ถอดรหัสตั้ง “พรรคทหาร” กับการปั่นกระแสชิงตัวประยุทธ์?

  • 7 พฤศจิกายน 2017
นายกฯ ปะทะฮีโร่ในโลกการ์ตูน Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายกฯ ปะทะฮีโร่ดังในโลกการ์ตูน เมื่อวันเด็กแห่งชาติปี 2559

ถ้าเป็นไปตามโรดแมปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลั่นวาจาไว้การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. 2561 ช่วงนี้จึงปรากฏความเคลื่อนไหวอย่างคักคักจากกลุ่มที่เสนอตัวเป็น "เครื่องมือขยายอำนาจ" ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างน้อย 3 กลุ่ม ถึงขนาดฟันธงว่า "หาก พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ อีก ต้องมีพรรคเป็นของตัวเอง"

"ยังไม่ได้คิดตอนนี้ ดูสถานการณ์ไปก่อน" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่ปฏิเสธเรื่องการตั้ง "พรรค คสช." แบบเต็มปาก หลังวานนี้ (6 พ.ย.) "นายพลเบอร์ 2" ในรัฐบาล คสช. อย่างพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แบบไต๋ "หากจำเป็นก็ต้องตั้ง"

อนาคตคณะผู้ก่อรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ถูกจับตามองอีกครั้ง หลังนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ออกมาเปิดยุทธศาสตร์ 2 ขาของ คสช. ด้วยการ "ชิงมวลชน" และ "ชิง ส.ส." เพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งภายใต้ชื่อ "พรรคพลังชาติไทย"

เมื่อได้ชื่อพรรค สื่อหลายสำนักจึงเสาะหาตัวบุคคลผู้ขับเคลื่อนพรรคดังกล่าว ปรากฏชื่อ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ ทว่าเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ยังไม่ได้ตั้งพรรค และไม่ถนัดเรื่องการเมือง

"เพื่อนประยุทธ์" ลั่นไม่ใช้แค่ "พล.ต." ตั้งพรรค คสช.

อย่างไรก็ตามทั้ง "นายพล 2 ป." ต่างยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.ทรงกลด เช่นเดียวกับเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ หัวหน้าคสช. (ขวา) พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม (กลาง) และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ร่วมเปิดโรดแมปปฏิรูปประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อ ก.ย. 2557

"พวกเราใน ตท.12 ก็ถามกันว่า 'มึงรู้จักไหม' ไม่มีใครรู้เลย" พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีต ตท. 12 กล่าวกับบีบีซีไทย แต่ยอมรับว่า ทราบความเคลื่อนไหวในการเตรียมจัดตั้งพรรคพลังชาติไทยของนายพลรายนี้มาปีเศษแล้ว

"เขาลงไป จ.สงขลาและพัทลุง บอกว่าจะตั้งพรรคให้นายกฯ ก็มีชาวบ้านมาถามผมว่ามี พล.ต.มาบอกว่าจะตั้งพรรคให้นายกฯ ผมบอกเลยว่า 'ถ้าพี่ตู่ (พล.อ.ประยุทธ์) จะตั้งพรรค เขาไม่ใช้ พล.ต. หรอก เขามีเพื่อน มีพี่เป็น พล.อ. 200 คน เขาอาจมีเจตนาดีนะ แต่ไม่มีประสบการณ์การเมือง" พ.อ.สุชาติกล่าว

พ.อ.สุชาติเป็นอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการลงสู่สนามเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำหนดไว้ โดยมีเพื่อน สปท. อาทิ นายสุชน ชาลีเครือ, นายสมพงษ์ สระกวี พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ร่วมเดินในแนวทางเดียวกัน และประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย

Image copyright AFP/GETTY IMAGES

ล่าสุด เขาอ้างว่าสามารถรวบรวมอดีตนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นเกาะกลุ่มเป็นทีมเดียวกันแล้ว 70 ชีวิต แต่ยังไม่ขอระบุว่าจะตั้งพรรคเอง หรือยกคณะไปสังกัดพรรคใด จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

"สมมุติ พี่ตู่ (พล.อ.ประยุทธ์) จะเป็นนายกฯ อีก ผมบอกเลยว่าต้องมีพรรคเป็นของตัวเอง ไม่มีไม่ได้ เพราะเมื่อเข้าสภาแล้ว ต้องอาศัยมือไม้ขับเคลื่อนงานในรัฐสภา และท่านต้องตั้งเอง คิดเอง ทำเอง" พ.อ.สุชาติกล่าว

อ้างโมเดลพรรคทหารเหลว เพราะนักการเมือง

แม้ประสบการณ์ในอดีต สะท้อนความล้มเหลวของการจัดตั้งพรรคทหารหลายยุคสมัย แต่เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของนายกฯ ปฏิเสธว่าไม่จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ทหารไม่ได้ตั้งเอง-คิดเอง-ทำเอง แต่คนนอกตั้งให้-ทำให้ จึงมีแต่มือจาก ส.ส. แต่ขาดไร้อุดมการณ์ ไม่ว่าจะเป็น พรรคเฉพาะกิจอย่างสามัคคีธรรมที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหารปี 2534 พรรคเพื่อแผ่นดินที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารปี 2549 ให้การสนับสนุน หรือกระทั่งพรรคการเมืองในระบบอย่างความหวังใหม่ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

Image copyright AFP/Getty Image
คำบรรยายภาพ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ช่วยลูกพรรคมาตุภูมิหาเสียงเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 ที่ตลาดกลางเมืองนราธิวาส

"มันมีนักการเมืองมาคิดแทนไง ไม่ใช่ความคิดของกลุ่มทหาร ผมเชื่อว่าทหารเรา ถ้าเข้าการเมือง มันสมองดีพอ" เขาบอก

เป็นเพราะทหารอาจไม่ถนัดการเจรจาต่อรองประสานประโยชน์หรือไม่? พ.อ.สุชาติแย้งเสียงดัง "ถนัด อย่างอื่นยากกว่านี้ตั้งเยอะยังทำได้ เราผ่านโรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนเสธ. (เสนาธิการทหาร) ทำไมจะคิดวิเคราะห์ต่อรองไม่ได้ โดยเฉพาะพี่ตู่เรียนได้ระดับท็อปเท็น (1 ใน 10) มันสมองดี ตั้งพรรคได้"

ไพบูลย์รังเกียจ "พรรคทหาร" แต่หนุนประยุทธ์สุดตัว

นอกจากความเคลื่อนไหวของ "1 พล.ต." และ "1 พ.อ." ในการจัดลู่ปูทางตั้ง "พรรคเพื่อประยุทธ์" ยังมี "พลเรือน 2 คน" แสดงจุดยืนไม่ต่างกัน

ย้อนกลับไปในช่วงรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ผ่านการออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. 2559 นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และแนวร่วม กปปส. พร้อม นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย ประกาศเตรียมจดแจ้งพรรคการเมืองใหม่ที่ใช้ชื่อว่า "ประชาชนปฏิรูปประเทศ" และผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ สมัย 2

ย้อนตำนานพรรคทหาร
จดทะเบียน ชื่อพรรค หัวหน้าพรรค การดำเนินกิจกรรม
2498 พรรคเสรีมนังคศิลา จอมพล ป. พิบูลสงคราม ชนะเลือกตั้งปี 2500 ซึ่งถูกมองว่า "สกปรกที่สุด" ก่อนจบลงด้วยรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รองหัวหน้าพรรคในเวลาต่อมา
2511 พรรคสหประชาไทย จอมพลถนอม กิตติขจร ชนะเลือกตั้งปี 2512 ด้วยคะแนนเสียงอันดับ 1 แต่ถูกพรรคร่วมฯ ต่อรองหนัก จนต้องยึดอำนาจตัวเองในปี 2514 และเป็นหนึ่งในชนวนไปสู่เหตุวิปโยค 14 ต.ค. 2516
2535 พรรคสามัคคีธรรม ณรงค์ วงศ์วรรณ ชนะเลือกตั้งปี 2535 ด้วยคะแนนเสียงอันดับ 1 ก่อนที่พรรคร่วมฯ จะ พล.อ.สุจินดา คราประยูร แกนนำ รสช.ขึ้นเป็นนายกฯ จนนำไปสู่การประท้วง ลุกลามเป็นเหตุ "พฤษภาทมิฬ" ทำให้ พล.อ.สุจินดาต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ
2550 พรรคเพื่อแผ่นดิน สุวิทย์ คุณกิตติ (คนแรก) ในการเลือกตั้งปี 2550 ได้ ส.ส.24 คน ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ให้การสนับสนุนพรรคนี้ แต่ไม่ได้เปิดตัวร่วมกิจกรรม กระทั่งเลือกตั้งปี 2554 ส.ส.เพื่อแผ่นดินบางส่วนแตกออกไปตั้งพรรคมาตุภูมิ พล.อ.สนธิเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ไม่มีบทบาทมากนัก

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

อย่างไรก็ตามนายไพบูลย์ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า พรรคของเขาไม่ใช่ "เครื่องมือทหาร" แต่เป็น "เครื่องมือประชาชน" ตรงกันข้ามเขารังเกียจสิ่งที่เรียกว่า "พรรคทหาร" ด้วยซ้ำ

"พรรคแบบนั้นเป็นการเมืองระบบเก่า ตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง หรือสนับสนุนนายพล 1 คนให้เข้าไปมีอำนาจ แต่เราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เรามีแผน 10-20 ปี ไม่ใช่นอมินีของ คสช. แน่นอน" นายไพบูลย์กล่าว

ส่วนการโยนแนวคิด "ขยายอำนาจ" ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อหลังการเลือกตั้ง เป็นเพราะ "มวลมหาประชาชน" จำนวนมากชื่นชอบและอยากให้หัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกฯ อีก สอดคล้องกับ 1 ใน 3 แนวนโยบายพรรคประชาชนปฏิรูปประเทศ เรื่องการปฏิรูปการเมืองด้วยการสร้างผู้นำมือสะอาด

นายไพบูลย์ และ นพ.มโน ถือเป็นคนกลุ่มแรกที่ประกาศต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2559 ว่าจะจัดตั้งพรรคเพื่อชู พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ทำให้นักวิเคราะห์การเมืองนำพวกเขาไปเปรียบเทียบกับนายญาติ ไหวดี อดีตส.ส.สุรินทร์ ผู้ประกาศจัดตั้งพรรคสนับสนุน พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2521

ย้ำเคยปูทางให้ หัวหน้าคสช.เข้าสู่อำนาจมาแล้ว

ทว่านายไพบูลย์บอกว่า "เราต่างจากพวกพรรคทหารสุดขั้ว เทียบกันไม่ได้" พร้อมย้ำว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่สิ่งที่เขาคิดคือการที่ คสช. เข้ามายึดอำนาจและได้เป็นรัฐบาลถึงทุกวันนี้ เกิดจากการที่พวกเขาไปต่อสู้ร่วมกับประชาชน ฟ้องดำเนินคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) จนศาลตัดสินให้พ้นจากหน้าที่ แล้วเกิดสุญญากาศ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การชุมนุมของ กปปส.ยืดเยื้อยาวนานถึง 204 วันก่อนจบลงด้วยการยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557

"ผมถือว่าผมเป็นผู้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาในอำนาจตั้งแต่ครั้งแรก แต่ไม่ได้ทำเพื่อไปเอาอกเอาใจใคร ทำเพื่อประชาชน แต่ท่านได้ประโยชน์" นายไพบูลย์กล่าว

การลุกขึ้นมาประกาศเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกครั้ง จึงเป็นการทำภารกิจเดิมซ้ำเท่านั้น

ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังรอบทิศ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิก คสช.สายพลเรือน ออกมา "ดับฝัน" กลุ่มคนที่หวังจะเห็น พล.อ.ประยุทธ์ลงสู่สนามเลือกตั้งเต็มตัว เพราะภายใต้กติกาในรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 สมาชิก คสช. ครม. และสนช. ในปัจจุบันไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่ตั้งพรรคได้-เป็นสมาชิกพรรคได้

ถึงนาทีนี้หาก พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง จึงมาได้จาก 2 ช่องทางคือ หนึ่งเป็น "นายกฯ ในบัญชี" ที่พรรคการเมืองนำเสนอต่อ กกต. ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าต้องมาจาก ส.ส.เท่านั้น ส่วนอีกทางหนึ่งคือเป็น "นายกฯ คนนอก" ที่มาจากการร่วมโหวตของ ส.ส. และ ส.ว.

งานนี้เรียกว่าเส้นทางชัด เหลือเพียงรอเลือก-สรุปชื่อพรรคเท่านั้น!!!