นักเตะบาห์เรนที่ลี้ภัยในออสเตรเลียแต่ถูกจับใน กทม. ศาลไทยจะตัดสินอย่างไร

  • นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ
คำบรรยายภาพ,

นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

7 ธ.ค. ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ที่สหประชาชาติช่วยให้ได้สถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย ตามคำร้องของสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อเข้าสู่กระบวนการยื่นคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามที่รัฐบาลบาห์เรนร้องขอ คาดว่าต้นสัปดาห์หน้าสำนักงานอัยการฯ จะยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

ทว่า หน่วยงานทางด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างแสดงความเป็นห่วงว่า หากนายอัล อาไรบี ถูกส่งตัวกลับไปยังบาห์เรน เขาจะถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม หรือถูกซ้อมทรมาน ซึ่งการส่งกลับผู้ลี้ภัยไปยังสถานที่ที่เขาจะได้รับความเสี่ยงเหล่านี้ เป็นการละเมิดพันธสัญญาของประเทศไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งแต่ถูกควบคุมตัว รัฐบาลออสเตรเลียเองก็ได้เรียกร้องให้ไทยส่งนายอัล อาไรบี กลับออสเตรเลีย เนื่องจากเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยเมื่อปีที่ผ่านมา

คำบรรยายภาพ,

ปัจจุบัน นายอัล อาไรบี เป็นนักฟุตบอลในทีม Pascoe Vale FC ในเมืองเมลเบิร์น

นายอัล อาไรบี เดินทางจากออสเตรเลียมาเที่ยวเมืองไทยพร้อมกับภรรยา เมื่อวันที่ 27 พ.ย. แต่ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กักตัวไว้ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือถึง สตม. ให้กักตัวบุคคลดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่ามีหมายจับจากทางบาห์เรนหรือไม่

ในปี 2555 นายอัล อาไรบี ถูกจับกุมและซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่บาห์เรนเนื่องจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพี่ชาย ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลุกฮือต่อต้านรัฐบาลในตะวันออกลาง หรือ "อาหรับสปริง" หลังจากนั้นเขาก็ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์การซ้อมทรมานกับสื่อต่าง ๆ

ในเดือน ม.ค. 2557 ศาลบาห์เรนอ่านคำพิพากษาลับหลังนาย อัล อาไรบี จำคุก 10 ปี ในข้อหาสร้างความเสียหายให้สถานีตำรวจ แต่เขาปฏิเสธ โดยอ้างว่า ขณะนั้นเป็นตัวแทนทีมชาติบาห์เรนแข่งฟุตบอลอยู่ที่ประเทศกาตาร์

คำบรรยายภาพ,

นายอัล อาไรบี ขณะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นายอัล อาไรบี บอกกับบีบีซีไทยว่า ตั้งแต่คืนวันที่ 7 ธ.ค. เขาจะอดอาหารประท้วง เนื่องจากเขาจะไม่ได้พบภรรยาที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว และเขาอยากกลับออสเตรเลีย

"ผมอยากกลับออสเตรเลียเพราะที่ออสเตรเลียมีสิทธิมนุษยชน ต่างจากที่บาห์เรนที่ไม่มีสิทธิมนุษยชน" เขากล่าวกับบีบีซีไทยผ่านโทรศัพท์ที่สถานกักกันของ สตม. สวนพลู ที่คุมตัวเขาตั้งแต่ 1 ธ.ค.

เขากล่าวว่า อนาคตของเขา "ใกล้ที่จะจบสิ้นแล้ว" หากเขาจะต้องถูกส่งตัวกลับไปยังบาห์เรน

"ผมรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม ผมรู้ว่าผมจะต้องถูกซ้อมทรมานและบังคับให้สารภาพในสิ่งที่ผมไม่เคยทำ" เขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษ

ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้แสดงความกังวลต่อกรณีนายอัล อาไรบี โดยระบุว่า องค์กรมีความคาดหวังว่ากรณีของนายอัล อาไรบี จะได้รับการคลี่คลายตามหลักสิทธิมนุษยชน

"ฟีฟ่าสนับสนุนการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยินยอมให้นายอัล อาไรบี เดินทางกลับออสเตรเลีย ที่ ๆ เขาได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัย โดยเร็วที่สุด" ฟีฟ่าระบุในเอกสารที่ออกวันนี้

คำบรรยายภาพ,

นายอัล อาไรบี (ขวา) จับมือกับซัลมาน บิน อิบรอฮิม อัลเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียคนปัจจุบันและรองประธานฟีฟ่า และเป็นพระภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของบาห์เรน

นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายอัล อาไรบี กล่าวกับบีบีซไทยว่า แม้ว่าไทยและบาห์เรนจะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่อาจใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตในการส่งตัวข้ามแดน เช่น หากรัฐบาลของทั้งสองประเทศตกลงกันได้ และตัวผู้ถูกร้องขอยินยอมให้ส่งตัวกลับแต่นายอัล อาไรบีมีสิทธิ์ปฏิเสธที่จะไม่กลับบาห์เรน

ทว่าการพิจารณาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่เป็นอำนาจของศาลไทย ซึ่งจะเริ่มกระบวนการไต่สวนในสัปดาห์หน้า

นางณัฐาศิริเปิดเผยถึงข้อต่อสู้ว่าจะอ้างเหตุคดีตามที่รัฐบาลบาห์เรนร้องขอมีมูลเหตุทางการเมือง เพื่อที่จะใช้เป็นเหตุให้ศาลพิจารณาไม่ส่งตัว ตามข้อยกเว้นที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

นางณัฐาศิริได้พบลูกความเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. หลังความพยายามขอเข้าพบตัวนายอัล อาไรบี ที่ สตม. สวนพลู เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ไม่สำเร็จ เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวว่าจะต้องกลับไปทำหนังสือขอเข้าพบอย่างเป็นทางการมายื่นต่อผู้บังคับบัญชาเสียก่อน

คำบรรยายภาพ,

ผู้ประท้วงขับไล่รัฐบาลประเทศบาห์เรนในปี 2011

ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าปกครองประเทศเมื่อปี 2557 รัฐบาลทหารไทยได้ส่งตัวผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยกลับประเทศในหลายกรณีจากคำขอของรัฐบาลต้นทาง ทั้งจากรัฐบาลจีน ตุรกี และบาห์เรน

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล รายงานว่า ในปี 2557 ประเทศไทยเคยส่งตัว อาลี ฮารูน กลับบาห์เรน ที่หนีมาไทยหลังจากถูกจับกุมและอ้างว่าถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่บาห์เรนเมื่อปี 2556 หลังจากที่เข้าร่วมในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยขณะนั้น นายฮารูนมีหมายจับจากอินเตอร์โพล

ครอบครัวของนายฮารูนบอกกับแอมเนสตี้ฯ ว่า นายฮารูนถูกซ้อมทรมานหลังจากที่ถูกส่งตัวกลับไปที่บาห์เรน และปัจจุบันถูกจำคุกตลอดชีวิต