ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ : หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แสดงวิสัยทัศน์นอกสภา “ผมจะเป็นนายกฯ แห่งความเปลี่ยนแปลง”

  • 5 มิถุนายน 2019
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ Image copyright WASAWAT LUKHARANG/ BBC THAI

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ใช้พื้นที่แถลงข่าวนอกห้องประชุมสภาเป็นที่แสดงวิสัยทัศน์ หลังจากข้อเสนอของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ให้ แคนติเดตนายกฯ ทั้ง 2 คน คือนายธนาธร และพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงวิสัยทัศน์ ถูกคัดค้านในที่ประชุม

นายธนาธร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อนค. ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หลังจากที่ศาลรับคำร้องคดี "โยกหุ้น" ของเขาไว้พิจารณา เดินทางมาที่ประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ โดยหวังว่าจะได้เข้าไปแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ

หลังการประชุมรัฐสภาเริ่มขึ้นในเวลา 11.00 น. ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ได้เสนอให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ แต่ถูกคัดค้านจาก ส.ส.หลายคน ที่ให้เหตุผลว่าการให้แคนดิเดตนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ไม่มีการระบุไว้ในกฎหมายและเป็นการทำให้เสียเวลา

เมื่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เสนอให้ที่ประชุมลงมติว่าควรจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ได้ตัดสินใจถอนญัตติดังกล่าว โดยระบุว่าการลงมติอาจทำให้เสียเวลายิ่งกว่าเดิม

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/ BBC THAI
คำบรรยายภาพ พรรณิการ์ วานิช ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายสนับสนุนให้แคนดิเดตนายก ฯ แสดงวิสัยทัศน์

เวลา 13.00 น. นายธนาธรจึงได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อสื่อมวลชนนอกสภา โดยกล่าวถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเผชิญและคุณสมบัติของผู้นำประเทศที่ควรมีในสถานการณ์ปัจจุบัน

"ผู้นำที่เหมาะสมกับยุคสมัยจำเป็นต้องรู้เท่าทัน เข้าใจสังคมไทย เข้าใจสังคมโลก รู้ทันเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนอยู่ทุกวินาที เพื่อที่จะวางตำแหน่งแห่งที่และบทบาทของประเทศไทยให้เหมาะสม รักษาผลประโยชน์ของประเทศ จัดการกับกระแสโลกาภิวัตน์ให้เกิดประโยชน์กับคนไทยมากที่สุด" นายธนาธรกล่าว

แคนดิเดตนายกฯ วัย 40 ปี ประกาศว่าเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้าและขอยืนยันหลักการประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่

Image copyright WASAWAT LUKHARANG

"ผมจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านระบอบรัฐสภา ใช้กลไกที่ยึดโยงกับประชาชน มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลยึดมั่นในระบบนิติรัฐ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขควบคู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคงสถาพร"

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวอีกด้วยว่า เขาต้องการทำให้รัฐสภาเป็นสถานที่ที่ปัญหาของประชาชนถูกนำมาถกเถียงเพื่อหาทางออก "ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้คนเอือมระอา เสียดายคะแนนเสียงของตัวเอง และหมดศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย"

"ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง และจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า" เขากล่าวปิดท้ายการแสดงวิสัยทัศน์นอกสภา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง