ลุงสนามหลวง : การหายตัวไปและเสียชีวิตของนักกิจกรรมที่วิจารณ์สถาบันกษัตริย์สร้างความหวาดกลัวให้แก่กลุ่ม “คนหมิ่นเจ้า” ในต่างแดน

  • 18 พฤษภาคม 2019
วงไฟเย็นกับสุรชัย แซ่ด่าน Image copyright ROMCHALEE SINSEUBPOL
คำบรรยายภาพ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน (คนที่สองจากซ้าย) หายตัวไปพร้อมกับผู้ติดตามอีก 2 คนเมื่อ ธ.ค. 2561

รูป "เมอร์ไลออน" หรือสิงโตทะเล โรงละครเอสพลานาด และโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส เป็นหนึ่งในหลายสถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์แห่งประเทศสิงคโปร์ที่ นายกฤษณะ ทัพไทย นักกิจกรรมที่ใช้ชื่อจัดตั้งว่า "สหายยังบลัด" ส่งไปยังสหายที่หลบภัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวผ่านแอปพลิเคชันไลน์เมื่อ 13 ธ.ค. 2561 เพื่อบอกสถานที่หลบภัย ก่อนหายตัวไปอย่างลึกลับในเดือนต่อมา

ครั้งสุดท้ายที่สหายในลาวติดต่อ ยังบลัด ได้ คือ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นยังบลัดไม่อ่านข้อความหรือรับโทรศัพท์อีกเลย

เขาหายตัวไปพร้อมกับนายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ "ลุงสนามหลวง" แกนนำกลุ่มสหพันธรัฐไท ที่มีแนวคิดล้มสถาบันกษัตริย์ และ นายสยาม ธีรวุฒิ หรือ "สหายข้าวเหนียวมะม่วง"

"ปกติผมกับสหายยังบลัด ถ้าไม่อ่าน [ข้อความ] วันนี้ พรุ่งนี้จะต้องตอบกลับมา โทรไปปุ๊ปต้องรับ เพราะแต่ก่อนอยู่บ้านอาจารย์สุรชัยด้วยกัน นอนเฝ้าหน้าห้องอาจารย์สุรชัย" สหายคนดังกล่าวบอกกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ โดยอ้างอิงถึงนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน ที่หายตัวไปพร้อมกับผู้ติดตามอีก 2 คนเมื่อ ธ.ค. 2561

จนกระทั่งเมื่อ 9 พ.ค. ดร.เสน่ห์ ถิ่นแสน หรือ "ดร.เพียงดิน รักไทย" ประธานบอร์ดของภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านยูทิวบ์โดยอ้างถึงแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ 2 คน ว่านักกิจกรรมทั้ง 3 คนได้ถูกทางการเวียดนามส่งตัวกลับไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ค. พร้อมทั้งแสดงรูปหนังสือเดินทางที่อ้างว่าเป็นพาสปอร์ต "ปลอม" ที่พวกเขาใช้เดินทางออกนอกประเทศ

Image copyright SNEA THINSAN
คำบรรยายภาพ ดร.เสน่ห์ ถิ่นแสน หรือ "ดร.เพียงดิน รักไทย" ประธานบอร์ดของภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะยังไม่มีการจับกุมตัวลุงสนามหลวงแต่อย่างใด อีกทั้งจากการตรวจหลักฐานข้อมูลการเข้าออกประเทศของทั้ง 3 คน จากทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็ยังไม่พบ รวมถึงยังไม่ได้รับการประสานจากประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย

ด้านรัฐบาลเวียดนาม โดย น.ส.เล ที ทู ฮัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ได้ตอบคำถามบีบีซีไทยผ่านอีเมลว่า "เราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้"

จากข่าวที่ปรากฏทางสื่อ ลุงสนามหลวงเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่วิจารณ์สถาบันกษัตริย์รายที่ 8 ที่หายตัวไปในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยข่าวคราวดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนขวัญให้แก่นักกิจกรรมในหลายประเทศที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ แม้ว่าทาง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และตำรวจ ได้ออกมาปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการหายตัวไปของแต่ละคนก็ตาม

นักกิจกรรมทางการเมืองที่หายตัวไปในรอบ 3 ปี
ช่วงที่หายตัวไป ชื่อ ฉายา
มิ.ย. 2559 นายอิทธิพล สุขแป้น ดีเจซุนโฮ หรือ ดีเจเบียร์
ก.ค. 2560 นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ โกตี๋
ธ.ค. 2561 นายไกรเดช ลือเลิศ กาสะลอง
ธ.ค. 2561 นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ ภูชนะ
ธ.ค. 2561 นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ สุรชัย แซ่ด่าน
พ.ค. 2562 นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ลุงสนามหลวง
พ.ค. 2562 นายสยาม ธีรวุฒิ ข้าวเหนียวมะม่วง
พ.ค. 2562 นายกฤษณะ ทัพไทย ยังบลัด

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวมจากข่าวที่ปรากฏทางสื่อ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับนักกิจกรรมทางการเมืองที่หายตัวไป และ คสช. ไม่มีการติดตามตัวผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ในต่างประเทศ

เก่าไป ใหม่มา

ในขณะเดียวกัน น.ส.จรรยา ยิ้มประเสริฐ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแถบยุโรป กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้นมีคนหายตัวไป เธอเชื่อว่าจะมีคนใหม่ขึ้นมาแทน เนื่องจากขบวนการจัดรายการวิทยุได้ช่วยให้ "คนรากหญ้า" ที่ไม่เป็นที่รู้จัก ได้เข้ามาใช้เครื่องมือทางสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น

Image copyright JUNYA YIMPRASERT
คำบรรยายภาพ น.ส.จรรยา ยิ้มประเสริฐ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแถบยุโรป

"คนดำเนินรายการส่วนใหญ่คร่ำหวอดในการติดตามนักพูดใต้ดินหลายคน อย่างกลุ่มสนามหลวงมีฟอลโลเวอร์ [ผู้ติดตาม] อย่างแนบแน่น" เธอกล่าว "คิดว่าถ้าการเมืองไม่นิ่ง คนพวกนี้จะกลับมาเคลื่อนไหวได้ และพี่เองจะกลับมาเคลื่อนไหวและเคลื่อนไหวหนักขึ้น ถ้าเอเชียเคลื่อนไหวไม่ได้ เราในยุโรปต้องไม่ปล่อยให้กระแสดาวน์ [ลดลง] โดยที่คนไม่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับโครงสร้างระบบของประเทศไทยทั้งระบบ"

กลุ่มวิจารณ์เจ้าไทยในลาว

กลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทยหลัก ๆ ในลาวมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ แดงสยาม สหพันธรัฐไท และไฟเย็น ซึ่งส่วนมากจะหลบภัยมาอยู่ที่นั่นตั้งแต่รัฐประหารปี 2557

นักเคลื่อนไหวเหล่านี้บอกกับบีบีซีไทยว่า ทั้ง 3 กลุ่มทำงานร่วมในการเผยแพร่แนวคิดสาธารณรัฐนิยม (republicanism) นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยแบบไร้กษัตริย์ และการรณรงค์ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

กลุ่มคนในประเทศลาวที่เคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทย
ชื่อกลุ่ม ผู้นำ แนวคิด
แดงสยาม สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน 'ปฏิวัติประชาธิปไตยทุนนิยมเสรี' โดยที่ปลายทางคือสาธารณรัฐ แต่ระบอบเศรษฐกิจยังเป็นทุนนิยมเสรี
สหพันธรัฐไท ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ ลุงสนามหลวง ล้มสถาบันกษัตริย์ และแบ่งไทยเป็นรัฐเล็ก ๆ ที่มีอิสระในการปกครอง
ไฟเย็น นายไตรรงค์ สินสืบผล หรือ ขุนทอง มีแนวคิดร่วมกันคือสามารถวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ได้

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

กลุ่มที่ลาวเป็นกลุ่มหลักที่จัดกิจกรรมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ แต่เหตุการณ์การหายตัวไปของนักกิจกรรมร่วมอุดมการณ์ทำให้กิจกรรมการเมืองออนไลน์แทบจะหายไปเลย เหลือเพียงแต่รายการของสหพันธรัฐไทที่ยังคงดำเนินอยู่ เนื่องจากทางกลุ่มได้สร้างเครือข่ายไว้เป็นจำนวนมาก

"กลุ่มสนามหลวงมีการพูดที่เก่งที่สุด พูดโน้มน้าวใจเก่งที่สุด และได้รับการสนับสนุนจากพ่อยกแม่ยกทางการเมือง ยุทธวิธีการผลักดันของเขาได้ใจคนรากหญ้า ได้ใจกลุ่มคนที่อยากเห็นแอคชั่น [การกระทำ]" น.ส.จรรยา กล่าว

กลุ่มสหพันธรัฐไทจึงมีสถานีเครือข่ายดำเนินการต่อไป เนื่องจากทางกลุ่มจะสนับสนุนให้มวลชนที่ศรัทธาในระบบสหพันธรัฐไทสร้างช่องในยูทิวบ์ของตนเอง เพื่อที่เวลาที่ออกอากาศทุกสถานีจะนำรายการของลุงสนามหลวงไปออกอากาศสดในช่องของตัวเองด้วย

น.ส.รมย์ชลีญ์ สมบูรณ์รัตนกูล หรือ "แยม ไฟเย็น" หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มไฟเย็นวัย 32 ปี กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ว่า ตั้งแต่ปลายปี 2557 สมาชิกทั้ง 4 คนของกลุ่มได้จัดรายการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กและยูทิวบ์ทุกวัน โดยพูดถึงประเด็นการเมืองและสถาบันกษัตริย์เป็นหลัก แต่หลังจากการหายตัวไปของนายสุรชัยและสหายอีกสองคน ไฟเย็นก็ได้รับคำสั่งจากผู้ดูแลให้ยุติการจัดรายการทั้งหมด

Image copyright ROMCHALEE SINSEUBPOL
คำบรรยายภาพ หลังจากการหายตัวไปของนายสุรชัยและสหายอีกสองคน กลุ่มไฟเย็นก็ได้รับคำสั่งจากผู้ดูแลให้ยุติการจัดรายการทั้งหมด

"เคสของอาจารย์สุรชัยรุนแรงมาก และเราพบเห็นเป็นศพและพิสูจน์ชัดเจนว่าศพที่เกิดมาจากการฆาตกรรมทีมของอาจารย์สุรชัย มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องที่มโน เราเห็นว่าชะตากรรมของคนที่หายตัวไปคือมีถูกฆาตกรรมด้วย" น.ส.รมย์ชลีญ์ กล่าว

กลุ่มไฟเย็น เป็นวงดนตรีที่เคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2553 โดยปัจจุบันมีสมาชิก 4 คน คือ น.ส.รมย์ชลีญ์; นายไตรรงค์ สินสืบผล หรือ ขุนทอง; นายปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือ พอร์ท และ นายนิธิวัต วรรณศิริ หรือ จอม โดย น.ส.รมย์ชลีญ์ มาเป็นนักร้องนำหญิงของวงตั้งแต่ปี 2559 หลังจากที่หลบภัยในลาวตั้งแต่ปี 2558

แต่การที่เธอและเพื่อน ๆ ยังไม่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ หรือ UNHCR ทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นบุคคลที่ "ไร้ตัวตน" ในประเทศเพื่อนบ้าน นั่นคือ ถ้าหายตัวไปหรือเสียชีวิต เธอมองว่าทางการที่นั่นก็ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

"เราจะอะเลิร์ท [ตื่นตัว] ขึ้น มีการวางแผนว่าเกิดอะไรฉุกเฉินควรทำไง ดูทางหนีทีไล่" น.ส.รมย์ชลีญ์กล่าว

Image copyright ROMCHALEE SINSEUBPOL
คำบรรยายภาพ สมาชิกของกลุ่มไฟเย็น เรียงจากซ้ายไปขวา ได้แก่ นายนิธิวัต วรรณศิริ หรือ จอม; นายปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือ พอร์ท; น.ส.รมย์ชลีญ์ สมบูรณ์รัตนกูล หรือ แยม และนายไตรรงค์ สินสืบผล หรือ ขุนทอง

ถึงคราวฝั่งตะวันตก

เมื่อผู้ที่หลบภัยในประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศเหล่านั้น ก็ต้องพึ่งเพื่อนนักกิจกรรมที่อยู่ทางทวีปยุโรปและสหรัฐฯ ในการออกไปทำกิจกรรมเคลื่อนไหวเรียกร้องแทนพวกเขา

หนึ่งในนั้นคือ น.ส.จรรยา หญิงวัย 53 ปีที่ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศแห่งหนึ่งในยุโรปตั้งแต่ปี 2553 หลังจากที่เขียนบทความที่ทำให้เธอถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 และภายหลังได้เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม แอคชั่นเพื่อประชาธิปไตยประชาชนในประเทศไทย

นอกจากถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กและยูทิวบ์แล้ว น.ส.จรรยายังร่วมการประท้วงหลายครั้ง เช่น ประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2557 ที่เขาไปร่วมประชุมเอเชีย-ยุโรปที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาคดี 112 เมื่อปี 2560 รวมถึงส่งจดหมายเรียกร้องความเป็นธรรมหลายฉบับ

"หลังปี 2557 กลุ่มก้อนของผู้ลี้ภัยมาทางประเทศเพื่อนบ้านเยอะขึ้นเพื่อเป็นการใช้พื้นที่ทางการเมือง พอเขาทำเป็นหลัก กลุ่มประเทศอื่น ๆ ที่ทำมาก่อนเลยวางมือ แต่ตอนนี้ถ้าทางเอเชียสถานการณ์มันลำบากไปหมดเลย มันก็ต้องมีคนลุกมาทำในพื้นที่ ๆ อาจจะปลอดภัยได้" น.ส.จรรยา กล่าว

Image copyright EUGENIO MARONGIU
คำบรรยายภาพ น.ส.จรรยา ยิ้มประเสริฐ ร่วมประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2557 ที่เขาไปร่วมประชุมเอเชีย-ยุโรปที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

ส่วนกลุ่มที่มีการจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่สังกัดรัฐ หรือ เอ็นจีโอ เมื่อปี 2555 ในสหรัฐฯ อย่าง ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็ได้มีบทบาทในการออกแถลงการณ์ต่าง ๆ และถ่ายทอดสดผ่านยูทิวบ์

แม้ว่าภาคีจะเผยแพร่วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับหลายประเด็นในสังคมไทย โดยการถ่ายทอดสดผ่าน 4 สถานีบนยูทิวบ์ที่มียอดคนดูแต่ละครั้งเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10,000 ครั้ง แต่วิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ โดยวิดีโอที่มีผู้ชมสูงที่สุดกว่า 4 ล้านครั้งตั้งแต่เผยแพร่เมื่อปี 2559 คือ วิดีโอที่เกี่ยวกับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล หรือ รัชกาลที่ 8

แม้กระนั้นก็มีวิดีโอหลายชิ้นที่ไม่สามารถดูได้ในไทยเนื่องจากถูกคำสั่งศาลให้ระงับการเผยแพร่ และมีหลายความคิดเห็นที่ต้องถูกซ่อนเนื่องจากใช้คำพูดหยาบคายหรือเป็นการขยายความเกลียดชัง

"พวกเขา [รัฐบาลไทย] อาจจะปิดปากลุงสนามหลวงได้ แต่เขาไม่สามารถปิดปากผู้ติดตามของเขาได้ ซึ่งบางคนอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ และพวกเขาคงไม่ปิดปากฉันหรือสมาชิกของภาคี" นางแอน นอร์แมน รองประธานบริหารภาคีชาวอเมริกัน กล่าวกับบีบีซีไทย

Image copyright THAI ALLIANCE FOR HUMAN RIGHTS
คำบรรยายภาพ นางแอน นอร์แมน รองประธานบริหารภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่มีสำนักงานอยู่ที่สหรัฐฯ

นักสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ไทยติดตามการหายตัว

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ 4 คน ประกอบด้วยคณะทำงานด้านบังคับบุคคลสูญหายฯ ผู้รายงานพิเศษด้านการสังหารนอกกระบวนการกฎหมาย ผู้รายงานพิเศษด้านการทรมาน และผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ได้ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีการเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการหายตัวไปและการเสียชีวิตของนายสุรชัย กาสะลอง ภูชนะ และดีเจซุนโฮ

เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งที่ไม่เปิดเผยนามจากสหประชาชาติบอกกับบีบีซีไทยว่า สาเหตุที่ไม่ได้รวมโกตี๋ด้วย เนื่องจากไม่สามารถติดต่อครอบครัวของเขาได้ ซึ่งปกติแล้วสหประชาชาติจะไม่ทำหนังสือถึงรัฐบาลถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากญาติ

ทางรัฐบาลไทยได้ตอบรับจดหมายฉบับนี้วันที่ 14 มี.ค. แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ให้คำตอบใด ๆ แก่สหประชาชาติ

ล่าสุดองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของมาเลเซียที่ส่งตัวนางประพันธ์ พิพัธนัมพร สมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไท กลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 พ.ค. แม้ว่าเธอจะได้การรับรองเป็นผู้แสวงหาที่ลี้ภัยจาก UNHCR แล้ว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักกิจกรรมติดเข็มกลัดรูปงนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน ในระหว่างการเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

ฮิวแมนไรท์วอทช์อ้างว่า ก่อนหน้าที่เธอจะหนีไปมาเลเซีย เธอถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยถูกจับกุมหลายครั้งระหว่างเดือน ก.ย. และ ธ.ค. 2561

เธอบอกกับฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า ภัยคุกคามนั้นหนักขึ้นหลังจากที่เธอเข้าร่วมกิจกรรมต้านสถาบันกษัตริย์ในวันที่ 5 ธ.ค. โดยในวันนั้น เธอสวมเสื้อสีดำที่มีสัญลักษณ์ของกลุ่มของเธอ และแจกใบปลิวที่มีเนื้อหาวิจารณ์ระบอบกษัตริย์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

"องค์กรต่าง ๆ ของสหประชาชาติและรัฐบาลที่มีความห่วงใยควรจะออกมาพูดเกี่ยวกับการปราบปรามผู้ที่มีความเห็นต่างและการบังคับสูญหายที่เพิ่งเกิดขึ้นในไทยเร็ว ๆ นี้" นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว "ประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรจะส่งเสริมการละเมิดสิทธิมนุษยชนของไทยโดยการส่งผู้แสวงหาที่ลี้ภัยกลับไปสู้ภัยอันตราย"

ความรุนแรงออนไลน์

นอกจากการระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว นักกิจกรรมทางการเมืองที่วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ยังต้องเผชิญกับการโจมตีผ่านตัวหนังสือทางสื่อสังคมออนไลน์

หนึ่งในนั้นคือ น.ส.รมย์ชลีญ์ แห่งกลุ่มไฟเย็น ซึ่งหลังการหายตัวไปของกลุ่มนายสุรชัย ก็มีทั้งคนที่โพสต์ความเห็นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ และส่งข้อความมาทางเฟซบุ๊กในทำนองข่มขู่ว่า "รายต่อไปคือวงไฟเย็น" และให้เธอ "เตรียมตัวตายได้เลย" หากไม่หยุดวิจารณ์พระมหากษัตริย์

นั่นทำให้เธอจึงตัดสินใจว่าจะรอการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศที่สาม ก่อนที่จะสานต่อกิจกรรมใด ๆ

Image copyright JUNYA YIMPRASERT
คำบรรยายภาพ น.ส.จรรยา ยิ้มประเสริฐ (ขวา) เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาคดี 112 เมื่อปี 2560

แต่สำหรับ น.ส.จรรยา ที่ได้รับคำขู่มาอย่างต่อเนื่องผ่านคนใกล้ชิดว่าจะมีคนมาฆ่า โดยเฉพาะทุกครั้งที่เธอไปร่วมประท้วงในที่ต่าง ๆ เธอบอกว่าได้รับการโจมตีทางสื่อสังคมออนไลน์ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับยุคสมัยรัชกาลที่ 9

"แรก ๆ ก็มีคนด่าแต่หลัง ๆ มีแต่คนส่งข้อความมาขอบคุณที่ทำให้ตาสว่าง" เธอกล่าว

นายแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชล เป็นนักเขียนและอดีตผู้สื่อข่าวซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการวิพากษ์และนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ไทย ที่ได้รับข้อความที่ขู่ฆ่าเขาผ่านเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย และมีการคุกคามมากขึ้นหลังช่วงพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และหลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิตเมื่อ 10 พ.ค. การคุกคามและก่นด่าก็ลามไปถึงพ่อของเขาด้วย ทำให้เขาต้องปิดเฟซบุ๊กชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน

"ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศออนไลน์ที่แย่ถึงขนาดนี้ มันแย่กว่าช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่รัชกาลที่ 9 สิ้นพระชนม์เสียอีก" นายมาร์แชลกล่าว

Image copyright JUNYA YIMPRASERT
คำบรรยายภาพ นายแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชล นักเขียนและอดีตผู้สื่อข่าวซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการวิพากษ์และนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม