ศิลปะ : ภูริน พานิชพันธ์ หนุ่มเชียงใหม่ที่ยอมทิ้งงานในบริษัทระดับโลก เพื่อทำตาม “เสียงหัวใจ” สู่การเป็นศิลปินชั้นแนวหน้า

  • 21 มิถุนายน 2019
ภูริน พานิชพันธ์ ศิลปิน Interactive Art และอาจารย์ ม. แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ภูริน พานิชพันธ์ ศิลปิน Interactive Art และอาจารย์ ม. แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

ลาออกจากไมโครซอฟต์ บวชเรียนเปลี่ยนมุมมองชีวิต ท่องเที่ยวรอบโลกใน 80 วัน นี่เป็นเพียงบางส่วนของ "การทำตามเสียงหัวใจ" ของชีวิตหนุ่มเชียงใหม่ ชื่อ ภูริน พานิชพันธ์ ที่ปูเส้นทางมาสู่การเป็นศิลปินแนวล้ำสมัย ซึ่งเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ค่อย ๆ แกะกระดาษและพลาสติกที่ห่อหุ้มผลงานศิลปะที่เขาเพิ่งประกอบขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนำมาจัดแสดงในนิทรรศการศิลปะที่โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ

เมื่อแกะกระดาษห่อออกจนหมด สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ภาพวาดหรือภาพถ่าย แต่เป็นกระดาษสีขาวและดำรูปทรงแปลกจำนวนมาก ที่นำมาประกอบกันเป็นลวดลายที่แม้จะลายตา แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด

"Interactive Art (ศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์) ของผม มันจะไม่เหมือนทั่วไป" ภูริน เจ้าของผลงานอธิบาย

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผลงานที่จัดแสดงเหนืออ่างอาบน้ำ ในห้องพักโรงแรม W Bangkok

"มันจะมีความเป็นรูปธรรมสูง มีความจับต้องได้ เพราะผมเป็นคนชอบอะไรที่จับต้องได้"

ชายวัย 35 ปีคนนี้ มีงานหลักเป็นศิลปิน เดินสายจัดแสดงผลงานทั่วโลก และมีงานรองเป็นอาจารย์สอนวิชาออกแบบที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ทางตะวันออกของเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

แต่ที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ ก่อนจะก้าวสู่เส้นทางศิลปิน ภูรินผ่านการ "ตัดสินใจครั้งสำคัญ" ในชีวิตมาแล้วหลายครั้ง และเป็นการตัดสินใจ ที่คนรอบข้าง รวมทั้งครอบครัว "งุนงง" ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟต์ที่หลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่น่าอิจฉาและมีอนาคตไกล หรือการลาออกจากบริษัทด้านการออกแบบชั้นนำของวงการ เป็นต้น

"ผมตามเสียงหัวใจตัวเอง Follow your Heart; Follow your intuition เราไม่ไปใส่ใจเสียงของคนอื่น แต่เราใส่ใจเสียงของตนเอง"

หนุ่มเชียงใหม่ ไฟแรงสูง

ภูรินเกิดในครอบครัวอาจารย์ คุณพ่อ-วิถี พานิชพันธ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะ วัฒนธรรมและประเพณีล้านนา ผู้ก่อตั้งภาควิชาศิลปะไทยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนคุณแม่-สุคนธ์ เป็นอาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเดียวกัน

หลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ภูรินย้ายไปเรียนต่อชั้นมัธยมจนถึงระดับอุดมศึกษาในสหรัฐฯ เขาเลือกเรียนสาขาการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่ ม. คาร์เนกีเมลลอน เพราะมองว่า

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ศิลปะ : ภูริน พานิชพันธ์ หนุ่มเชียงใหม่ที่ยอมทิ้งงานในบริษัทระดับโลก เพื่อเป็นศิลปิน

"กราฟิกดีไซน์ทำเองก็ได้ ดาวน์โหลดโฟโตชอป หรือใช้อิลลัสเตรเตอร์ แต่เรื่องที่จะใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในโรงไม้ ผมตื่นเต้นกับอะไรพวกนั้น"

เขายังเลือกเรียนสาขาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ (Human-Computer Interaction) ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งตัวเลือกนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญของชีวิต คือการได้ฝึกงานกับไมโครซอฟต์ บริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ก่อนเข้าไปเป็นพนักงานเต็มตัวในฐานะ "นักออกแบบซอฟต์แวร์" (software designer)

"พ่อจะชอบพูดให้เพื่อนฟังว่า ภูรินทำงานให้บิล เกตส์ มหาเศรษฐีของสหรัฐฯ"

ลาออกจากไมโครซอฟต์

นักออกแบบซอฟต์แวร์ชาวไทยในไมโครซอฟต์ "ไม่ชอบ" งานที่คนรอบข้างชื่นชม เพราะรู้สึกว่าตัวเอง "มีความไฟแรงสูง" อยู่ในระบบที่ดูสะดวกสบายไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจลาออก

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผลงานอีกชุดที่ภูรินนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ Hotel Art Fair 2019

"ทุกคนจะงงว่า ภูรินทำอะไร เป็นบ้าหรือเปล่า" หนุ่มร่างสูงยิ้มแห้ง ส่วนมือยังคงจัดชิ้นงานศิลปะตามจุดต่าง ๆ ของห้อง

หลังจากนั้น เขากลับมาไทย ทดลองทำอะไรหลายอย่าง ทั้งทำเว็บไซต์ ศึกษาการก่อตั้งสตาร์ทอัพ แต่ไปได้ไม่สุดทาง เพราะ "ไม่มีประสบการณ์" แต่ที่ทำสำเร็จจริง ๆ ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท คือ สร้างบ้านของตัวเอง

"มีที่ดินเปล่า ๆ อยู่แถวอนุเสาวรีย์ชัยฯ เลยสร้างบ้านของตนเอง ไม่ได้ใช้เงินทุนเยอะเท่าไหร่" เมื่อสร้างเสร็จเขาเลือกเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เพราะ "ทำบ้านค่อนข้างเครียด อยากจะบวช เปลี่ยนมุมมองตัวเอง"

"บอกแม่ว่า ไม่รู้จะสึกเมื่อไหร่ หรืออาจไม่สึกก็ได้นะ" ภูรินหัวเราะ

เมื่อบวชจนรู้สึกว่าได้แง่คิดมากพอแล้ว ประมาณ 1 เดือนต่อมา เขาสึกและไปทำงานออกแบบให้บริษัทในไทยอยู่พักหนึ่ง แล้วเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในซิลิคอนวัลเลย์

ค้นพบสิ่งที่สนใจจริง ๆ

ห้องพักอันโอ่โถงของโรงแรมได้รับการแปรสภาพเป็นแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อมของภูริน เขาจัดวางชิ้นงานในจุดที่บางครั้งก็คาดไม่ถึง อาทิ เหนืออ่างอาบน้ำ เรียงรายในตู้เย็นมินิบาร์ แต่ที่มีขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุด ตั้งไว้บนกำแพงเหนือเตียง เมื่อเพ่งมองให้ดี จะเห็นคำภาษาไทยว่า "ความจริง"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "ความจริง"

เขาอธิบายว่า นี่เป็นผลงานศิลปะชุดใหม่ล่าสุด กับเทคนิคขาว-ดำ แบบให้ผู้ชมได้ปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงาน มองจากซ้ายเป็นขาว มองจากด้านขวาเป็นดำ แล้วพิจารณาดูว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร

"นิยามของคำว่าความจริง มองไปด้านหนึ่งก็เป็นสีดำ มองอีกด้านหนึ่งก็เป็นสีขาว ความจริงมันแล้วแต่มุมมองของเราว่ามองไปด้านไหน [ความจริง] มันอาจจะไม่ตายตัว อาจไม่ขาว-ดำอย่างที่เราคิด"

เขาค้นพบความชอบในงานศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Art) ระหว่างเรียนอยู่ที่สแตนฟอร์ด หลังอาจารย์มอบหมายให้นักศึกษาใช้เวลา 2 อาทิตย์ ทำอะไรก็ได้ เพื่อแสดงผลงานของตัวเอง

ภูรินสร้างผลงานบนผนังขนาดใหญ่ มีไฟกดเปิด-ปิดได้ ถือเป็นงานอินเตอร์แอคทีฟอาร์ตชิ้นแรกของเขา

รอบโลกใน 80 วัน

เมื่อศึกษาจบ ภูรินได้เข้าทำงานกับบริษัทด้านออกแบบชั้นนำของสหรัฐฯ ไอดีโอ (IDEO) และมีงานอดิเรกเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะของตนเอง

Image copyright Purin Phanichphant
คำบรรยายภาพ Four Letter Word เป็นผลงานที่ภูรินสร้างสรรค์ ระหว่างทำงานที่ไอดีโอ
Image copyright Purin Phanichphant

"พอจบ 3 ปี เริ่มคัน ๆ อยากเดินทางรอบโลก ซึ่งเป็นความฝันที่มีมานานแล้ว" นี่เป็นเหตุผลที่ลาออกจากบริษัทชั้นนำอีกครั้ง

การเดินทางของเขาเป็น "รอบโลกโดยไม่ใช้เครื่องบิน" เริ่มจากนั่งเรือขนส่งสินค้าจากซานฟรานซิสโก ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก เทียบท่าที่จีน ต่อรถไฟสายทรานไซบีเรียไปมอสโก แล้วเดินทางต่อไปยุโรป เมื่อถึงอังกฤษก็นั่งเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงนิวยอร์ก แล้วนั่งรถไฟท่องเที่ยวระหว่างข้ามอเมริกา

"อะราวด์ เดอะ เวิลด์ อิน 80 เดย์ (รอบโลกใน 80 วัน) ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์ที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่"

ตลอดการเดินทางนั้นภูรินไม่ได้ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาประสบการณ์ของตนเองที่ผ่านมา พร้อมตกผลึกได้ว่า เขาอยากเป็นศิลปินเต็มตัว เมื่อเสร็จสิ้นการเดินทางรอบโลก เขาจึงทำตาม "เสียงหัวใจตนเอง" อีกครั้ง

"ศิลปะร่วมสมัยไทยกำลังโต"

เดินออกไปนอกห้องของภูริน ห้องพักทุกห้องในชั้น 7 และ 8 อัดแน่นด้วยผลงานศิลปะ ที่มากกว่าหอจัดแสดงบางแห่งเสียอีก เพราะนี่คือนิทรรศการโฮเทล อาร์ต แฟร์ 2019 (Hotel Art Fair) นี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้ว เน้นส่งเสริมการรวมตัวกันของผู้รักศิลปะ ศิลปิน และนักออกแบบ จากนานาประเทศ

ปาร์ก ซูมิน ผู้ช่วยวิจัย ห้องแสดงศิลปะอาร์ตเพลซในเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ต้องการนำผลงานศิลปะของศิลปินเกาหลี มาให้คนไทยรู้จักมากขึ้น เพื่อให้ตระหนักว่าเกาหลีใต้มีมากกว่าเพลงเคป๊อป และอาหาร

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ปาร์ก ซูมิน (ขวา) นำผลงานศิลปะของศิลปินเกาหลีชั้นนำ 4 คนมาจัดแสดง
Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC thai
คำบรรยายภาพ ผลงานแบบของเล่น มีคนไทยให้ความสนใจสูง

"ฉันคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ศิลปะร่วมสมัย (contemporary art) กำลังเติบโตในไทย เราจึงอยากมาเห็นด้วยตาตนเอง จนถึงตอนนี้ เราค่อนข้างประทับใจมาก จึงอยากนำเสนอผลงานของศิลปินเกาหลีให้คนไทยได้เห็น"

แนวคิดการจัดนิทรรศการในปีนี้คือ "ทะลายพรมแดน" จึงเปิดกว้างให้ศิลปินทุกช่วงวัย เข้ามานำเสนอศิลปะได้อย่างอิสระ

นั่นรวมถึง นิธิ สถาปิตานนท์ อายุ 72 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสถาปนิก 49 และได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งหลังเกษียณแล้ว เขาได้สร้างสรรค์ภาพวาดด้วยมือ เชิงสถาปัตยกรรมเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาอยู่ตลอด และนี่เป็นการนำผลงานมาจัดแสดงเป็นครั้งแรก

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC thai
คำบรรยายภาพ นิธิ สถาปิตานนท์ อายุ 72 ปี ศิลปินแห่งชาติ

"ผมมาดูงานเค้าหลายปีแล้ว มาเกือบจะทุกปี" นิธิ เล่า "รูปพวกนี้เป็นแนวสถาปัตยกรรม พอเกษียณแล้วเลยอยากเขียนอะไรสนุก ๆ เท่าที่เวลามี"

"หลังเกษียณแล้ว ไม่ต้องไปต่อรองกับลูกค้า ไม่ต้องเสนองาน ไม่มีเวลามาบีบ" ส่วนงานศิลปะมากมายที่ตกแต่งอยู่ทั่วห้องพัก "แค่คนได้เห็นก็ภูมิใจแล้ว"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผลงานอีกมากมายที่จัดแสดงอย่างน่าสนใจในนิทรรศการ Hotel Art Fair 2019
Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai

งานหลักศิลปิน งานรองเป็นอาจารย์

สิ่งที่หนุ่มเชียงใหม่ที่อาศัยในซานฟรานฯ ชื่นชอบรองจากการทำงานศิลปะคือการสอน เพราะมองว่าเป็น "การคืนกลับให้โลก"

เขาเริ่มอาชีพสอนตั้งแต่สมัยทำงานที่ไอดีโอ โดยสอนวิชาออกแบบที่ ม. สแตนฟอร์ดอยู่ 4 ภาคเรียน เมื่อผันตัวเป็นศิลปิน จึงรับงานสอนที่ ม. แคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

"ผมชอบการสอน เพราะว่าเวลาเห็นเด็กเข้าใจหลักการอะไรของเราแล้ว มันรู้สึกภูมิใจ เป็นไฟให้เราทำต่อไป" ภูรินกล่าว แต่ก็ยอมรับว่า ตัวเขาเองก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประณีตในทุกรายละเอียด

สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์และการตัดสินใจสำคัญหลายครั้งในชีวิต หากให้สรุปเป็นบทเรียนแก่นักศึกษา เขาอยากสอนว่า

"ค้นหาตัวเองว่าสนใจอะไรจริง ๆ แล้วถ้าค้นหาเจอแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด" และ "ถึงแม้จะล้มเหลว สะดุดอะไร แต่มันก็เป็นบทเรียนให้เราก้าวต่อไป"

คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จไหม?

ศิลปินอินเทอร์แอคทีฟอาร์ตชาวไทย ที่เคยจัดแสดงผลงานมาแล้วในหลายประเทศ หัวเราะกับคำถาม และตอบติดตลกว่า รอให้ถึงอายุ 70 ปีแล้ว ค่อยมาถามอีกครั้งดีกว่าไหม เพราะตอนนี้อายุ 35 ปี แต่ยังไม่คิดว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว

แต่หากให้นิยามความสำเร็จ ณ เวลานี้ ภูรินยอมรับว่า ทุกการตัดสินใจด้วยตนเองตั้งแต่ลาออกจากไมโครซอฟต์ จนนำมาถึงอาชีพในปัจจุบัน นั่นแหละเป็นความสำเร็จ

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "นิยามของคำว่าความจริง มองไปด้านหนึ่งก็เป็นสีดำ มองอีกด้านหนึ่งก็เป็นสีขาว" ภูริน พานิชพันธ์

"ทำงานไมโครซอฟต์ซึ่งไม่ได้ชอบ" "ลาออกจากไอดีโอ" และ "ปฏิเสธโอกาสใหญ่ ๆ" แต่ถ้าไม่ได้ตัดสินใจเหล่านี้ "งานพวกนี้คงไม่ออกมา รู้สึกดีใจ และรู้สึกขอบภูมิใจ ที่ได้มาถึงจุดนี้"

ภูรินมองไปรอบนิทรรศการขนาดย่อมในห้องโรงแรมแล้วทิ้งท้ายว่า

"การได้ทำงานพวกนี้เรื่อย ๆ ทุกวัน จนถึงเวลาตาย ได้ทำอะไรที่มันหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของผม...ถ้าเกิดได้ทำให้มากที่สุดก่อนที่จะตาย ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสำเร็จ"

*นิทรรศการของ ภูริน พานิชพันธ์ ศิลปิน-อาจารย์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Hotel Art Fair 2019 ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. 2562 ณ โรงแรม W Bangkok ย่านสาทร กรุงเทพฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม