ครอบครัว "เดอะเทอร์มินัล" ล่าสุดออกจากสุวรรณภูมิแล้ว

สนามบินสุวรรณภูมิ Image copyright AFP/Getty Images

หลังใช้ชีวิตอยู่ในสนามบินมานานกว่า 3 เดือน ชาวซิมบับเวทั้ง 8 คนได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว เมื่อช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (22 ม.ค.)

พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษกสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่าครอบครัวชาวซิมบับเว ได้เดินทางออกไปจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย และคาดว่าน่าจะมีจุดหมายปลายทาง คือ ประเทศฟิลิปปินส์ เพราะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) มีค่ายผู้ลี้ภัยอยู่ที่นั่น

ด้านสายการบิน ยูเครนอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ ที่ครอบครัวนี้โดยสารเข้ามาก่อนจะมาตกค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ครั้งนี้

บีบีซีไทยพยายามติดต่อสอบถามไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ ในประเทศไทย แต่ไม่มีใครรับโทรศัพท์ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์กล่าวว่ากำลังหาทางช่วยเหลือครอบครัวนี้อยู่ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขณะที่เมื่อโทรศัพท์สอบถามไปยังการบินไทย เจ้าหน้าที่กล่าวว่าไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด

ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่สนามบิน?

ครอบครัวชาวซิมบับเว ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ใหญ่ 4 คนและเด็ก 4 คนในวัย 2-11 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณที่พักผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องมาเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน โดยอาศัยนอนบนโซฟา และใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้โดยสารที่มารอเปลี่ยนเครื่อง

สายการบิน ยูเครนอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ อธิบายว่า เดิมทีครอบครัวชาวซิมบับเวนั้นประสงค์จะขึ้นเครื่องจากกรุงเทพฯ ไปยังดูไบ โดยใช้เส้นทางกรุงเทพ-เคียฟ-บาร์เซโลนา-อิสตันบูล-ดูไบ แต่ไม่ได้ซื้อตั๋วตลอดทั้งสาย โดยซื้อไว้แค่บาร์เซโลนาเท่านั้น รวมทั้งพวกเขายังไม่มีเชงเก้นวีซ่าเพื่อเข้าสเปน จึงไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง

นอกจากนี้พวกเขาก็ได้อยู่เกินระยะเวลาตามวีซ่าในเมืองไทยแล้ว ดังนั้นทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยจึงไม่ยอมให้เข้าเมืองและไม่ยอมให้ออกจากสนามบิน

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.เชิงรณ เคยชี้แจงว่า สตม.สามารถดำเนินการที่จะส่งกลับประเทศต้นทางตามกฎหมาย แต่ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ประจำประเทศไทยขอให้รอไว้ก่อน เพราะว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการตามความต้องการของทางครอบครัวที่จะต้องการได้สถานะผู้ลี้ภัยก่อนที่จะไปประเทศที่สาม

หลังจากทางครอบครัวได้จ่ายค่าปรับตามกฎเรียบร้อย สตม.ได้ขอให้สายการบินส่งตัวพวกเขากับไปยังซิมบับเว แต่ทางครอบครัวยืนกรานว่าจะไม่กลับไป โดยให้เหตุผลว่า กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย หลังการยึดอำนาจในซิมบับเว โดยทหารที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา

เรื่องราวของครอบครัวซิมบับเวได้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพยนตร์เรื่อง "เดอะ เทอร์มินัล" (The Terminal) ที่นำแสดงโดย ทอม แฮงก์ และสร้างจากชีวิตจริงของ เมห์ราน คาริมี นาสซิรี ชายชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในสนามบินรวสซี-ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ ในกรุงปารีส เป็นเวลานานถึง 18 ปี

เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บอกกับบีบีซีไทยว่า พวกเขาดูมีความสุขดี และปฏิเสธไม่ย้ายจากบริเวณนั้นถึงแม้ว่าทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเสนอห้องเป็นส่วนตัวให้อยู่ทั้งครอบครัวก็ตาม

"เราสันนิษฐานกันเองว่าเขาคงกลัวว่า จะถูกนำไปไว้ในที่จำกัดบริเวณ หรือความช่วยเหลือที่เขารอเข้าไม่ถึง จึงได้ปฏิเสธข้อเสนอ เท่าที่ฟังดูพวกเขาก็หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือดังที่หวัง ได้ไปประเทศที่ 3 ในเร็ว ๆ นี้" นายกิตติพงศ์ กล่าวและยังเสริมอีกว่า "เขาบอกว่าประทับใจคนไทยมาก ที่มีน้ำใจต่อพวกเขา ครอบครัวนี้สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีก็เลยไม่มีปัญหาด้านภาษา โดยเฉพาะพวกเด็ก ๆ ได้ผูกมิตรสนิทสนมกับพนักงานในสนามบินไม่น้อยเลย"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม