ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ : ประมวลสัปดาห์ “ศึกหนัก” แกนนำพรรคอนาคตใหม่

  • 6 เมษายน 2019
การชู 3 นิ้วของธนาธร ขานตอบด้วยประชาชนที่พร้อมใจชูตาม Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ การชู 3 นิ้วของธนาธร ขานตอบด้วยประชาชนที่พร้อมใจชูตาม

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ภายใน สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดียุยงปลุกปั่นเกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3)

เมื่อเดินก้าวออกมาจาก สน. ธนาธร ชูมือซ้ายขึ้นสูง ชู 3 นิ้ว อันเป็นสัญลักษณ์ "ต่อต้านเผด็จการ-รัฐประหาร" ท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์กึกก้องของประชาชนจำนวนมาก ที่มารอให้กำลังใจตั้งแต่เช้า

"ความอยุติธรรมที่ทำกับเราคนหนึ่ง ก็คือความอยุติธรรมที่ทำกับเราทุกคน ดังนั้นฝากไว้ สู้ด้วยกันวันนี้วันแรก" ธนาธร ประกาศ พร้อมอธิบายว่า จากนี้ตำรวจจะรวบรวมหลักฐาน ส่งมอบให้อัยการทหาร ซึ่งหากรับสำนวนคดี เขาอาจต้องขึ้นศาลทหารต่อ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธนาธร ชูสามนิ้ว เมื่อก้าวออกมาจาก สน.ปทุมวัน ใช้เวลาอยู่ภายในเกือบ 3 ชั่วโมง
Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประชาชนชู 3 นิ้วตอบกลับธนาธร

จากนั้น หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวขอบคุณประชาชนอีกครั้ง ที่มาให้กำลังใจเขาในวันนี้ แต่ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ คือการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของทุกคน

"อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของผม เพราะมันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของคนที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทุกคน"

ส่วน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่เข้าไปภายใน สน.ปทุมวัน หลังธนาธรประมาณ 1 ชั่วโมง เดินออกมาจาก สน. ก่อน แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีความดังกล่าว

10 นาฬิกา ธนาธร ถึง สน.

เวลาประมาณ 10.00 (6 เม.ย. 62) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแกนนำและสมาชิกพรรคอีกหลายคน เดินทางมาถึง สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อหาคดี ยุยงปลุกปั่นเกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดืองในหมู่ประชาชน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3) และ ช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 โดยมีประชาชนจำนวนมากปักหลักรอให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงเช้า

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประชาชนต้อนรับธนาธรอย่างเนืองแน่น
Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

เมื่อนายธนาธรปรากฎตัว ประชาชนต่างโห่ร้องให้กำลังใจและมอบดอกไม้ โดยนายธนาธรกล่าวได้ขอบคุณ และเอ่ยขอให้ทุกคนอยู่กันอย่างสงบ อย่าพยายามเข้าไปใน สน.

"พวกเราไม่อยากให้มีใครมาฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ได้ ดังนั้น ผมอยากให้พ่อแม่พี่น้อง อย่าพยายามเข้าไปข้างใน ผมเชื่อว่าพี่น้องตำรวจที่มาคอยดูแลเรา ทำตามหน้าที่ ไม่มีใครต้องการทำให้วันนี้ กลายเป็นเครื่องมือของผู้ไม่ประสงค์ดี" นายธนาธร กล่าวต่อประชาชนก่อนเข้าไปใน สน.

บรรยากาศด้านหน้า สน.ปทุมวัน ตำรวจได้วางแนวกั้น วางเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัย และคอยใช้เครื่องขยายเสียงคอยเตือนประชาชนและสื่อมวลชน ให้ประพฤติตนอยู่ในความสงบ อย่าผลักดันเข้ามาภายใน สน. "ขอให้พี่น้องประชาชนให้กำลังใจกันอยู่ด้านนอกนะครับ" ตำรวจนายหนึ่งประกาศ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

การแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายธนาธรนี้ มีฝ่ายกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ

มีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมัน ฝรั่งเศส สหภาพยุโรป ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ เนเธอแลนด์ แคนาดา และเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ มาสังเกตการณ์ในวันนี้ด้วย

3 ข้อหา ธนาธร

ธนาธร ชี้แจงข้อกล่าวหาที่ได้รับทราบในวันนี้ มี 3 ข้อ คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น, มาตรา 189 ให้ความช่วยเหลือพาผู้ต้องหาหลบหนี และ มาตรา 215 มั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คน ซึ่งทั้งหมดนั้นได้ปฎิเสธในการให้การชั้นนี้

จากนี้ไป เขาจะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 พ.ค. 62 ซึ่งขอให้สื่อมวลชนรถดูคำให้การในวันนั้น ส่วนวันนี้ ขอสงวนการพูดถึงเพิ่มเติม เพราะสำนวนอยู่ในชั้นตำรวจแล้ว แต่มั่นใจว่าตนมี "ความบริสุทธ์ิใจ"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธนาธร ชี้แจง 3 ข้อหา แต่อยากให้รอคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร

"ผมเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์ ที่ผ่านมาทำทุกอย่างบริสุทธิ์ใจ การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมไม่ผิด เป็นสิ่งที่ประชาชนมีสิทธิ์ลุกขึ้นมาต่อต้านได้"

แต่ถ้ามีอยู่บ้าง คือคดีนี้ "ไม่ได้ขึ้นศาลพลเรือน แต่เป็นศาลทหาร ซึ่งผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตต่าง ๆ ก็ได้แสดงความเป็นห่วงในตัวรูปคดี ว่าทำไมขึ้นศาลทหาร ทำไมคดีถึงล่าช้ามาจนทุกวันนี้ กระบวนการจะใช้เวลานานเท่าไหร่"

สัปดาห์ "ศึกหนัก" อนาคตใหม่

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาทางกฎหมายและทางคดีความกับแกนนำพรรคอนาคตใหม่อย่างต่อเนื่อง

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ อนาคตใหม่กับศึกที่ต้องเผชิญ

วันที่ 3 เม.ย. 62 นายธนาธรเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กของเขาว่าได้รับหมายเรียกในคดี 116 ยุยงปลุกปั่นฯ โดยเจ้าตัวตั้งข้อสงสัยว่า "ไปก่อความกระด้างกระเดื่องหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศตอนไหน" และ "เป็นที่แน่ชัดว่าเกมการเมืองเก่าไม่ใช่แค่ไม่ยอมยุติลงหลังเลือกตั้ง แต่กลับยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะพวกเขากำลังกลัวอนาคตใหม่"

ต่อมา พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานกฏหมาย คสช. ชี้แจงว่า การแจ้งความ 2 ข้อหานี้ อันเป็นผลจากกรณีที่เกิดขึ้นในปี 2558 ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุม นำโดยนายรังสิมันต์ โรม กับพวกราว 20 คน ไปทำกิจกรรมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม. หลังมาชุมนุมปิดล้อม สน.ปทุมวัน

จากนั้นตำรวจและทหารออกติดตาม ปรากฎว่านายรังสิมันต์วิ่งหลบหนี และมีรถตู้มารับ สอบสวนพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของธนาธร

หมายเรียกปิยบุตร

วันเดียวกัน (3 เม.ย. 62) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ได้รับ "หมายเรียกพยาน" กรณีแถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่ต่อกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งเขาเป็นผู้อ่านในงานแถลงข่าววันที่ 7 มี.ค. 2562

หมายเรียกให้ปิยบุตรไปพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) วันที่ 3 เม.ย. เวลา 13.00 น.

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ในวันปราศรัยใหญ่ก่อนการเลือกตั้ง

"ผมเพิ่งได้รับหมายเรียกพยานก่อนเที่ยงวันนี้ (3 เม.ย.) เอง ให้ผมไปพบพนักงานสอบสวนตอนบ่ายโมงวันนี้ แต่ในหมายเรียกเขียนว่าออกหมายวันที่ 27 มี.ค. ผมจึงต้องมอบหมายให้ทนายความไปแจ้งพนักงานสอบสวนขอเลื่อนนัดไปก่อน" นายปิยบุตรระบุในเฟซบุ๊ก

#SaveThanatorn #SavePiyabutr

การแจ้งความเอาผิดนายธนาธร ส่งผลให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก กลับมาใช้แฮชแท็ก #SaveThanatorn เพื่อให้กำลังใจเขาอีกครั้ง

แฮชแท็กนี้เคยติดเทรนด์อันดับ 1 ในเดือน ก.พ. 62 จากกรณีที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ กับพวกรวม 3 คน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกระทำผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) จากกรณีวิจารณ์ "พลังดูดของ คสช." ผ่านการจัดเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561 โดยฝ่ายกฎหมาย คสช. เห็นว่าเป็นการ "พาดพิงและกล่าวหา คสช." และ "โจมตีกระบวนการยุติธรรม"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หลากหลายแฮชแท็กการเมืองไทย

ส่วนกรณีหมายเรียกปิยบุตร ชาวเน็ตใช้แฮชแท็ก #SavePiyabutr เพื่อให้กำลังใจ ซึ่งธนาธรรีทวีตข้อความผ่านเฟชบุ๊กของปิยบุตรว่า "อ. ปิยบุตร แสงกนกกุล ก็โดนหมายเรียกไปพบตำรวจเหมือนกันในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่คนละคดีกับผม ยังไงก็สู้ ๆ นะครับ"

อุ๊ หฤทัย ชี้ ปิยบุตร ภัยความมั่นคง

หมายเรียกเลขาธิการพรคอนาคตใหม่กลายเป็นเรื่องรองไป เมื่อ อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี อดีตนักร้อง ร้องทุกข์กับตำรวจ กล่าวโทษนายปิยบุตร ว่าพฤติการณ์ของเขา อาจสั่นคลอนความมั่นคงหรือไม่ "ดิฉันไม่ใช่ผู้เสียหาย" แต่เป็น "รัฐ"

ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า สำนวนร้องทุกข์ของอดีตนักร้องดัง มาจากหนังสือชื่อ ราชมัลลงทัณฑ์ บัลลังก์ปฎิรูป ที่เธอระบุว่า สัมผัสหนังสือแล้ว "ตกใจมาก" แม้จะเขียนเชิงวิชาการ แต่อาจกระทบ "ระบบการปกครองไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" หรือไม่

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ หฤทัย ม่วงบุญศรี อดีตนักร้อง ร้องทุกข์กับตำรวจ กล่าวโทษนายปิยบุตร
Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ หนังสือต้นเหตุการเข้าร้องทุกข์ของหฤทัย

ก่อนหน้านั้น หฤทัยเคยแสดงความเห็นผ่านโลกออนไลน์ ถึง "คลิป" ที่เธอระบุว่านายปิยบุตรบรรยายแนวคิดรุนแรงเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ

"ยุคดิจิตอล เราศึกษาหาข้อมูลได้ ไม่ใช่เรื่องยาก พอได้ศึกษาหาข้อมูลจึงรู้ว่า มันเป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่เราตั้งคำถาม แล้วอยากให้สังคมได้ตั้งคำถาม อย่าปล่อยผ่านเลยไป ไม่คิดอะไรเลย เรื่องชาติบ้านเมือง เราต้องตื่นรู้"

ศึกล่ารายชื่อถอดถอน

กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนอินเตอร์เน็ตต่อการแถลงข่าว "ซ้ายจัดอย่าดัดจริต" ของ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 61 นำมาสู่การล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์ Change.org เพื่อถอดถอน พล.อ. อภิรัชต์ จากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกไทย

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ผบ.ทบ. แถลงต่อสื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองหลังการเลือกตั้ง

บีบีซีไทยตรวจสอบเวลา 10.00 ของวันที่ 6 เม.ย. พบว่ามีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 43,400 คน หลังมีผู้สร้างแคมเปญได้เพียงไม่กี่วัน

ส่วนกรณีอุ๊ หฤทัย ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายปิยบุตร ทำให้มีผู้สร้างอีกการรณรงค์ในเว็บไซต์เดียวกัน คือ "ร่วมลงชื่อถอดถอนนายปิยบุตรออกจาก ส.ส. อนาคตใหม่" ซึ่งตอนนี้มีผู้สนับสนุนราว 15,600 คน

ขณะที่เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.) พรรคอนาคตใหม่จัดงาน "อนาคตใหม่ไฟแรงเฟร่อ" ให้ประชาชนทั่วไปและผู้สนับสนุนพรรคระดมทุน ร่วมซื้อสินค้ารับสมัครสมาชิกพรรค ซึ่งธนาธรได้กล่าวถึงการล่ารายชื่ออีกแคมเปญหนึ่งคือการถอดถอดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถือเป็นวิกฤตศรัทธาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดต่อองค์กรภาครัฐ

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ กิจกรรมล่ารายชื่อเพื่อยืนถอดถอน 7 กกต. เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางคำถามที่ไม่มีคำตอบเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง

"มีคนมากกว่า 8 แสนคนที่ร่วมลงชื่อใน Change.org เพื่อถอดถอน กกต. ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่" และ "นักศึกษามากกว่า 20 มหาวิทยาลัยกำลังรณรงค์ให้ กกต. ลาออก"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม