ปัญหาค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานยังแพร่หลายในภาคประมงไทย

แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในตลาดค้าส่งอาหารทะเลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในตลาดค้าส่งอาหารทะเลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร

องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน ระบุว่า ยังคงมีปัญหาการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมประมงของไทย แม้ที่ผ่านมารัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมจะแสดงพันธกิจว่าจะทำการปฏิรูปอย่างรอบด้านแล้วก็ตาม

อุตสาหกรรมประมงไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ตกเป็นเป้าการตรวจสอบจากนานาชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังมีการสอบสวนพบปัญหาแรงงานทาส การค้ามนุษย์ และความรุนแรง เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั้งบนเรือประมงและตามโรงงานแปรรูปอาหารทะเล

นับแต่ทำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจการบริหารประเทศเมื่อปี 2014 รัฐบาลทหารของไทยได้พยายามดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคประมงไทย หลังจากสหภาพยุโรป (อียู) ขู่จะห้ามการนำเข้าอาหารทะเลจากไทยหากไม่มีการปฏิรูปอุตสาหกรรมนี้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในตลาดค้าส่งอาหารทะเลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร

อย่างไรก็ตาม ฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุดที่ชื่อ "โซ่ที่ซ่อนไว้: การปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิและแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมงไทย" (Hidden Chains: Forced Labor and Rights Abuses in Thailand's Fishing Industry ) กล่าวถึงกรณีแรงงานประมงข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เมียนมาและกัมพูชา ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อเป็นแรงงานภาคประมง พวกเขาถูกขัดขวางไม่ให้เปลี่ยนนายจ้าง ไม่ได้รับค่าจ้างตามเวลา และได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แรงงานข้ามชาติไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานของไทย และไม่มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงาน

นายซิน มิน เต๊ด ชาวเมียนมาที่เข้ามาทำงาน ในจังหวัดระนอง หนึ่งในแรงงานที่ให้สัมภาษณ์ในรายงานฉบับนี้กล่าวว่า "มันเหมือนการทรมาน ครั้งหนึ่งผมเหนื่อยมากจนพลัดตกจากเรือ แต่พวกเขาก็ลากตัวผมขึ้นมาทำงานอีก" ขณะที่นายเบียน วอน แรงงานประมงชาวกัมพูชา ในจังหวัดระนอง เล่าว่า "คุณไม่สามารถลาออกได้ ถ้าคุณลาออกคุณจะไม่ได้รับค่าจ้าง และถ้าคุณจะลาออกจริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะยอมให้คุณไปหรือไม่ ถึงคุณจะยอมลาออกโดยไม่รับค่าจ้างและไม่เอาบัตร (ชมพู) ไปด้วย คุณก็ต้องได้รับอนุญาตก่อน"

นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่า "ผู้บริโภคในยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ควรจะมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลซึ่งมาจากประเทศไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือแรงงานบังคับ"

Image copyright Reuters

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ของไทยที่ระบุว่า มาตรการปฏิรูปต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ได้ผลเพราะเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตาม น.ส.ปฎิมา ตั้งปรัชญากูล จาก LPN ให้สัมภาษณ์กับมูลนิธิทอมป์สันรอยเตอร์ ว่า ปัญหาการบังคับใช้แรงงานยังรุนแรงมาก และบ่อยครั้งแรงงานประมงต้องทำงานโดยไม่ได้ค่าแรงและไม่สามารถเปลี่ยนงานได้

ข้อมูลจากองค์การยุติธรรมนานาชาติ (International Justice Mission) ที่ศึกษาแรงงานประมง 260 คนเมื่อปีที่แล้วพบว่า กว่า 1 ใน 3 ของแรงงานประมงต่างด้าวตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และ 3 ใน 4 ของแรงงานเหล่านี้ต้องทำงานขัดหนี้ และถูกบังคับให้ทำงานวันละอย่างน้อย 16 ชม.

ด้านกระทรวงต่างประเทศของไทยเคยเผยแพร่เอกสารข่าวเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ระบุว่า การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ โดยมีนโยบายที่ไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง และได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการทั่วประเทศผ่านกลไกประชารัฐ ทั้งการปราบปรามการค้ามนุษย์ การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว และการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับในภาคอุตสาหกรรมประมง

กระทรวงต่างประเทศ ยังยกตัวอย่างด้วยว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2017 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้ตัดสินใจปิดการสอบสวนการร้องเรียนต่อไทยละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญา ฉบับที่ 29 ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวแสดงถึงการยอมรับผลการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการแก้ไขประเด็นแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำของไทย ตลอดจนความตั้งใจจริงในการปฏิบัติตามอนุสัญญา ฉบับที่ 29 ของ ILO นอกจากนี้ การปรับระดับประเทศไทย จาก Tier 3 (ระดับต่ำที่สุด) ขึ้นเป็น Tier 2 Watch List (ระดับ 2 ที่ต้องจับตามอง) โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 ก็สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่องของไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตลอดจนการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหาย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม