ชาญวิทย์ เชื่อถูกตั้งข้อหาเพื่อใช้คดีนี้ "ปิดปาก" นักวิชาการรายอื่น

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ โชว์หมึกที่เปื้อนนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว ภายหลังพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

ตำรวจ ปอท. ชี้การแชร์ภาพกระเป๋าภริยานายกฯ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน-อาจเกิดภยันอันตรายต่อประเทศ ในระหว่างแจ้งข้อกล่าวหาต่อ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในเวลา 13.00 น. ตามหมายเรียก โดยมีครอบครัว ลูกศิษย์ เพื่อนฝูง นักกิจกรรม และประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ หลังก่อนหน้านี้ นักศึกษาและนักกิจกรรมที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และกลุ่ม START UP PEOPLE และประชาธิปไตยศึกษา ประกาศเชิญชวนประชาชนมาให้กำลังใจนักวิชาการรุ่นใหญ่ในวันนี้

นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ผู้นี้ ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 14 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หลังแชร์ (ส่งต่อ) และโพสต์ (นำเข้าข้อมูล) ภาพกระเป๋าถือของนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมเขียนวิพากษ์วิจารณ์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "Charnvit Kasetsiri" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3.1 หมื่นคน

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ภายหลังใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการรับทราบข้อกล่าวหา ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ระบุว่า ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวของพนักงานสอบสวน ปอท. โดยถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาดดีที่กลายเป็นผู้ต้องหา เมื่อความเคลื่อนไหวทางสังคมถูกตีความเป็นเรื่องทางการเมือง

ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ บอกว่า ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ ถูกแจ้งข้อหาในความผิดกรรมเดียว จากการแชร์ภาพและเขียนข้อความครั้งเดียว โดยเป็นความผิดตามมาตรา 14 (2) และมาตรา 14 (5) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ผู้แจ้งความคือ พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 บก.ปอท. เนื่องจากเห็นว่าข้อความเรื่องกระเป๋าแพงก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และอาจเกิดภยันอันตรายต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ได้ปฏิเสธ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดภยันอันตรายแก่ประเทศ หากจะเกิดความเสียหายก็เป็นเรื่องตัวบุคคล โดยหลังจากนี้จะทำหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ภายใน 20 วัน เพื่อคัดค้าน และเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.โอฬาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา ในวันนี้ ดร.ชาญวิทย์ จึงยังไม่ได้ให้ปากคำใด ๆ จนกว่าจะมีพนักงานสอบสวนชุดใหม่

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ ดร.ชาญวิทย์

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนอ้างว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับทุกคนที่แชร์ข้อความเดียวกับที่ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ แชร์ และมีการดำเนินการทั่วราชอาณาจักร

"เราพยายามสอบถามว่าทำไมต้องดำเนินคดีกับอาจารย์ชาญวิทย์ ผู้กำกับฯ บอกว่าเพราะท่านเป็นผู้มีชื่อเสียง" อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งร่วมสังเกตการณ์การรับทราบข้อกล่าวหาของ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ กล่าว

สำหรับความผิดตามมาตรา 14 (2) และ 14 (5) ระบุถึงความผิดจากการนำเข้าและเผยแพร่ข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชน มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ก่อนเข้าพบตำรวจ ปอท. อดีตอธิการบดี มธ. กล่าวยืนยันว่า จะขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ผิดกฎหมายหรือศีลธรรม เพียงแต่ได้แชร์ข้อความ และคอมเมนท์ (แสดงความคิดเห็น) ไป 2-3 บรรทัด ซึ่งในฐานะคนไทย การวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำและบุคคลสาธารณะ ถือเป็นสิทธิที่ทำได้และไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์คิดว่า "เป็นเรื่องการเมือง ฝรั่งเรียกว่า 'SLAPP case' มันเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐตั้งขึ้นมาเพื่อให้คนบางคนไม่กล้าพูด ต้องปิดปาก และทำให้นักวิชาการ นักกิจกรรมคนอื่น ๆ พลอยหวาดกลัวไปด้วย"

อย่างไรก็ตามอดีตอธิการบดี มธ. บอกว่า ในฐานะนักวิชาการธรรมศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวพันกับบ้านเมืองมานาน ตั้งแต่ยุค 14 ต.ค. 2516 ยุค 6 ต.ค. 2519 มาถึงรุ่นหลัง ตนก็ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมาตลอด และคิดว่ากรณีนี้ค่อนข้างเล็กมาก หากเทียบกับเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางนราพร จันทร์โอชา ภรรยาของนายกฯ ถือ "กระเป๋าที่เป็นปัญหา" ซึ่ง ดร.ชาญวิทย์ได้แชร์เพจ พร้อมระบุข้อความวิพากษ์วิจารณ์ จนนำมาสู่การถูกดำเนินคดีโดย บก.ปอท.

"นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงบั้นปลายชีวิตการทำงาน ที่เป็นหลักฐานในประวัติการทำงานของเราว่าได้แสดงความคิดเห็นต่อสังคมและการเมืองไทยไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำมาโดยตลอด 40-50 ปี ไม่ใช่เพิ่งมาทำ" อาจารย์ชาญวิทย์กล่าว

แม้มองเป็นเรื่องเล็ก ทว่าก็ทำให้นักวิชาการวัย 76 ปี มีคดีติดตัวเป็นคดีแรก ซึ่งภายหลังถูกตั้งข้อหา เขาบอกว่า ยังใช้งานเฟซบุ๊กตามปกติ และไม่ได้กังวลผลกระทบใด ๆ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

สำหรับข้อความที่เป็นปัญหา ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ แชร์มาจากโพสต์ของ Ploy Siripong ในเพจ "ตีแตกการเมือง" เมื่อ 11 ม.ค. ก่อนลบโพสต์ทิ้งวันที่ 22 ม.ค. ทำให้สื่อตั้งคำถามว่าคิดว่าตัวเอง "พลาด" หรือไม่กับการ "แชร์ก่อนเช็ค"

อาจารย์ชาญวิทย์ตอบว่า "ไม่ได้ตรวจสอบ ผมคิดว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ โซเชียลมีเดีย มันรวดเร็ว ไม่มีเวลาให้ตรวจสอบ

ที่ผ่านมา มีนักกิจกรรม-นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. หลายคน ถูกแจ้งข้อหาผิดมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเครื่องมือ "ปิดกั้นเสรีภาพ" และ "ปิดปาก" ฝ่ายเห็นต่าง

นักเคลื่อนไหวต้องคดี ม. 14 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ยุครัฐบาล คสช.
ผู้ถูกกล่าวหา พฤติกรรม สถานะทางคดี
นายวัฒนา เมืองสุข โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กวิจารณ์บ้านเมืองในยุค คสช. และการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กรณีทหารไปตามถ่ายรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าไม่ให้เกียรติและเหยียดหยามทางเพศ ศาลพิพากษายกฟ้อง
นายวีระ สมความคิด โพสต์เฟซบุ๊ก โดยตั้งคำถาม 8 ข้อ ในลักษณะโพลสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง
นายวัฒนา เมืองสุข โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นว่าหมุดคณะราษฎรเป็นโบราณสถาน เป็นสมบัติของชาติ อยู่ระหว่างชั้นสอบสวน

ที่มา : ดัดแปลงจาก iLaw

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม