จาก "ป้อม นาฬิกาหรู" สู่ "ตู่ แมวกวัก" มองศิลปะข้างถนนของคนวิจารณ์รัฐบาลทหาร

  • 26 กันยายน 2018
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
จาก "ป้อม นาฬิกาหรู" สู่ "ตู่ แมวกวัก" มองศิลปะข้างถนนของคนวิจารณ์รัฐบาลทหาร

นับแต่รัฐประหาร ปี 2557 เสรีภาพการแสดงออกของสังคมไทย ถูกตีกรอบภายใต้เหตุผลด้าน "ความมั่นคง" ในเมื่อตะโกนออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ศิลปินหลายคนจึงใช้ศิลปะข้างถนน (street art) เป็นเครื่องมือเพื่อสื่อสาร วิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามถึงรัฐบาล

ภาพล้อเลียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในรูปแมวนางกวัก เป็นหนึ่งในผลงานสตรีทอาร์ตเชิงเสียดสี ของศิลปินที่ใช้ชื่อว่า Headache Stencil หรือ "มือพ่นสี มีปวดหัว" หนึ่งในศิลปินนักกิจกรรมผู้นำร่องการวิจารณ์การเมืองไทยผ่านศิลปะบนกำแพง

"มือพ่นสี" ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี โดยใช้หน้ากากปิดบังใบหน้า พูดถึงแนวคิดผลงานชิ้นล่าสุด เป็นรูปทหารเล่นกระดานหกกับเด็กผู้หญิงที่ค้างเติ่งอยู่อีกฟากว่า ต้องการสื่อว่า รัฐบาลให้น้ำหนักกับกองทัพมากกว่าประชาชน จากงบประมาณกลาโหมที่พุ่งสูงขึ้นในแต่ละปี นับแต่เกิดรัฐประหาร

"ทุกวันนี้ โลกรบกันด้วยการค้า รบกันด้วยสมอง แต่เราดันไปเพิ่มอาวุธ แทนที่จะไปเพิ่มสมอง หรือเพิ่มบุคลากร" "มือพ่นสี" กล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ศิลปินสตรีทอาร์ต Headache Stencil กำลังสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่

ศิลปินผู้นี้ สร้างชื่อเสียงในโลกสังคมออนไลน์ นับแต่สรรค์สร้างผลงานเสียดสีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงกลาโหม บริเวณสะพานลอยระหว่างซอยสุขุมวิท 56 กับ 58 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นั่นคือรูป หน้าพลเอกประวิตร อยู่ในนาฬิกาปลุก เป็นการล้อเลียนถึงปมนาฬิกาหรู ที่สังคมยังไม่ได้คำตอบ อีกผลงานที่พูดถึงกันมาก คือ ภาพเสือดำร้องไห้เป็นสายโลหิต พาดพิงถึงความอยุติธรรมจากคดี "ล่าเสือดำ" นั่นเอง

"คนไทยตอนนี้ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียง เป้าหมายของผมคือ สื่อถึงคำพูดที่เราอยากตะโกนออกมา แต่ทำไม่ได้ เลยสร้างเป็นงานศิลปะบนถนนแทน ให้คนที่ผ่านไปมา รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ได้เห็นและเข้าใจ" "มือพ่นสี" กล่าวกับ เอเอฟพี ที่สตูดิโอแห่งหนึ่งของเขาในกรุงเทพฯ

เสรีภาพการแสดงออกผ่านศิลปะ

"สตรีทอาร์ตมีชีวิตที่สั้นมาก คุณอาจใช้สีทากลบมันได้ แต่หากมันไปปรากฎบนสังคมออนไลน์แล้ว มันก็จะมีชีวิตต่อไป" นายอภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล หรือ BAB 2018 กล่าว ซึ่งในเทศกาลที่จะเกิดขึ้นสัปดาห์หน้า ก็จะมีผลงานศิลปะจากศิลปินสตรีทอาร์ตหลายคน มาจัดแสดงด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สตรีทอาร์ตที่ Headache Stencil ทำไว้ บนสะพานลอย สื่อถึมปมนาฬิกาหรูของ รมว.กลาโหม

ไม่ใช่แค่ Headache Stencil แต่ศิลปินกระป๋องสีหลายคนในไทย เริ่มกล้าแสดงออก และมองศิลปะเป็นเสรีภาพการแสดงออกอย่างหนึ่ง นั่นรวมถึงประเด็นทางการเมือง

"อย่างผลงานที่อ้างอิงจากนิตยสารไทม์ฉบับนี้ ซึ่งเป็นปักษ์ที่ถูกห้ามนำเข้ามาในไทย เหมือนสิ่งต้องห้าม เราเลยพยายามตั้งคำถามว่า การที่ไทม์ไปสัมภาษณ์ แล้วพลเอกประยุทธ์พูดออกสื่อ มันเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง" ศิลปินที่มีฉายาว่า Whys Enacrew กล่าว

ศิลปะในฐานะ สื่อเพื่อตีแผ่ปัญหาสังคมไทย

การใช้ศิลปะเพื่อตั้งคำถามเชิงการเมือง กำลังกลายเป็นกระแสในหมู่ศิลปินมากขึ้น แต่สำหรับ กวิตา วัฒนะชยังกูร วัย 31 ปี ศิลปินสาวผู้รังสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบวิดีโอ หรือ "วิดีโออาร์ต" เธอมองว่า ศิลปะยังใช้ข่มเน้นปัญหาสังคม ที่ควรเร่งแก้ไขได้ด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กวิตา วัฒนะชยังกูร ใช้ร่างกายตัวเอง รังสรรค์ผลงานศิลปะ

วันนี้ เธอตั้งกล้อง เปลี่ยนชุดสีเนื้อ เทสีแดงอมชมพูลงบนตัว แล้วใช้เรือนร่าง เกลือกกลิ้งในถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ นี่เป็นผลงานที่ต้องการสื่อถึงปัญหาอุตสาหกรรมประมงไทย "เวลาพูดถึงอุตสาหกรรมประมง และสถานการณ์แรงงานไทย กลับไม่ค่อยมีข่าวถึงเรื่องเหล่านี้มากนัก ทั้งที่เป็นปัญหาใหญ่ และเป็นสิ่งที่เราควรเร่งแก้ไข" กวิตา ระบุ

Headache Stencil และนางสาวกวิตา นับเป็นหนึ่งในศิลปินไทย ที่ใช้ทักษะด้านศิลปะ พยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง โดยศิลปินในลักษณะนี้ ก็กำลังเพิ่มมากขึ้นในไทย ที่ถือเป็นเมืองหลวงแห่งศิลปะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำด้วยเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมนี้ จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม