ปิยบุตรเข้ารับทราบข้อหาคดีหมิ่นศาล-ผิด พ.ร.บ. คอมพ์

  • 17 เมษายน 2019
ปยป. Image copyright panumas sanguanwong/Thai News Pix/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นี่เป้นอีกครั้งที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ สมาชิก และผู้สนับสนุน ได้ "ชู 3 นิ้ว" ระหว่างเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีอาญาของนายปิยบุตร แสงกนกกุล (คนกลาง)

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นศาล และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา

คดีนี้ พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ รับมอบอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายปิยบุตรในความผิดอาญา 2 ข้อหา ภายหลังนายปิยบุตรได้อ่านคำแถลงการณ์ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และได้เผยแพร่ลงสู่เว็ปไซด์ของพรรค เมื่อ 7 มี.ค. 2562 ซึ่งตอนแรก นายปิยบุตรได้รับหมายเรียกในฐานะพยานเมื่อ 3 เม.ย. ก่อนพัฒนาเป็นหมายเรียกผู้ต้องหาในอีก 2 วันต่อมา

ข้อหาแรกคือ ดูหมิ่นศาลในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนข้อหาที่สอง นําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันไม่ได้

Image copyright panumas sanguanwong/Thai News Pix/BBC Thai
Image copyright panumas sanguanwong/Thai News Pix/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผู้สังเกตการณ์และกองทัพสื่อมวลชน

การเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของนายปิยบุตรในครั้งนี้ มีประชาชนผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ และลูกศิษย์ของนายปิยบุตรมาให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีผู้สังเกตการณ์ อาทิ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ

นายปิยบุตร ผู้เป็นอดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เกือบ 16 ปีที่สอนกฎหมายมา ก่อนลาออกลงสมัครรับเลือกตั้ง "ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้ต้องหา พอมาทำงานการเมืองได้ไม่ถึงขวบปีดี ก็กลายเป็นผู้ต้องหาแล้ว ก็ถือเป็นประสบการณ์ใหม่" อย่างไรก็ตามไม่กังวลใจต่อข้อหาที่ได้รับ เพราะสิ่งที่แถลง เมื่อสมัยที่เป็นนักวิชาการก็ได้วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการ คำพิพากษา คำวินิจฉัยของศาล เป็นเรื่องปกติ แต่พอมาทำงานการเมืองก็ถูกกล่าวโทษ แต่มั่นใจว่าไม่กระทบกับพรรคเพราะเป็นคดีความส่วนตัว

Image copyright panumas sanguanwong/Thai News Pix/BBC Thai

เขาบอกด้วยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ได้ให้กำลังใจ พร้อมยอมรับว่าคดีที่เกิดขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ก็เป็นสิ่งที่คาดเดาอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการ

สำหรับหัวหน้า อนค. ก็ตกเป็นผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ให้ความช่วยเหลือพาผู้ต้องหาหลบหนี และมั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป จากกรณีพานายรังสิมันต์ โรม ซึ่งขณะนั้นเป็นแกนนำนักศึกษาชุมนุมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ขึ้นรถตู้หนีไป เหตุการณ์เมื่อปี 2558

Image copyright panumas sanguanwong/Thai News Pix/BBC Thai

นายปิยบุตรยังแสดงความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย และการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทุกนายด้วย "การรักษากระบวนการยุติธรรมไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่นี่คือทำเพื่อระบบ รักษาความยุติธรรมซึ่งเป็นแก่นแกนสำคัญที่สุดของประเทศไทย สังคมไทย ที่จะเดินหน้าไปได้ ถ้ากระบวนการยุติธรรมไม่ได้มาตรฐาน ประเทศไทยไปไม่ได้แน่นอน"

พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการ ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่าภายหลังจากสอบปากคำแล้ว ทาง ปอท. จะปล่อยชั่วคราวนายปิยบุตรโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เนื่องจากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพเป็นหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม