เลือกตั้ง 2562 : เทวัญ ลิปตพัลลภ กับ ชาติพัฒนา พรรคที่ “แจ้งเกิด-กลายรูป” หลังรัฐประหาร 3 ยุค

  • 5 กุมภาพันธ์ 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
5 คำถาม กับ เทวัญ ลิปตพัลลภ

ไม่เพียง "กติกา" อย่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่บรรดานักรัฐศาสตร์ในฐานะ "ผู้ติดตามการเมือง" มองว่าทำการเมืองไทยย้อนยุคไปถึง 40 ปี แบบคราวบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2521 และ 2534

แต่ "ผู้เล่น" อย่างพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ยังเลือกงัดจุดขาย-จุดแข็งเก่าเมื่อ 27 ปีก่อน มากำหนดเป็นคำขวัญหาเสียงหลักเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 2562 ทำให้คำว่า "น้าชาติ-No Problem-พรรคโคราช" กลายเป็นภาพจำของ ชพน.

"คนไทยทุกคนไม่มีใครอยากได้รัฐบาลจากเผด็จการ ทุกคนก็อยากได้ในระบอบประชาธิปไตยทั้งนั้น" เทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้า ชพน. คนที่ 5 กล่าวกับบีบีซีไทย หลังถูกไถ่ถามความเห็นต่อมุมมองของนักวิชาการที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเลือกระหว่าง "ปัจจุบัน" กับ "อนาคต" หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใดคิดถึงปัจจุบัน ก็อาจตัดสินใจเลือกที่ตัว ส.ส. แต่ถ้าคิดว่าการเข้าคูหาเลือกตั้งชี้อนาคตประเทศไทย ก็จะเลือกระหว่างการสืบทอดอำนาจ-ไม่สืบทอดอำนาจ

อย่างไรก็ตาม เทวัญ ยอมรับว่าพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเมืองและต่างจังหวัดแตกต่างกัน โดยคนกลุ่มแรกมักเลือกเพราะนโยบาย-พรรค ส่วนกลุ่มหลังใช้เกณฑ์ความสัมพันธ์กับตัวบุคคลซึ่งสามารถพึ่งพา-พึ่งพิงได้

แจ้งเกิด-กลายรูปหลังรัฐประหาร 3 ยุค

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการ "แจ้งเกิด" และ "กลายรูป" ของ ชพน. เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจ 3 ยุค

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ (ซ้ายมือ) เป็นหัวหน้า ชพน. เป็นคนแรก ภายหลังเปลี่ยนชื่อพรรคจากเดิม ปวงชนชาวไทย

หลังรัฐประหารปี 2534... พรรคปวงชนชาวไทย เปลี่ยนชื่อเป็น ชพน. ในวันที่ พล.อ. สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี เจ้าของวาทะ "เสียสัตย์เพื่อชาติ" ต้องคายอำนาจ-คืนเก้าอี้นายกฯ วันที่ 24 พ.ค. 2535 สังเวยให้กับเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ"

พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ ที่ถูกยึดอำนาจโดย รสช. ขึ้นเป็นหัวหน้า ชพน. คนแรก และนำพาพรรคไปสู่จุดรุ่งเรืองสูงสุดในฐานะ "พรรคอันดับ 3" หลังหิ้ว ส.ส. เข้าสภาฯ ได้ 60 ชีวิตในการเลือกตั้ง ก.ย. 2535 ก่อนที่อีก 12 ปีต่อมา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ หัวหน้า ชพน. คนที่ 3 จะประกาศยุบพรรคไปควบรวมกับพรรคไทยรักไทย

หลังรัฐประหารปี 2549... พลพรรค ชพน. กลับมาเกาะกลุ่ม-รวมตัวกันใหม่ภายใต้ชื่อใหม่ รวมใจไทยชาติพัฒนา ปี 2550 และเปลี่ยนชื่ออีก 3 ครั้ง (รวมชาติพัฒนา - 2553, ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน - 2554, ชพน. - 2554) จนได้กลับมาใช้ชื่อเดิม

หลังรัฐประหารปี 2557... น้องชายของ สุวัจน์ จะนำลูกพรรคจะลงสนามเลือกตั้ง มี.ค. 2562 ด้วยชื่อ ชพน. ในรอบ 15 ปี (ครั้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปี 2544 ก่อนยุบรวม ทรท.)

Image copyright กองโฆษก พรรคชาติพัฒนา
คำบรรยายภาพ สมาชิกพรรค ชพน. ทำท่า "โน พร็อบเบลม" ระหว่างเปิดนโยบายของพรรค เมื่อ ม.ค. 2562

ไม่ว่าชื่อพรรคจะเป็นเช่นไร แต่ภาพจำแรก ๆ ที่สังคมการเมืองไทยจดจำ ชพน. คือ "พรรคเสียบเพื่อชาติ" เกี่ยวกับเรื่องนี้ เทวัญ ยืนยันว่าพรรคของเขาไม่ได้จ้องเป็นเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล และเคยตกที่นั่งฝ่ายค้านมาก่อนแม้เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

ส่วนคำถามที่ว่า ชพน. มีอะไรดีถึงเข้ากันได้กับผู้มีอำนาจทุกยุคทุกสมัย? เขาเห็นว่าเป็นเพราะแนวทางการทำงานการเมืองของ "น้าชาติ" ที่ "ไม่มีมิตรและศัตรู เพียงแต่ว่ามันเป็นหน้าที่ใครหน้าที่มันแค่นั้นเอง" และการเล่นการเมืองอย่าง "ประนีประนอม" ยังตกทอดมาถึงหัวหน้าพรรคคนต่อ ๆ มา

ไม่ทะเลาะกับใครคือผลงานสำคัญของ ชพน.

ถ้าไม่นับมรดกทางการเมืองที่ พล.อ. ชาติชาย เคยสร้างไว้ รวมถึงการย้อนเอาคำพูดติดปากของอดีตนายกฯ รายนี้ที่ว่า "โน พร็อบเบลม" (ไม่มีปัญหา) มาเป็นคำขวัญหลักในการหาเสียง เทวัญ ยอมรับว่า ผลงานของพรรคอาจจะไม่โดดเด่นมาก แต่ในอีสานโดยเฉพาะใน จ. นครราชสีมา ทั้งการตัดถนน, สร้างสนามกีฬา, บ่อบำบัดน้ำเสีย, โรงกรองน้ำ เชื่อว่าเป็นผลงานที่ประชาชนยอมรับ

Image copyright กองโฆษก พรรคชาติพัฒนา

"ภาพรวมทั่วประเทศคือเราเป็นพรรคการเมืองที่ไม่เคยทะเลาะกับใคร และเราก็ไม่เป็นตัวปัญหาให้กับใคร" และ "ถ้าสมมติมันเป็นสุญญากาศ แล้วชาติพัฒนา สามารถไปทำให้สุญญากาศตรงนั้นหายไปได้ (ร่วมจัดตั้งรัฐบาล) และประเทศมันเดินได้ เศรษฐกิจมันเดินได้ ผมว่าชาติพัฒนาก็พร้อม"

ไม่เล่น "เกมโวหาร-เกมปั่นกระแสโซเชียล"

ในขณะที่พรรคคู่แข่งเล่น "เกมนโยบาย-เกมโวหาร-เกมปั่นกระแสในโซเชียลมีเดีย" ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เกมที่ ชพน. เลือกกระโดดลงไปแข่งขันด้วยอย่างเต็มตัว แม้เห็นความจำเป็นของสื่อสังคมออนไลน์ แต่ เทวัญ ยืนยันว่าจะใช้สื่อใหม่นี้แบบ "จริงใจ ไม่ได้ไปปั่นกระแส"

ขณะที่เกมนโยบาย แม้มีการเปิดแนวคิด "ประเทศไทย โน พร็อบเบลม : ก้าวหน้า ก้าวไกล ไทยไร้ปัญหา 9 นโยบาย" ออกมา แต่หัวหน้า ชพน. ยอมรับว่า "เราเป็นพรรคขนาดกลาง ดังนั้นนโยบายออกไปแล้วประชาชนอาจมีความรู้สึกว่าไอ้พรรคนี้มันพรรคเล็ก ๆ พรรคขนาดกลาง แล้วนโยบายเราจะใช้ได้หรือ เราก็ต้องพยายามให้เขาเห็นว่านโยบายของเราเป็นนโยบายที่ใช้ได้"

ไม่แปรมวลชนทีมโคราช เป็นโหวตเตอร์ ชพน.

ก่อนขึ้นเป็นหัวหน้า ชพน. คนที่ 5 เทวัญ มีสถานะประธานสโมสรทีมฟุตบอลนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ซึ่งเป็นทีมกลางตารางไทยลีกในฤดูกาลนี้ จากจำนวนสโมสรทั้งหมด 18 สโมสร เขายุติบทบาทนี้ไปเมื่อ พ.ย. 2561 เพราะเชื่อว่า "คนที่มาดูฟุตบอล เขาแยกการเมืองกับฟุตบอล" แม้การทำทีมบอลจะได้ "มวลชน" แต่ก็ไม่สามารถแปรแฟนคลับทีมโคราชให้เป็นโหวตเตอร์ของ ชพน. ได้

"วันนี้ลองคุณไปทำฟุตบอล แล้วคุณไปเล่นการเมืองคู่กับฟุตบอลนะ แฟนบอลคุณจะหายทันที แฟนบอลมีความรู้สึกว่าคุณเอาการเมืองมายุ่งกับฟุตบอล" อดีตประธานสโมสรทีมโคราชฯ ระบุ

7 สโมสร "ไทยลีก" ที่นักการเมืองเป็นประธาน และ "เทวัญ" บอก "เป็นไปได้" ที่จะร่วมรัฐบาลกัน
ทีม ประธานสโมสร พรรคต้นสังกัด/พรรคที่สนับสนุนหลัก
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เนวิน ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย
เชียงราย ยูไนเต็ด มิตติ ติยะไพรัช พรรคไทยรักษาชาติ
สุพรรณบุรี เอฟซี วราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เทวัญ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนา
ชลบุรี เอฟซี วิทยา คุณปลื้ม พรรคพลังประชารัฐ
ชัยนาท ฮอร์นบิล อนุชา นาคาศัย พรรคพลังประชารัฐ
สุโขทัย เอฟซี สมศักดิ์ เทพสุทิน พรรคพลังประชารัฐ

เทวัญ บอกด้วยว่า การทำทีมฟุตบอลกับการทำพรรคการเมืองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะในสนามฟุตบอลสามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้ ทั้งการซื้อ-ขายนักเตะ ค่าใช้จ่ายของทีม จากนั้นก็รวบรวมเอาพลังความคิดและความสามารถของนักฟุตบอลบุกไปสู้กับคู่แข่ง แต่การเมืองเป็นเรื่อง "นอกเหนือการควบคุม" เนื่องจากคนตัดสินชัยชนะไม่ใช่ "ผู้เล่น" แต่คือ "ผู้เลือก" อย่างประชาชน

"ฟุตบอล เราสั่งนักบอลเราได้ วันนี้คุณสู้เต็มที่นะ และมันมีโอกาสแพ้-ชนะไม่ว่าทีมจะใหญ่จะเล็ก แต่พอมาทำการเมือง คนภายนอกคือประชาชนเขาเลือกเรา ยากกว่าเยอะ" เทวัญ ระบุ

แต่ถึงกระนั้นเมื่อถึงฤดูเลือกตั้ง ก็มีการซื้อ-ขายนักการเมืองอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะครั้งนี้มีปรากฏการณ์ "ดูด ส.ส." อย่างครึกโครมเป็นพิเศษ เทวัญ รีบแจกแจงแทนเพื่อนร่วมวงการการเมืองว่า "ก็มี.. อย่าเรียกว่าการซื้อเลย เหมือนไปเชิญเขามา แต่อย่างที่บอกทีมเราเป็นทีมขนาดกลาง ๆ บางทีมันก็เห็นแหมขนาดกลาง ๆ อนาคตอาจจะยังไม่ค่อยมีเท่าไรก็เลยยังไม่ค่อยอยากมา"

Image copyright Panupong Changchai/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พรรคภูมิใจไทยเลือกใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ของทีม "ปราสาทสายฟ้า" เป็นสถานที่เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. และประกาศนโยบายหาเสียงของพรรค เมื่อ ม.ค. 2561

ขณะเดียวกัน เขาไม่ปิดกั้นโอกาสจับมือตั้งรัฐบาลไม่ว่ากับพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะคนการเมืองจาก 5 พรรคที่ร่วมลีกฟุตบอลกันทั้งหมด 7 ทีม "ผมว่าการเมืองไม่มีอะไรแน่นอนนะ บางทีทะเลาะกันแทบตาย เดินออกมาก็จับมือกันเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเยอะแยะไป โกรธกันแทบตาย ฉะนั้นใน 6-7 ทีมนี่ ก็มีโอกาสได้ทุกทีมล่ะครับ" เขากล่าวพลางอมยิ้ม

ท้ายที่สุดหัวหน้าทีม ชพน. คาดการณ์ว่าภายหลังการเลือกตั้ง พรรคของเขาจะเป็น "พรรคขนาดกลางค่อนไปทางเล็ก" ส่วนจะขยับเป็น "พรรคทะลุ 10 เสียง" ได้หรือไม่ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

หมายเหตุ : ติดตามรายงานพิเศษชุด "เลือกตั้ง 2562 : 5 คำถามแทงใจผู้นำพรรคการเมือง กับ 5 คำตอบโดนใจผู้อ่านบีบีซีไทย" ได้ทางยูทิวบ์ BBC News ไทย เราจะอัพเดทวิดีโอใหม่ ๆ ทุกวันอังคารและพุธ

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม