถนนมิตรภาพในเขต จ.สระบุรี มุ่งหน้า จ.ขอนแก่น ในวันนี้

เครือข่ายภาคประชาชน "เดินมิตรภาพ" ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราวสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยุติปิดกั้นเสรีภาพการชุมนุม แม้ได้แจ้งยื่นจัดชุมนุม ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะแล้ว ส่วนการเดินมิตรภาพเคลื่อนขบวนในวันที่ 3 ถึงเขต อ.เมือง จ.สระบุรี เผยมีการคุกคามจากเจ้าหน้าที่จากการกดดันวัดตามเส้นทางไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าพักค้างคืน

นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะว่า เครือข่ายภาคประชาชน กลุ่ม People Go network พร้อมด้วยมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นต่อศาลปกครองขอการคุ้มครองชั่วคราวให้มีการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการขัดขวางละเมิดเสรีภาพการชุมนุม รับรองสิทธิ และดูแลความปลอดภัยการชุมนุมของกิจกรรมเดินมิตรภาพตลอดเส้นทางจนถึง จ.ขอนแก่น

โดยได้ฟ้องร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมพวก ได้แก่ ผู้กำกับ สภ.คลองหลวง และผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 4 ราย ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลการชุมนุม ภายหลังในวันเริ่มกิจกรรมเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ละเมิดเสรีภาพการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

"ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในการดูแลการชุมนุม ยุติการปิดกั้นหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวในการใช้เสรีภาพการชุมนุม ขอให้สั่งการตาม พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะในการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยต้องให้ผู้ชุมนุมสามารถเดินรวมตัวตามที่แจ้งตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะได้ในจำนวน 40-50 คน ไม่ใช่การเดินเพียง 4 คน เหมือนที่กำลังดำเนินอยู่" นายสุรชัย กล่าว

Image copyright facebook/บำนาญแห่งชาติ
คำบรรยายภาพ เครือข่ายภาคประชาชน "เดินมิตรภาพ" ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราวสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยุติปิดกั้นเสรีภาพการชุมนุม ช่วงบ่ายวันนี้ ที่ศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ

ด้านนายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนผู้ร่วมกิจกรรมเดินมิตรภาพ กล่าวว่า ในการจัดการชุมนุมครั้งนี้ได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีการชี้แจงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ถึงรายละเอียดของการจัดกิจกรรม ตลอดจนเส้นทางการเดินกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนจนกระทั่งในวันเริ่มกิจกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ในการห้ามชุมนุมทางการเมืองมาใช้กับผู้ร่วมเดินมิตรภาพ แต่กลับไม่มีเอกสารจากศาลที่สั่งห้ามการชุมนุม

นายนิมิตร์ ยังเปิดเผยถึงรูปแบบการสกัดกั้นของรัฐว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจไปประจำการที่วัด ทำให้ทางวัดต้องเดินทางมาแจ้งกับผู้ชุมนุมว่าไม่สะดวกให้พักค้าง อย่างไรก็ตาม นายนิมิตร์ ยืนยันว่าเครือข่ายจะพยายามเดินไปให้ถึง จ.ขอนแก่น ตามเป้าหมาย

ขณะที่คณะผู้ร่วมเดินมิตรภาพ ได้เดินเท้าเข้าสู่ถนนมิตรภาพในวันนี้ โดยมีจุดเริ่มออกเดินในช่วงเช้าที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี โดยแบ่งชุดการเดินเป็นชุดละ 4 คน จำนวน 5 ชุด ก่อนหยุดจัดกิจกรรมสานเสวนาเรื่องเกษตรกรรม ความมั่นคงทางอาหาร เมล็ดพันธุ์พืช

Image copyright facebook/People GO network
คำบรรยายภาพ กิจกรรมเดินมิตรภาพในวันที่ 2 (21 ม.ค.) กลุ่มผู้เข้าร่วมจบการเดินในที่ จ.สระบุรี

วานนี้ (21 ม.ค.) กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน People Go Network เดินมิตรภาพเป็นวันที่สอง หลังจากมีความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐในการสกัดไม่ให้มีการทำกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ 800,000 ก้าว 450 กิโลเมตร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถึง จ.ขอนแก่น ซึ่งเริ่มต้นขึ้นวานนี้ เพื่อสะท้อนปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ 4 เรื่อง ได้แก่ รัฐสวัสดิการ ความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชนและเสรีภาพ ที่ได้รับผลกระทบในห้วงการบริหารประเทศกว่า 3 ปี ของรัฐบาล คสช.

People Go Network ประกอบด้วยเครือข่ายประชาชน 4 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการและกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายเกษตรกรรรมทางเลือก - ความมั่นคงทางอาหาร เครือข่ายทรัพยากร - สิทธิชุมชน เครือข่ายนักวิชาการและนักกฎหมายที่ติดตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง และการละเมิดสิทธิเสรีภาพ รวมตัวกันเมื่อช่วงการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559

รัฐสกัดเอ็นจีโอปัญหาสุขภาพ สิ่งแวดล้อม

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน People Go Network เริ่มออกเดินในกิจกรรมมิตรภาพจากภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี ในช่วงเช้า แต่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง 2 กองร้อย ปิดกั้นบริเวณประตูทางออกสู่ถนนพหลโยธิน ตำรวจเข้าพูดคุยกับทางแกนนำขอให้ยุติการทำกิจกรรม โดยชี้ว่าขัดคำสั่ง คสช.เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง แจงเรื่องความปลอดภัยและกังวลมือที่ 3 เข้าแทรกแซง

Image copyright facebook/people go network

หลังจากนั้น 4 ชั่วโมง กลุ่มเดินมิตรภาพปรับกลยุทธ์ แบ่งกลุ่มเดิน ผลัดละ 4 คน ออกเดินจาก มธ.ศูนย์รังสิตในช่วงเวลา 16.00 น.

พลันที่ภาพการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาวานนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในสวัสดิภาพของผู้ชุมนุม จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการ และย้ำว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอ โดยขอให้รวบรวมข้อมูลและส่งมายังรัฐบาล น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งขึ้นมาอีก"

ทั้งนี้ ยืนยันว่าข้อเรียกร้องทุกประการของผู้ชุมนุม เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งหลายเรื่องดีขึ้นกว่าในอดีตมาก โดยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างจริงจังหลายด้าน

Image copyright facebook/people go network

ส่วนความเคลื่อนไหวในช่วงเช้าวันนี้ เพจเฟซบุ๊ก People GO Network ระบุว่า ในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 04.00 น. มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นวัดที่ทีมเดินมิตรภาพพักค้าง มีการส่งเสียงตะโกน และกล่าวคุกคาม ทำให้ทีมเดินมิตรภาพต้องออกจากวัดที่พักเร็วกว่ากำหนด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจบัตรประชาชนทุกคน เจ้าหน้าที่ยังตรวจค้นและควบคุมรถเสบียงอาหาร ค้นรถ พร้อมเชิญตัวพูดคุยเชิญตัวเข้าพูดคุยที่ที่ทำการ อบต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเวลา 3 ชม.โดยไม่ให้ทนายความเข้าพบผู้ถูกคุมตัว ก่อนจะปล่อยตัวในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น.

ผู้ประสานงานกลุ่มกิจกรรมเดินมิตรภาพ ระบุว่า การเดินหน้ากิจกรรมยังถูกติดตามจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง มีวัดอย่างน้อยสามแห่งที่ของดให้ผู้ร่วมกิจกรรมนอนพักค้างคืน หลังมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าเจ้าหน้าที่ตระเวนพูดคุยตามวัดต่างๆ ที่ผู้ชุมนุมเคยประสานขอไปพักค้างคืน

"มีการคุกคามทุกวัด ทุกสถานที่ มีการโทรไปข่มขู่บังคับเจ้าอาวาสไม่ให้กลุ่มไปนอนค้าง" นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ตัวแทนเครือข่าย People GO Network กล่าวกับบีบีซีไทย

บีบีซีไทย ติดต่อไปที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เพื่อขอคำชี้แจง แต่เขาบอกว่าไม่สะดวก เนื่องจากอยู่ในงานเลี้ยงของกองทัพบก

Image copyright facebook/people go network

สะท้อนปัญหานโยบาย 3 ปี คสช.

"เราเป็นห่วงมาก เรื่องร่างกฎหมายหลักประกันสุขภาพฉบับใหม่ ซึ่งสิทธิบัตรทองอาจถูกล้มเลิกไปจากการแก้ไขต่อรัฐบาลชุดนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะจัดสวัสดิการบัตรคนจนเข้ามาแทนที่ แต่ก็ครอบคลุมคนจนแค่ราว 11 ล้าน แต่คนที่ใช้สิทธิบัตรทอง 48 ล้านคน ต้องประสบปัญหาแน่ หากต้องยกเลิกไป"

นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ ตัวแทนเครือข่าย People GO network ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินในกิจกรรม We Walk เดินเพื่อมิตรภาพ ในช่วงรอยต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี บอกกับบีบีซีไทย ถึงหนึ่งในปัญหาด้านนโยบายที่กลุ่ม People Go Network ต้องการสื่อไปยังสังคมระหว่างการเดินจากกรุงเทพฯ ถึงขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีความกังวลถึงเรื่องกฎหมายเมล็ดพันธุ์พืชที่ปูทางให้บริษัทยักษ์ใหญ่ผูกขาดเมล็ดพันธุ์ รวมไปถึงการใช้กฎหมายพิเศษ การแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อสิทธิชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ ที่ลดทอนการมีส่วนร่วมของประชาชน

"เราคงไม่คิดถึงลักษณะกดดัน (รัฐบาล) ขนาดนั้น แต่ต้องการสื่อสารให้สาธารณะได้รับรู้ เราอยากใช้วิธีการเดิน เพื่อบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ และให้ประชาชนมีโอกาสให้ประชาชนได้พูดมากที่สุด และส่งไปยังรัฐบาลอีกทอดหนึ่ง" เลิศศักดิ์ กล่าวกับบีบีซีไทย

ประเทศต้องคืนสู่สภาวะปกติโดยไว

ผศ.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ในฐานะเครือข่ายนักวิชาการเครือข่าย People Go Network ชี้ว่า ในช่วงรัฐบาล คสช. มีการใช้กฎหมายที่ก้าวข้ามขั้นตอนปกติ เอื้อต่อกลุ่มทุน เกิดผลกระทบต่อประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ในขณะที่การสื่อสารข้อมูลข่าวสารปัญหาเหล่านี้กลับหดแคบลง

Image copyright facebook/people go network

กิจกรรมเดินมิตรภาพต้องการบอกถึงปัญหาที่สลับซับซ้อนของผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันก็ต้องการให้การเมืองเข้าสู่ระบบปกติโดยเร็ว กลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย ทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง หรือกลุ่มคนที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ควรจะได้เข้าใจปัญหาที่ซับซ้อน แม้ตอนนี้ คสช.จะยังไม่เปิดให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวก็ตาม

"ที่สำคัญคือ การที่ประเทศกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ต้องมีการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มนี้ทำอยู่ สิ่งนี้จำเป็นต่อประเทศในการกลับสู่การเป็นประชาธิปไตย"

ต่อคำถามประเด็นที่ว่าการเคลื่อนไหวต้องการมีผลกดดันรัฐบาลหรือไม่ ผศ.อนุสรณ์ชี้ว่า "ไม่เชิง เพียงแต่ปัญหาของประชาชนกลุ่มเหล่านี้คุกรุ่นมานานแล้ว ประเทศควรจะเข้าสู่หน้าใหม่เสียที หลังจากประเทศอยู่กับ คสช.มากว่า 3 ปี" พร้อมทั้งระบุว่าทางกลุ่มไม่ได้อยู่ในสถานะที่จุดประเด็นให้สังคมออกมา เพราะการเมืองมวลชนขนาดใหญ่เช่นในอดีตนั้นผ่านไปแล้ว

อารมณ์สังคม

ดร.บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชี้ว่าการออกมาสกัดกั้นและติดตามการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในประเด็นปัญหานโยบายด้านสุขภาพ ทรัพยากร รัฐบาลใช้มาตรฐานภายใต้สภาวะของกฎหมายพิเศษ หากปล่อยให้มีการเคลื่อนไหวจะยิ่งเกิดการขยายต่อและยากต่อการควบคุมในอนาคต

"ในมุมมองของรัฐบาลทหารมองประเด็นนี้เป็นประเด็นการเมือง ไม่ได้เป็นเรื่องทางสังคมแต่ประการใด โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ระยะนี้มีความเปราะบางพอสมควร เพราะก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการรัฐประหาร หลายคนมีความหวังที่จะเลือกตั้งโดยเร็ว"

Image copyright facebook/people go network

นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังชี้อีกว่า การออกมาเคลื่อนไหวของภาคประชาชน บอกได้ถึง "อารมณ์ของสังคม" เนื่องจากสังคมไทยอยู่ภายใต้เสรีภาพมากว่า 3 ทศวรรษ แต่ขณะนี้ไม่มีช่องทางที่กลุ่มเหล่านี้จะเข้าไปมีบทบาทสะท้อนความคิดความเห็นในการกำหนดนโยบายสาธารณะ เนื่องจากไม่มีสภาที่เป็นตัวแทน และไม่มีการมีส่วนร่วม

"กระแสจะยังไม่สามารถขยายได้มากกว่านี้ แต่เป็นประเด็นเล็กๆ ที่เข้าไปทบขึ้นเรื่อยๆ อย่างการเคลื่อนไหวผู้ประกอบการยางพาราภาคใต้ ปรากฏการณ์ที่นักการเมือง พรรคการเมืองออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น เป็นสัญญาณของอะไรบางอย่าง" ดร.บุญเกียรติ กล่าว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม