ฝุ่น : อธิบดีกรมควบคุมมลพิษชี้ ลด PM2.5 ในกรุงได้ทันใจ ต้องร่วมใจลดใช้รถยนต์

  • 25 มกราคม 2019
กรุงเทพฯ จะอยู่ใต้หมอกควันอีกนานแค่ไหน? Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กรุงเทพฯ จะอยู่ใต้หมอกควันอีกนานแค่ไหน?

กรีนพีซ และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชี้ วิกฤตมลพิษกรุงเทพฯระลอกนี้ อยู่ในภาวะแค่ "เอาตัวรอด" ไปได้ชั่วคราว พร้อมเรียกร้องรัฐบาลดำเนินมาตรการรับมือระยะยาวในระดับประเทศ เพราะภาพจากดาวเทียมพบ วิกฤตฝุ่นละออง ปกคลุมเกือบทุกพื้นที่ของไทย

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ทวีความรุนแรงขึ้นวันนี้ (25 ม.ค.) ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจากรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย เวลา 15:00 พบว่า ทุกพื้นที่มีค่าฝุ่นละอองเพิ่ม และปรากฎพื้นที่สีแดง 1 จุด คือ ริมทางคู่ขนานถนนพระราม 2 อ. เมืองสมุทรสาคร

หลายฝ่ายจับตาการทำงานของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร หลังคณะกรรมการควบคุมมลพิษปรับแผน มอบอำนาจให้ กทม. ยกระดับมาตรการควบคุมมลพิษในพื้นที่ฝุ่นละออง เกิน 75-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษ "เหตุรำคาญ" หากมีค่า PM2.5 เกิน 100 มคก./ลบ.ม.

สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวในเวทีเสวนาจัดโดยกรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ทางชมรมเสนอมาตรการกับคณะกรรมการควบคุมมลพิษไปหลายอย่าง ซึ่งประกาศดังกล่าว ถือเป็นพัฒนาการที่ดีสู่การแก้ปัญหาระยะยาว

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ สนธิ คชวัฒน์ (กลาง) ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมเสวนาเรื่องมลพิษ จัดโดยกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"ถ้าเกิน 100 มคก./ลบ.ม. หลายวัน จะใช้มาตรา 9 นายกรัฐมนตรีสั่งการทุกกระทรวง ถ้าหน่วยงานราชการใดไม่ปฎิบัติตามก็ให้ขึ้นศาล"

ประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยผ่านโทรศัพท์ว่า ค่ามลพิษที่พุ่งสูงขึ้นอยู่ในการคาดการณ์ของภาครัฐ และเชื่อว่าสุดสัปดาห์นี้สถานการณ์จะดีขึ้น เนื่องจากมีลมแรงพัดมวลฝุ่นละอองลอยขึ้น แต่เริ่มต้นสัปดาห์หน้า ค่าฝุ่นละอองอาจสูงขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะลมสงบ

เมื่อไหร่เด็กต้องหยุดเรียน

โลกอินเทอร์เน็ตกำลังพูดถึงสุขภาพของเด็ก ๆ ที่ต้องไปโรงเรียน ในภาวะอากาศเป็นพิษ แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีประกาศหยุดการเรียนการสอนจากภาครัฐ สนธิ จึงเสนอผลการศึกษาของรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกาที่วิจัยมาแล้วว่า ค่าฝุ่นละอองเท่าไหร่ถึงควรประกาศให้หยุดการเรียนการสอน

"ถ้าตัวเลข 35.4 มคก./ลบม. เมื่อไหร่ เป็นพื้นที่สีส้ม นักเรียนและผู้มีอาการป่วยทั้งหลายต้องอยู่ในห้อง ห้ามออกมา และถ้าอยู่ 55 มคก./ลบม. ขึ้นไป นักเรียนทุกคนห้ามออกจากบ้าน คือต้องหยุดเรียน นี่เป็นงานวิจัยในประเทศที่พัฒนาแล้ว"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เด็ก ๆ ควรหยุดเรียนแล้วหรือยัง

เขาจึงเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เพื่อให้นำตัวเลขเหล่านี้มาอ้างอิง สำหรับชี้ชัดว่าเมื่อไหร่ถึงจุดอันตราย ต้องปิดการเรียนการสอนของนักเรียนในพื้นที่อากาศเป็นพิษ

"แต่ของเราไปใช้คณะกรรมการแก้ไขฝุ่นละออง แล้วมานั่งคิดกันเองว่าเอาตัวเลขเท่าไหร่ ที่ผ่านมามันเลยสะเปะสะปะ"

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ประกาศสำคัญ อาทิ การประกาศควบคุมเหตุรำคาญ หรือกำหนดพื้นที่ภัยพิบัตินั้น ต้องรอสัปดาห์หน้า

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สัปดาห์หน้าค่ามลพิษอาจแย่ลงอีก

"ถ้าเอาไม่อยู่อีก เกิน 100 ต้องประชุมด่วนคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา" แต่ประลองเชื่อว่านายกฯจะมอบหมายให้รองนายกฯ พล.อ. ประวิตร เป็นประธานการประชุม

"เอาตัวรอดให้ได้อย่างเดียว"

โลกอินเทอร์เน็ตต่างร้องขอมาตรการแก้วิกฤตฝุ่นที่ได้ผล แต่ ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรมองว่า เป็นไปได้ยากที่จะแก้ปัญหาได้ในทันที

"ผมบอกเลยว่าไม่มีทาง ตอนนี้ เอาตัวรอดให้ได้อย่างเดียว"

เขาอธิบายว่า ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ต้องวางมาตรการแก้ปัญหาล่วงหน้าแบบระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าแบบที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ และวิธีที่ได้ผลที่สุด คือใช้เครื่องมือทางกฏหมาย ยกตัวอย่าง มาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำหนด Non-Attainment Area หรือพื้นที่คุณภาพอากาศแย่กว่าที่รัฐกำหนด

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ แก้ปัญหาฝุ่นพิษอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มด้วยกฎหมาย

"กรุงเทพฯเข้าข่ายนี้ คือ พื้นที่ที่รัฐไม่สามารถให้อากาศที่ดีกับประชาชนได้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องเสนอแผนการจัดการ มิเช่นนั้น จะเสียการสนับสนุนทางการเงินและงบประมาณ ไม่ใช่ปัญหามาแล้ว ปีนี้จัดการไม่ได้ก็ปล่อยผ่าน ๆ ไป"

ความเห็นของอาจารย์คณะวิศวรรมศาสตร์ สอดคล้องกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะบังคับใช้กฏหมายเข้มงวด เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

"ให้กรมควบคุมมลพิษเป็นศูนย์กลาง เรียกหน่วยงานมาแล้วบอกว่า ช่วยกันหน่อย ไม่มีใครเชื่อ ถ้าไม่ใช้กฏหมาย" สนธิ ชี้จุดอ่อนของมาตรการในตอนนี้ พร้อมยกตัวอย่างการสร้างหมอกควันใน จ.กาญจนบุรีและราชบุรี ตอนนี้

"ช่วงนี้เผาป่าอ้อยกันหมด เพราะเป็นฤดูเปิดหีบอ้อย เก็บเกี่ยวยัดเข้าโรงงานน้ำตาลแล้วเผาเลย แล้วใครกล้าห้าม ผู้ว่าราชการฯ คนไหนกล้าห้ามบ้าง"

ถึงเวลาปรับลดเพดาน PM2.5

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกระดับร่างมาตรฐาน PM2.5 กำหนดค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงเป็น 35 มคก./ลบม. และค่าเฉลี่ย 1 ปีเป็น 12 มคก./ลบม. ภายในปีนี้ จากเดิมที่กรมควบคุมมลพิษของไทย กำหนดเพดานฝุ่นละอองเฉลี่ย 1 ปี ที่ 25 มคก./ลบ.ม. และเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 50 มคก./ลบ.ม.

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"วันนี้เป็นวันที่อากาศแย่อีกวันหนึ่ง และทุกคนกำลังสับสนมาก" และ "เป็นเพราะไม่ยอมรับวิกฤต รัฐบาลจึงล้มเหลวในการแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส"

ธารา ระบุในแถลงการณ์อีกว่า รัฐบาลไทยควรขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal) ที่ไทยได้ลงนามแล้ว โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย ด้วยการลดจำนวนผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากมลพิษทางอากาศ

"ตัวชี้วัดคือประชากรในเขตเมืองที่ได้รับมลพิษทางอากาศกลางแจ้งเกินค่ามาตรฐานตามค่าที่กำหนดขององค์การอนามัยโลก (WHO)"

แอปพลิเคชันวัดระดับมลพิษ
Getty Images
ความแตกต่างมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ไทย - WHO

มคก./ลบ.ม. (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

  • 50ค่าเฉลี่ย 24 ชม.

  • 25ค่าเฉลี่ย 1 ปี (ประเทศไทย)

  • 25ค่าเฉลี่ย 24 ชม.

  • 10ค่าเฉลี่ย 1 ปี (WHO)

Source: กรมควบคุมมลพิษ และ องค์การอนามัยโลก

สนธิ เสริมว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ที่ต้องประกาศถึงกำหนดเวลาที่จะปรับลดเพดานฝุ่น PM2.5 ยกตัวอย่างค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ลงเหลือ 35 มคก./ลบ.ม. จนถึงแผนระยะยาวให้ลดเหลือ 25 มคก./ลบ.ม. ซึ่งการจะทำเช่นนี้ได้ ต้องมีแผนดำเนินงาน (Action Plan) และแผนแม่บทที่ชัดเจน

"จะไปถึง 35 ต้องมีนโยบายอะไร ต้องเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า, ไม่ใช้รถยนต์ดีเซล เปลี่ยนใช้น้ำมันยูโร 5-6, รถไฟฟ้าสร้างเสร็จครบลูปเมื่อไหร่ การจดทะเบียนรถต้องยากขึ้น คุณต้องมีที่จอดรถที่บ้าน ถ้าไม่มีก็ห้ามจดทะเบียน ทั้งหมดจึงต้องสอดคล้องกัน"

'ทำไม่ได้ตอนนี้'

บีบีซีไทยถามประลอง ถึงแนวโน้มจะปรับลดเพดานฝุ่นละออง ตามมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เขาชี้แจงว่า ทำในทันทีไม่ได้ ต้องค่อยเป็นค่อยไป

"แหล่งกำเนิดมลพิษกว่า 60% ของกรุงเทพฯ มาจากรถยนต์ ถ้าจะแก้ไขทันที ต้องหยุดใช้รถเลย" ยกตัวอย่าง "ปีใหม่ คนกรุงหยุดใช้รถ 3-4 วัน ดูสิฟ้าเขียว ต่ำกว่า 50 ด้วยซ้ำไป แต่มันทำไม่ได้ ด้วยบริบทของกรุงเทพฯ"

Image copyright Greenpeace
คำบรรยายภาพ มาตรฐานไอเสียรถยนต์ของไทย ต่ำกว่าของยุโรป

ประลองเสริมว่า การที่ประเทศในยุโรปและบางประเทศในเอเชียอย่างสิงคโปร์ ปรับลดเพดาน PM2.5 ให้ใกล้เคียงที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำได้ เป็นเพราะรถยนต์มีคุณภาพดี และได้มาตรฐานไอเสีย 'ยูโร 6' แต่ไทย รถใหญ่ยังเป็นยูโร 3 รถกระบะยูโร 4

"แต่เรามีแผนปรับเปลี่ยนเป็นยูโร 5 ภายใน 3 ปี ถ้าให้ปรับตอนนี้ยังไงก็ทำไม่ได้ ทั้งเรื่องรถยนต์และน้ำมัน"

ปัญหามีมากกว่า 'กรุงเทพฯ'

ปัญหาหมอกควันเกิดขึ้นในประเทศไทยมากว่าทศวรรษ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือของไทย ที่กลายเป็นภัยพิบัติประจำฤดูกาลไปแล้ว

อริศรา เจริญปัญญาเนตร ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลการศึกษาฝุ่นพิษผ่านดาวเทียม ที่ดำเนินการมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

Image copyright Greenpeace
คำบรรยายภาพ ความเข้มข้นของ PM2.5 ในไทย และชาติเพื่อนบ้าน ปี 2561

"พื้นที่ภาคเหนือ ฝุ่น PM2.5 จะครอบคลุมเฉพาะปลาย ม.ค. ถึงกลาง พ.ค. แต่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี" เธอยังแสดงแผนที่จำลองข้อมูลจากดาวเทียม ที่ปรากฎสีแดงกระจุกตัวอยู่ใน กทม. และภาคกลาง

อริศรา จึงสรุปผลการศึกษาขั้นต้นว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กของไทยถือว่าเข้าขั้นวิกฤต ที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญ และร่วมมือกันอย่างเต็มที่

กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังเปิดเผยผลประเมินปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ 29 จังหวัด ปี 2561 พบว่า กรุงเทพฯ ไม่ใช่จังหวัดที่วิกฤตสุด สมุทรสาครที่มีค่า PM2.5 รายเดือนสูงสุดถึง 144 มคก./ลบม. และมีจำนวนวันที่เกิดค่ามาตรฐานของไทย (50 มคก./ลบม.) ถึง 68 วัน

Greenpeace
ฝุ่นละออง PM2.5 ใน 29 จังหวัด

ปี 2561 (มคก./ลบม.)

  • สมุทรสาคร (เมือง)สูงสุด (เดือน) 144 เฉลี่ย 68 วัน

  • ตาก (เมือง)สูงสุด (เดือน) 133 เฉลี่ย 66 วัน

  • เชียงใหม่ (ต.ศรีภูมิ)สูงสุด 108 เฉลี่ย 52 วัน

  • ลำปาง (แม่เมาะ)สูงสุด 117 เฉลี่ย 52 วัน

  • กรุงเทพฯ (ดินแดง)สูงสุด 113 เฉลี่ย 19 วัน

Source: กรีนพีซ

ธารา อธิบายเพิ่มว่า การจัดอันดับ เหล่านี้เป็นเพียงที่ประเมินจากข้อมูลที่กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยต่อสาธารณชน และตอนนี้ จำนวนสถานีตรวจจับมลพิษยังไม่มีครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนั้น จึงอาจมีความคลาดเคลื่อน แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 มีอยู่จริง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม