10 ประโยคปลอบใจที่อาจอ่อนไหวต่อคนคิดฆ่าตัวตาย

เชือกแขวนคอ Image copyright Getty Images

นักจิตวิทยาชี้คนไทยจำนวนมากยังพูดคุยกับผู้ที่กำลังคิดฆ่าตัวตายผิดวิธี เสนอให้ หลีกเลี่ยงการแนะนำ ตัดสิน หรือสั่งสอน ผู้ที่อยู่ในความทุกข์ เพราะจะนำไปสู่ภาวะที่เครียดขึ้น จนอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนพื้นข้างเตียงนอน ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดของช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น แพรวรู้ทันทีว่านั่นคือโทรศัพท์จากฟาง (นามสมมุติ) เพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่ จ.สุรินทร์

ฟางโทรมาหาแพรว (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) ทุกวันหลังจากที่เธอทะเลาะกับแฟนเพราะจับได้ว่าเขามีคนอื่น จนกระทั่งฟางถูกผู้ชายคนนั้นต่อยและออกจากบ้านไป ฟางรู้สึกว่าเธอทำเพื่อผู้ชายคนนั้นหลายอย่าง ถึงขั้นที่ยอมทำแท้งเมื่อเขาขอให้เอาเด็กออก

"มึง นั่นมันศีลข้อหนึ่งเลยป่าววะ"

"มึงต้องฟังเทศน์ฟังธรรม ตักบาตรทำบุญ"

"ไอ้เ-ย มึงก็เรียนมากับกูป่าววะ ถุงยางทำไมไม่ใส่"

เหล่านี้คือคำพูดต่าง ๆ ที่แพรวพูดกับฟาง ท่ามกลางความรู้สึก "อึ้ง" เธอรู้สึกว่าฟางไม่ควรพลาดเรื่องแบบนี้ และคิดว่าฟางไม่ควรทำแท้งเพื่อ "เอาใจผู้ชาย" แต่ความหวังดีของเธอกลับส่งผลตรงกันข้าม

"มึงไม่เข้าใจกู" ฟางตอบ พร้อมกับร้องไห้

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เหล่านั้น หญิงวัย 25 ปีสังเกตได้ว่า ในการสนทนาแต่ละครั้งที่เธอใช้คำพูดหยาบคาย ด่าทอ และใช้อารมณ์กับฟาง แม้ว่าจะไม่ใช่เพราะเจตนาที่ไม่ดีก็ตาม แต่มันทำให้ฟางรู้สึกสะเทือนใจ ร้องไห้หนักขึ้น หรือแม้กระทั่งด่าทอตัวเอง

จนกระทั่งวันหนึ่ง ฟางบอกกับแพรวว่า "กูไม่น่าอยู่เลยนะตอนนี้ ตาย ๆ ไปก็ดี"

"รู้สึกกังวลทุกครั้งที่วางสายไป เพราะเช้านี้จะมีข่าวไหม เครียดมาก เพราะกลัวว่าฟางจะคิดสั้น" แพรวบอกกับบีบีซีไทย

แพรว เป็นหนึ่งในผู้เข้าอบรม 15 คนที่เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้การปรึกษาผู้มีความคิดฆ่าตัวตาย โดยวิทยากรจากสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อปรึกษาทางโทรศัพท์ และจัดโดยฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Image copyright NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ผู้เข้าอบรมฝึกการพูดคุยผ่านโทรศัพท์กับผู้ที่มีความทุกข์

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่แผนกทรัพยากรบุคคลของบริษัทรถยนต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มีพนักงานเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย อาจารย์ที่สอนจิตวิทยาที่มีญาติที่ยิงตัวตายตอนเขายังเด็ก หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากรที่พี่สาวกินยาฆ่าตัวตายเมื่อ 30 ปีก่อน ต่างก็พบอุปสรรคเดียวกัน คือ เข้าไม่ถึงจิตใจของคนนั้น และไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์นั้นได้อย่างไร

ไม่แนะนำ ไม่สั่งสอน

สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย มีอาสาสมัครราว 50 คนที่ผลัดเปลี่ยนกันมารับโทรศัพท์จากผู้ที่โทรเข้ามากว่า 7,000 สายต่อปี เพื่อเล่าถึงเรื่องราวความทุกข์ใจ

ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์ กล่าวว่า การโทรมาที่สะมาริตันส์ไม่จำเป็นต้องบอกชื่อจริง และทุกอย่างเป็นความลับ ทำให้หลายคนเลือกคุยกับจิตอาสาที่นี่ แทนการคุยกับคนใกล้ตัว ที่กำลังมีประเด็นขัดแย้งกันอยู่ หรืออาจคุยแล้วไม่ฟัง หรือแม้กระทั่งคุยแล้ว "มีแต่คำแนะนำ" ซึ่ง เป็นสิ่งที่คนไทยมักจะทำพลาดมากที่สุดเวลาคุยกับคนที่มีความทุกข์ ทั้ง ๆ ที่บางทีแค่การรับฟังและรับรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรก็เพียงพอแล้ว

"แล้วพอเวลาที่ฟังแล้ว ก็จะมานึกถึงเรื่องตัวเอง แล้วตัวเองพร้อมที่จะเข้าไปแจมกับเขาในเรื่องที่ตัวเองเคยเจอมา เพราะฉะนั้นคนที่มาปรึกษาเลยกลายเป็นต้องฟัง แทนที่จะเป็นคนมานั่งเล่าระบายความไม่สบายใจออกมา" เธอกล่าวกับบีบีซีไทย

อาสาสมัครที่สะมาริตันส์ จะไม่ให้คำแนะนำ เพราะเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพในการแก้ปัญหาของตัวเอง แต่ใช้วิธี "ถามย้อน" โดยอาจใช้คำถามเช่น "แล้วคุณคิดว่าอย่างไรบ้าง" หรือเวลาเขาให้ช่วยหาทางออก อาจจะถามว่า "คนส่วนใหญ่เวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาน่าจะหาทางออกแบบไหนได้บ้าง"

แนวทางในการพูดคุย คือ กระตุ้นให้ระบายความทุกข์ และสะท้อนปัญหาและอารมณ์ เพื่อให้ผู้โทรได้เริ่มตระหนักว่าตอนนี้อยู่ ณ จุดไหนของสถานการณ์นั้น

"ฟังเยอะ ๆ เลย คำว่าฟังคงไม่ใช่แต่แค่ฟังเป็นเสียง แต่ฟังเข้าไปถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ที่จะเล่า" ผู้อำนวยการสะมาริตันส์ และอุปนายกสมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทย กล่าว

"โสตประสาทของคนเรา มีทั้งตา หู สัมผัส เพราะฉะนั้นตอนที่เราฟัง ให้เราสังเกตด้วยว่าอีกฝ่ายเป็นไง ยิ่งถ้าเห็นหน้าเห็นตากัน พอเพื่อนเล่า คุยกันสักพัก มันต้องใช้สายตาด้วย ท่าทางท่าทีของเราเองด้วย"

10 ประโยคปลอบใจ ที่อาจอ่อนไหวต่อหัวใจคนฟัง
คำพูด ความรู้สึกของคนฟัง
"เรื่องแค่นี้เอง คนอื่นเขาทุกข์กว่าคุณอีก เขายังไม่ฆ่าตัวตายเลย" ฉันรู้สึกโดนดูถูก ฉันไม่สามารถที่จะทนกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีเท่าคนอื่น
"ใจเย็น ๆ อย่าคิดมาก" ฉันรู้สึกถูกตัดสิน คุณไม่รู้เหรอว่าฉันใจเย็นแค่ไหนระหว่างที่ฉันต้องทนกับความเจ็บปวดเหล่านั้น
"อย่าคิดสั้น" ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังถูกตัดสิน ฉันลังเลที่จะคุยกับคุณต่อ
"ผมเคยเจอแบบเดียวกับคุณเลย แต่ผมก็ผ่านมาได้" คุณกำลังบอกว่าฉันทนกับสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ ถ้าคุณทำได้และฉันทำไม่ได้ คงมีบางอย่างในตัวฉันที่ผิดปกติ
"คุณต้องทำแบบนี้แบบนี้นะ" ฉันแค่อยากให้คุณเข้าใจฉัน ไม่ใช่สั่งสอนฉัน ดูเหมือนคุณตำหนิฉันเลย
"เป็ดตุ๋นมะนาวดองอร่อยนะ" (รีบเปลี่ยนเรื่องพูดเวลาอีกฝ่ายพูดถึงการฆ่าตัวตาย) คุณไม่สนใจ
"เราอยากคุยนะ แต่พอดีมีธุระ" ฉันกำลังรบกวนคุณ
"ตกลงปัญหาของคุณคือเรื่องไหนกันแน่" ขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ
"ฆ่าตัวตายตกนรกนะ" คุณไม่เข้าใจความเจ็บปวดฉันเหรอ? แค่นี้ก็เหมือนตกนรกแล้ว
"เป็นอะไรวะ" ฉันคงทำให้เธอรำคาญ

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวมจากสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย

เฟซบุ๊ก กับการฆ่าตัวตาย

ในสังคมสมัยใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และการ "แชท" สามารถทำได้ตลอดเวลา ทำให้สะมาริตันส์มีจำนวนผู้รับบริการผ่านเฟซบุ๊กเพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยปีที่ผ่านมามีจำนวน 220 ราย

การแชทผ่านเฟซบุ๊กไม่เหมือนการคุยโทรศัพท์ และในบางกรณีมีความละเอียดอ่อนมากกว่า จึงทำให้ต้องจัดอบรมอาสาสมัครเรื่องการคุยผ่านเฟซบุ๊กโดยเฉพาะ เช่น ในเรื่องความแม่นยำ และการมีสติในทุกครั้งก่อนที่จะส่งข้อความ เนื่องจากการคุยผ่านเฟซบุ๊กมีการ "หน่วง" นั่นคือ ต่างฝ่ายต่างพิมพ์ในเวลาเดียวกัน ทำให้คำตอบของฝ่ายหนึ่งที่ส่งไป อาจจะไม่ใช่คำตอบของข้อความล่าสุดที่อีกฝ่ายส่งมา

นอกจากนั้น การพิมพ์ข้อความทุกอย่างจะค้างอยู่ในระบบ ทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กสามารถย้อนกลับเข้ามาดูข้อมูลนั้นได้อยู่ตลอดเวลา ยิ่งหากบางคนที่กลับมาอ่านหลายรอบ บางทีตอบประโยคหนึ่งประโยคก็มีการตีความตามอารมณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้

ในสังคมไทยเองที่พบว่ามีการถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊กมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีการแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางและมีคนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น ที่เป็นการตัดสินผู้กระทำ ผู้อำนวยการสะมาริตันส์เตือนว่าควรรับฟังข้อมูลให้รอบด้านก่อนที่จะเข้าไปแสดงความคิดเห็นอะไร โดยค่อย ๆ เข้าไปถามความรู้สึก ให้อีกฝ่ายได้เล่าเรื่องราว แทนที่จะเป็นการตัดสินว่าสิ่งที่เขากระทำเป็นเรื่องที่ไม่ดี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อปีที่แล้ว เด็กหญิงวัย 11 เดือนถูกพ่อแขวนคอผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์จนเสียชีวิต หลังจากนั้นชายหนุ่มได้ผูกคอฆ่าตัวตาย

คำถามฆ่าตัวตาย: คำถามที่คนในสังคมไม่ถามกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอคติ หรือกลัวว่าเป็นการชี้นำ ผู้คนจำนวนมากจะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการฆ่าตัวตาย ยิ่งถ้าเป็นสังคมไทย จะมีมุมเชิงศาสนาเข้ามาด้วย นั่นคือ ศาสนาพุทธจะมองว่าการฆ่าตัวตายจะเป็นบาป

แต่การ "ตัดสิน" เหล่านั้น อาจมีผลต่อผู้ที่มาพูดคุยด้วย ทำให้เกิดเป็น "แพ็คเกจคำพูด" ต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าการฆ่าตัวตายนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี

"จริง ๆ ลึก ๆ เจ้าตัวก็รู้ แต่ภาวะตอนนั้นมันเหมือนกับไม่รู้จะหาทางออกยังไง ยิ่งถ้าพอเวลาฟัง แพ็คเกจ ว่าไม่น่าทำ ทำไม่ดี ทำไปทำไม มันบาป คำพูดเหล่านี้มันก็ยิ่งสร้างความกดดัน ยิ่งเป็นการเข้าไปลงโทษตัวเองเข้าไปอีก" ผู้อำนวยการสะมาริตันส์ กล่าว "คนที่ถึงขนาดมีความคิดฆ่าตัวตาย มันคือการสะท้อนถึงความทุกข์มาก ๆ ที่ไม่ทราบว่าจะหาทางออกยังไง เพราะฉะนั้นมันคือการร้องขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ ถ้าเราฟังด้วยใจ เชือกที่พันอย่างรุงรังมากมายจะค่อย ๆ คลายตัว แล้วพอเวลาที่เราตั้งใจฟังอีกฝ่ายได้ระบาย ระบบคิดจะเริ่มค่อยๆ กลับมาทบทวน เขาเองก็จะค่อย ๆ หาทางออก ซึ่งบางทีมันจะมีทางออกอื่นได้มาก นอกจากเรื่องการตายอย่างเดียว"

Image copyright NANCHANOK WONGSAMUTH/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ผศ.พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย

หลังจากผ่านการอบรม 2 วันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แพรวเล่าว่า เธอได้ใช้วิธีการฟัง การให้คำปรึกษาผู้อื่นมาใช้ ไม่ใช่แค่กับคนที่อยากฆ่าตัวตายอย่างเดียว

"ตอนอบรม รู้สึกว่า วิธีฟัง วิธีให้คำปรึกษาแบบนี้ น่ารักมาก จากตอนฝึกปฏิบัติมีคนฟังเรา เลยทำให้อยากเป็นผู้ฟังที่ดี ให้คำปรึกษาที่เกิดประโยชน์จริง ๆ บ้าง" เธอกล่าว "ก่อนหน้านี้ก็ให้คำปรึกษาคนอื่นแหละ แต่ไม่ได้ทำอย่างถูกวิธีเหมือนที่สอนไว้ตอนอบรม เราก็สักแต่พูดในสิ่งที่เราคิด จนบางครั้ง ก็ผิดใจกับคนที่มาขอคำปรึกษา"

ถ้าคุณต้องการใครสักคนเป็นเพื่อนพูดคุย สามารถโทรไปที่สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย 02-7136793 เวลา 12.00-22.00 น. หรือ สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม