ฉายหนังให้คนหลับใหล งานศิลปะของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” เปลี่ยนโรงหนังให้กลายเป็นโรงแรม

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
SLEEPCINEMAHOTEL

นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลาว่าเกือบตี 3 แล้ว "ผู้ชม" คนหนึ่งตื่นจากการหลับใหลเพราะอยากเข้าห้องน้ำ เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างงัวเงียและเชื่องช้า แว่นสายตาช่วยให้เห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้น คู่รักชาวเยอรมันบนเตียงข้าง ๆ นอนกอดกันแนบแน่น แสงวาบที่กระทบบนใบหน้าพวกเขาส่องมาจากจอทรงกลมมหึมาบนกำแพง คนที่ยังตื่นอยู่จะเห็นวิดีโอขาวดำเป็นภาพคลื่นกระทบฝั่ง คนอื่นอาจกำลังถูกกล่อมให้หลับใหลโดยเสียงนี้โดยไม่รู้ตัว

"โรงแรม" แห่งนี้อยู่ที่เมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภาพและเสียงจากจอฉายก็ถูกบันทึกจากที่นี่ แต่อาจเป็นเมื่อ 50-100 ปีก่อน

Image copyright Photo courtesy of Apichatpong Weerasethakul

นี่คือส่วนประกอบสำคัญของ "SLEEPCINEMAHOTEL" งานศิลปะของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับไทยเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลหนังเมืองคานส์จากผลงานภาพยนตร์ "ลุงบุญมีระลึกชาติ" ที่ชวน "ผู้ชม" ให้กลายเป็น "แขก" มาดูหนัง ผล็อยหลับและค้างคืนที่โรงแรมของเขาเลย

"ทุกอย่างคือศิลปะ รวมถึงการหลับ" อภิชาติพงศ์บอกกับบีบีซีไทยขณะพาชม "โรงแรมชั่วคราว" ของเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดัม

Image copyright Photo courtesy of Apichatpong Weerasethakul
คำบรรยายภาพ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ

"อยากทำมานานแล้ว เปลี่ยนโรงหนังให้เป็นโรงแรม พยายามจะเชื่อมกับตอนที่เราดูหนัง โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ แม้แต่หนังตัวเองก็นอนหลับ รู้สึกว่ามันเป็นที่ที่พิเศษ เราคิดถึงตอนเด็ก ๆ ที่พ่อแม่พาไปโรงหนัง เราตัวเล็ก ๆ แล้วก็นอนท่ามกลางคนดู ในพื้นที่ที่เหมือนถ้ำใหญ่ ๆ"

โรงแรมของอภิชาติพงศ์ "เปิดให้บริการ" เพียง 5 วัน โดยมีเตียง 8 เตียงที่ถูกจัดวางเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกัน หน้าจอภาพยนตร์ทรงกลมใหญ่ที่ฉายวิดีโอตลอดเวลา ทั้งวันทั้งคืน เขาได้คลิปวิดีโอจำนวนมหาศาลจากความร่วมมือกับ "EYE Filmmuseum" และ "the Netherlands Institute of Sound and Vision" ซึ่งมีทั้งที่เป็นคลิปภาพขาว-ดำโบราณ และการบันทึกชีวิตประจำวันและทิวทัศน์ธรรมชาติจากที่ต่าง ๆ ในเนเธอแลนด์จากในอดีต

ตลอดระยะเวลา 5 วัน 5 คืน คลิปภาพที่ผู้ชมเห็นไม่เคยฉายซ้ำกัน อาจมีเพียงแขกที่นอนไม่หลับในช่วงตี 2 เท่านั้นที่เห็นเรือใบวิ่งฝ่าคลื่นกลางทะเลอ้างว้าง แต่ใครสักคนภายนอกก็อาจจะกำลังเห็นภาพนี้เช่นกัน เพราะจอภาพยนตร์ใหญ่นี้มีอีกฝั่งที่หันไปทางหน้าต่างออกสู่ถนนโคลซิงเกลของรอตเตอร์ดัมที่พลุกพล่าน

อภิชาติพงศ์บอกว่าเขาเลือกคลิปภาพเฉพาะที่เป็นทะเล น้ำ คนและสัตว์ที่กำลังหลับใหล เขาบอกว่านี่คือการเฉลิมฉลองการนอนหลับ การปิดตาลงและข้ามไปสู่อีกดินแดนหนึ่งด้วยกัน

ในขณะที่แขกลากกระเป๋าเข้าเช็คอินในช่วงเย็น และอาจจะสั่งเบียร์สักขวดดื่มที่บาร์ของโรงแรม "SLEEPCINEMAHOTEL" มีระเบียงด้านบนที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมงาน และเห็นแขกที่เอนนอนอยู่บนเตียง ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย

อภิชาติพงศ์บอกว่างานของเขาคือการให้แขกแต่ละคนได้พาตัวเองเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ และอาจจะผสานกับสิ่งที่ได้รับจากการดูภาพยนตร์ในเทศกาลที่ดำเนินอยู่

"กิจกรรมก่อนนอนหลับสำคัญมากที่จะพาเราไปอีกจุดนึง เป็นเส้นบาง ๆ จากโลกนึงไปอีกโลกนึง โดยที่มีเสียงและภาพจากความทรงจำของพื้นที่"

อภิชาติพงศ์บอกว่าเขาไม่มีความคาดหวังอะไร แค่สนใจว่าคนจะนอนหลับหรือไม่ และจะฝันถึงอะไรในคืนนั้น และเขาได้เตรียมสมุดสีฟ้าที่เรียกว่า "Dream Book" ให้คนได้เล่าความฝันให้คนอื่นฟังด้วย

Image copyright Photo courtesy of Apichatpong Weerasethakul
คำบรรยายภาพ บาร์ของโรงแรม "SLEEPCINEMAHOTEL"

การหลับและสัญลักษณ์ทางการเมือง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อภิชาติพงศ์พูดถึง "การหลับ" ในงานศิลปะของตัวเอง

ภาพยนตร์ "รักที่ขอนแก่น" พูดถึงทหารกลุ่มหนึ่งที่นอนหลับใหลยาวนานโดยไร้สาเหตุ เชื่อกันว่า สถานที่ที่พวกเขาพักฟื้นอยู่สร้างทับอยู่บนสุสานของกษัตริย์ในอดีต และพวกเขาอ่อนแรงจากการถูกใช้ในการสู้รบขณะหลับใหล

"ช่วงระยะหลัง สนใจด้านการนอนหลับเยอะ มันจะมองได้หลายอย่าง นอนเพื่อจะหลบหนีความจริง หรือว่าจะเชื่อมกับว่า ทำไมหลายคนในหมู่บ้านถึงต้องกินเหล้ากันเยอะเหลือเกิน ทำไมต้องทำตัวให้อยู่ในพื้นที่แบบนั้น หลีกหนีกับความจริง มันเชื่อมกับการนอนอีกทีในแง่ที่ไม่สามารถมีใครมาควบคุมเราได้ ในสังคมที่ถูกควบคุมเหลือเกิน"

แต่ในขณะที่ "SLEEPCINEMAHOTEL" คือการเฉลิมฉลองการนอนหลับ อภิชาติพงศ์บอกว่า การนอนในภาพยนตร์อย่าง "รักที่ขอนแก่น" เป็นในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เป็นการขัดขืน

"ไม่ได้สะท้อนอะไรมาก มันก็คือการที่อยู่ดี ๆ ก็[เป็นความ]ไร้สมรรถภาพขึ้นมาของกลุ่มคนกลุ่มนี้ ซึ่งควรจะต้องปกป้องประเทศ ต้องทำงาน แต่ทำงานไม่ได้ จริง ๆ มันไม่ได้สะท้อนเรื่องทหารอย่างเดียวหรอก มันสะท้อนหลาย ๆ อย่าง ตัวเราเองด้วย รู้สึกว่าเราไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ในสิ่งที่เราควรจะทำ หรือสิ่งที่เราคิดว่าเป็นหน้าที่เรา"

Image copyright Kick the Machine
คำบรรยายภาพ "รักที่ขอนแก่น"

"Memoria" ภาพยนตร์เรื่องใหม่

เมื่อธันวาคมปีที่แล้ว ผู้กำกับผู้นี้เพิ่งได้รับเหรียญอิสริยาภรณ์ระดับสูงสุดเป็นชั้น "Commandeur" ในสาขาศิลปะและวรรณกรรมจากรัฐบาลฝรั่งเศส โดยได้รับการยกย่องจากการสร้างงานศิลปะที่ยืนหยัดถึงเสรีภาพในการสร้างสรรค์และแสดงออก

ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ชื่อ "Memoria" ซึ่งกำลังถ่ายทำอยู่ อภิชาติพงศ์หันหลังให้กับทิวทัศน์ในภาคอีสานที่เราเห็นในภาพยนตร์เรื่องที่ผ่าน ๆ มาของเขา และมุ่งสู่ทวีปอเมริกาใต้ โดยเลือกหยิบยกประวัติศาสตร์ของประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเขาสนใจมองในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศไทย

"เวลาและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มันอาจจะเชื่อมกันได้ หลาย ๆ ครั้ง มันชัดเลยว่า การที่คนถูกกดโดยอำนาจของทหาร อำนาจเผด็จการ เขามีรูปแบบยังไง ทั้งผู้ที่ถูกขี่ และผู้ที่กดขี่ มันอาจจะเป็นการที่สะท้อนดูตัวก็ได้ โดยการออกไปข้างนอก ไปดูอย่างอื่น"

อภิชาติพงศ์บอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการ "ล้มกระดาน" เริ่มใหม่หมด ทั้งสำหรับเขาเอง ผู้อำนวยการผลิต และนักแสดง จากที่เคยยึดติดกับความทรงจำเดิม เขามุ่งสนใจความทรงจำหมู่ "ผ่านตัวละครคนหนึ่งที่เดินทางไปในพื้นที่ที่เธอได้ยินเสียงหลอน และเธอก็พยายามหาต้นตอของเสียงนี้ว่ามาจากไหน"

วิดีโอถ่ายทำโดย โซฟี ฟาน บรูเก็น