จากฉีกร่างรธน. ฉบับบวรศักดิ์ ถึงคว่ำชื่อ 7 กกต. "ใคร" สั่ง สภาแต่งตั้ง?

สนช.ลงมติคว่ำ 7 ว่าที่กกต. Image copyright BBC THAI
คำบรรยายภาพ นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ ได้รับคะแนน "เห็นชอบ" ให้เป็น กกต. น้อยสุดเพียง 10 เสียง จาก สนช. ทั้งหมดที่เข้าประชุม 230 คน อย่างไรก็ตามมีสมาชิกราว 30 คนที่ไม่ลงมติใด ๆ แต่อยู่ในห้องประชุม

มติ สปช. ชิงคว่ำร่าง รธน. ฉบับบวรศักดิ์เมื่อปี 2558 ถูกอธิบายว่าเป็นเพราะ "เขาอยากอยู่ยาว" ส่วนข่าวลือที่ถูกปล่อยใน สนช. ก่อนมีมติประวัติศาสตร์คว่ำ 7 ว่าที่ กกต. คือ "เขาจะล้มนะ"

"มันเป็นข่าวลือที่ลือกันมาโดยไม่รู้ต้นตอ แต่มาพูดกันหนักมากว่าจะล้มว่าที่ กกต. 7 คน เช้าวานนี้ (22 ก.พ.)" สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการใหญ่ กล่าวกับบีบีซีไทย

มติ สนช. "ไม่เห็นชอบ" รายชื่อบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ถือเป็น "มติประวัติศาสตร์" เพราะที่ผ่านมายังไม่ปรากฏว่า สนช. "โหวตคว่ำ" รายชื่อกรรมการองค์กรอิสระแบบยกชุด

ยิ่งเมื่อนำคะแนนของว่าที่ กกต. ทั้ง 7 คนมากางดู จะพบว่า ผู้ได้รับคะแนน "เห็นชอบ" สูงสุดได้เพียง 57 เสียง ต่ำสุดได้ 10 เสียง ซึ่งเป็นตัวเลขที่แม้แต่สมาชิก สนช. ก็ยังบอกว่า "น่าเกลียด"

สมมติฐานเดิมว่าด้วย "ใบสั่ง" จากผู้มีอำนาจในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้อนกลับมาอีกครั้ง แม้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ควบเก้าอี้กรรมการสรรหา กกต. ชุดที่ถูกคว่ำ จะชิงเปิดแถลงข่าวลวงสยบข่าวลือโดยพลัน-ยืนยัน "ไม่ทราบสาเหตุ" และ "ไม่มีสัญญาณจาก คสช."

ตอกย้ำด้วยคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม วันนี้ (23 ก.พ.) ว่า "ไม่มี ไม่มีใบสั่งนะ ไม่มี สนช. เขาดำเนินการของเขาเอง"

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า "ไม่ทราบและนึกไม่ออกว่าถ้าจะสั่ง จะสั่งได้อย่างไร แต่สภามีระบบวิป (คณะกรรมการประสานงาน) เพื่อคุยกันเอง แล้วพูดกันปากต่อปาก แบบนั้นก็เป็นไปได้..."

2561 : "เขาจะล้มนะ"

Image copyright BBC THAI

เมื่อตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ที่มี พล.อ.อู๊ด เบื้องบน เป็นประธาน จะพบว่า 14 จาก 17 คนเป็น "นายพลทหาร-ตำรวจ"

ว่ากันว่าบรรดาว่าที่ กกต. บางคนได้รับ "สายตรง" จากเพื่อนในสภาไม่กี่ชั่วโมงก่อนลงมติแจ้งว่า "เขาไม่เอาเอ็งนะ" พร้อม ๆ กับการแพร่กระจายข้อมูลให้สมาชิก สนช. 230 คนที่ลงชื่อเข้าประชุมทราบว่า "เขาจะล้มนะ"

"มีคนมาพูดกันหนัก ๆ ก็ตอนเช้า เพราะถ้าสื่อรู้ก่อนสิ่งที่เขาจะทำ ก็ทำไม่ได้ ส่วนตัวพอได้ยินข่าวนี้ ก็บอกว่าให้ดูเป็นคน ๆ ไปดีกว่า จะมาล้มทั้งกระดานไม่รู้เรื่องไม่ได้ โดยเฉพาะ 2 คนที่มาจากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เราควรเคารพมติศาล" สมาชิก สนช. รายเดิมกล่าวกับบีบีซีไทย

อย่างไรก็ตามเขาคนนี้เป็น "เสียงข้างน้อย" ในสภา เพราะ "เสียงส่วนใหญ่" อ้างว่ากังวลเกิดความวุ่นวายขึ้น หากมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขั้นตอนการสรรหาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่

Image copyright สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ขณะที่ 4 จาก 5 รายชื่อ กกต. ที่มาจากคณะกรรมการสรรหา ก็ถูก สนช. เสียงส่วนใหญ่มองว่า "ไม่เป็นที่รู้จัก-ไม่มีประสบการณ์" ในการจัดการเลือกตั้ง จึง "ไม่เชื่อฝีมือ" ยกเว้นนายประชา เตรัตน์ ลูกหม้อกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านงานรองปลัดกระทรวงและผู้ว่าฯ มาถึง 3 จังหวัด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้รับคะแนนเห็นชอบเพียง 57 ต่อ 125 เสียง

เหล่านี้เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างวงพูดคุยนอกรอบ-การประชุมลับของ สนช. ในวันลงมติ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น กมธ.สามัญเพื่อตรวจสอบประวัติฯ ออกมาให้ข่าวว่าาประวัติของ 7 ว่าที่ กกต. "ไร้รอยด่าง" ถึงขั้นมีสื่อบางสำนักไปเก็งชื่อตัวเต็งประธาน กกต. ชุดใหม่แล้ว

พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ เลขานุการ กมธ.สามัญเพื่อตรวจสอบประวัติฯ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า กมธ. เพียงแต่ชี้แจงข้อเท็จจริงในการตรวจสอบประวัติและความประพฤติของว่าที่ กกต. ทั้ง 7 คน ซึ่งเป็นการให้ข้อเท็จจริง แต่อาจมี สนช. หยิบจับมาเป็นประเด็น ส่วนการลงมติแบบ "พลิกความคาดหมาย" นั้น ทาง กมธ. ไม่รู้เรื่องด้วย

"สิ่งที่ยืนยันได้คือไม่มีคำสั่งใด ๆ หรือมีการล็อบบี้โดย สนช. สายทหารแต่อย่างใด ถือเป็นดุลพินิจของ สนช. แต่ละคน" พล.อ.ยอดยุทธกล่าว

2558 : "เขาอยากอยู่ยาว"

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ พล.อ.ประยุทธ์ "คิกออฟ" ปฏิรูปครั้งแรกเมื่อ 4 ก.ย. 2557 โดยมีประธาน สนช. และรองหัวหน้า คสช. ร่วมด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุ "ไม่คาดฝัน" กลางสภาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เรียกขานว่าเป็นเครือข่าย "แม่น้ำ 5 สาย" (คสช. ครม. สนช. สปช/สปท. และ กรธ.) เพราะถ้าย้อนกลับไปปี 2558 เคยเกิด "อุบัติเหตุใหญ่" กับร่างรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกหลังรัฐประหารปี 2557 จัดทำโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน เมื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติ "ไม่เห็นชอบ" ร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนน 135 ต่อ 105 เสียง ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามี "ใบสั่ง" ให้ล้มกระดานก่อนถูกล้มนอกสภา หลัง 2 พรรคการเมืองใหญ่ที่กุมฐานมวลชนรวมกัน 27 ล้านเสียง ประสานเสียงไม่รับร่างฯ

ข่าวลือ "ชิงคว่ำร่างฯ" เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนชี้ชะตา "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพลเมืองเป็นใหญ่" สื่อไทยบางสำนักรายงานข่าวว่ามี 3 นายทหาร และ 1 พลเรือน เข้าพบ "บิ๊ก คสช." ร้อนถึง "พี่ใหญ่" ทุกเครือข่าย "แม่น้ำ 5 สาย" อย่าง พล.อ.ประวิตรต้องออกมาปฏิเสธ

Image copyright โฆษกกระทรวงกลาโหม
คำบรรยายภาพ ในขณะที่ สนช. ลงมตินัดประวัติศาสตร์คว่ำชื่อ 7 ว่าที่ กกต. พล.อ.ประวิตรเปิดศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมต้อนรับ พล.อ.เนียง พาด รมช.กลาโหมกัมพูชา

"พูดส่งเดช มันหมิ่นประมาท ผมจะฟ้อง มาพูดแบบนี้ได้อย่างไรใครที่กล่าวอ้างชื่อผมให้ไปเอาชื่อมา อย่ามาพูดอย่างนี้ มันทำให้เกิดความเสียหาย ผมจะเข้าไปยุ่งได้อย่างไร เพราะผมเป็นรองนายกฯ เป็นฝ่ายบริหาร เรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ เขาก็ว่าของเขาไป" พล.อ.ประวิตรกล่าวเมื่อ 6 ก.ย. 2558

เช่นเดียวกับ พล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิก สปช. เจ้าของฉายา "ผู้ประสานสิบทิศ" ที่ออกมาปฏิเสธข่าวล็อบบี้เพื่อนสมาชิก

ส่วนสิ่งที่นายบวรศักดิ์กับพวกทำได้ คือการช่วยกันเช็คสัญญาณจาก "ผู้มีอำนาจ" ทั้งสายเก่า-สายใหม่ และเช็คเสียงจากเพื่อนร่วมสภาซึ่งนายบวรศักดิ์มีอีกสถานะเป็นรองประธาน สปช. จนมั่นใจว่าน่าจะผ่านด้วยคะแนนเสียงก้ำกึ่ง

ก่อนลงมตินัดประวัติศาสตร์ นายบวรศักดิ์นำ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 ชีวิตไปสักการะพระแก้วมรกตและพระสยามเทวาธิราชตั้งแต่เช้า เหมือนที่เคยทำในคราวเข้ารับตำแหน่ง แม้ถือฤกษ์-เอาชัย แต่สุดท้ายต้องปราชัยกลางสภา

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประกาศไม่ขอกลับมายกร่างรัฐธรรมนูญอีก หลังถูกโหวตคว่ำร่างกลางสภา เมื่อปี 2558 แต่เขาได้กลับมาร่วมงานกับ คสช. ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย เมื่อปี 2560

ถ้อยแถลงครั้งสุดท้ายของนายบวรศักดิ์หลังผ่านนาที "ถูกหัก" กลางสภา สรุปบทเรียนชัดเจนว่าเป็นเพราะสัญญาณจาก "ผู้ใหญ่"

"ต้องขอบคุณ พล.อ. 2 คน พล.ร.อ. 1 คนซึ่งเห็นชอบ คนอื่นท่านต้องฟังผู้ใหญ่ของท่านเป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ เราเข้าใจกัน กมธ. ยกร่างฯ คนหนึ่งยังงดออกเสียงเลย คุณไม่เห็นหรือ พล.อ. หมาด ๆ น่ะ ถ้าต้องอยู่ในราชการต่อไป ก็ต้องเป็นอย่างนั้น เข้าใจได้" นายบวรศักดิ์แถลงเมื่อ 6 ก.ย. 2558

ถือเป็นการจบภารกิจชนิดที่เขาไม่เคยคาดคิด กับการใช้เวลา 10 เดือนจัดทำ "ร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกใช้"

ปริศนา สปช. ชิงคว่ำร่างรัฐธรรมนูญถูกไขความกระจ่างอีกครั้ง เมื่อนายบวรศักดิ์กล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อ 19 ก.พ. 2559 ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะ "เขาอยากอยู่ยาว"

ท้ายที่สุดไม่มีใครคาดคิดว่า "บวรศักดิ์โมเดล" ของ สปช. จะเกิดขึ้นกับ สนช. อีกครั้งในปี 2561 แม้มีคำอธิบายจากผู้เกี่ยวข้องว่าการตั้งต้นนับหนึ่งสรรหา กกต. ชุดใหม่ไม่กระทบต่อโรดแมปการเลือกตั้ง แม้คาดว่าต้องใช้เวลา 6-7 เดือนกว่า หรือราว ก.ย. 2561 กกต. ชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่

แต่นี่คือเครื่องตอกย้ำสัจธรรมที่ว่า "อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในทางการเมือง"!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม