ฟุตบอลโลกหญิง 2019 : มาดามแป้ง-โค้ชหนึ่ง-ชบาแก้ว แพ้เกมแต่ชนะใจ ในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก

  • 21 มิถุนายน 2019
ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย Image copyright Getty Images

"พวกเธอทำให้ประเทศไทยภูมิใจ" เอ็มมา แซนเดอร์ส ผู้สื่อข่าวกีฬา บีบีซี พูดถึงฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยหลังการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่ไทยพ่ายชิลีไป 0-2 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้นัดที่ 3 ติดต่อกัน ทำให้ไทยเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่มเอฟ จบเส้นทางฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ไว้เพียงรอบแรกเท่านั้น

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเป็น 1 ใน 24 ทีมจาก 24 ประเทศที่เข้าสู่รอบสุดท้ายการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 ของทีมชบาแก้ว

ด้วยชื่อชั้นและอันดับโลกที่ทีมอยู่ในอันดับ 34 กอปรกับถูกจับมาอยู่ในสายแข็ง นักเตะสาวไทยจึงถูกมองเป็นแค่ทีมไม้ประดับเท่านั้นในการแข่งขันปีนี้ แต่หลายคนก็คิดไม่ถึงว่าทีมชาติไทยจะ "โดนถล่ม" หนักขนาดนี้ โดยเฉพาะในนัดแรก ที่ทีมลงเตะกับสหรัฐอเมริกา ก่อนแพ้ไป 0-13

ทว่าความพ่ายแพ้ชนิด "สร้างสถิติใหม่" ของทีมชาติไทยกลับส่งผลให้พวกเธอได้รับกำลังใจอย่างล้นหลาม ทั้งจากแฟนบอลชาวไทย แฟนบอลต่างชาติ ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก รวมทั้งจากนักเตะทีมคู่แข่ง

บีบีซีไทยบันทึก 3 เรื่องราวของทีมชบาแก้วในฟุตบอลโลกหญิง 2019 ไว้เพราะไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไรก็ตาม สถิติจะน่าจดจำหรือไม่ แต่นี่คือส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย

Image copyright Reuters

1.สร้างสถิติใหม่ในฟุตบอลโลก

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยสร้างสถิติใหม่ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งของทีมชายและทีมหญิงด้วยการถูกยิงประตูมากที่สุด คือ 13 ประตู ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกที่ไทยพบสหรัฐฯ วันที่ 12 มิ.ย. ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้แข้งสาวไทยหลายคนถึงกับปล่อยโฮกลางสนาม

แม้หลังเกมจะมีอดีตนักฟุตบอลบางคนออกมาวิจารณ์ว่าทีมสหรัฐฯ ดีใจฉลองชัยจนเกิดเหตุ แต่อีกหลายฝ่ายก็มองว่าความดีใจของสหรัฐฯ เป็นธรรมดาของผู้ชนะและแสดงให้เห็นว่า พวกเขามองทีมชาติไทยในฐานะคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียม ขณะที่จิลล์ เอลลิส โค้ชทีมชาติสหรัฐฯ เปิดเผยว่าก่อนเกม เธอบอกให้ลูกทีมเล่นอย่างเต็มที่ เพราะ "การเล่นอย่างเต็มที่คือการให้เกียรติคู่ต่อสู้" ด้าน โค้ชหนึ่ง-หนึ่งฤทัย สระทองเวียน กล่าวขอบคุณผู้เล่นทีมชาติสหรัฐฯ ที่เข้ามาให้กำลังใจนักเตะไทยและบอกให้พวกเธอสู้ต่อ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยพบชิลี ในนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ไทยพ่ายชิลี 0-2

นัดต่อมา ไทยพบกับสวีเดน ผลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของแข้งสาวไทยด้วยสกอร์ 1-5 ก่อนที่ในเกมนัดสุดท้ายไทยจะพ่ายชิลีไป 0-2 รวมแล้ว "ชบาแก้ว" ถูกยิงไปทั้งหมด 20 ประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงครั้งนี้ สร้างสถิติใหม่กลายเป็นทีมที่เสียประตูเยอะที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกรอบสุดท้าย ทำลายสถิติเดิมของแข้งสาวอาร์เจนตินาที่เคยเสียไปทั้งหมด 18 ประตูในการแข่งขันปี 2007

2.หนึ่งประตูแห่งความทรงจำ

หลังความปราชัยต่อสหรัฐฯ นักเตะไทยมีสภาพจิตใจบอบช้ำ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอ "ฟื้น" กลับมาได้แค่ไหนในวันที่ต้องลงแข่งรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 กับสวีเดนช่วงค่ำวันที่ 16 มิ.ย. ตามเวลาในไทย

ครึ่งแรกผ่านไปด้วยการที่สวีเดนขึ้นนำไทย 3-0 เท่ากับที่ไทยถูกสหรัฐฯ ยิงประตูในครึ่งแรก แต่ผู้บรรยายทั้งภาษาอังกฤษและผู้บรรยายไทยบอกตรงกันว่าแข้งสาวไทย "พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" จากนัดที่พบสหรัฐฯ และสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ธนีกานต์ แดงดา วางบอลยาวให้ กาญจนา สังข์เงิน กัปตันทีมบุกเข้าไปทำประตูสวีเดนได้สำเร็จ เรียกเสียงเชียร์และเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ชมในสนาม รวมทั้งกองเชียร์สวีเดน ขณะที่ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทยวัย 53 เดินเข้าสวมกอดโค้ชหนึ่ง เธอตะโกนก้องอย่างสะใจพร้อมด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม

Image copyright Reuters

ภาพการยิงประตูสุดสวยของกาญจนา น้ำตาของมาดามแป้งและการแสดงความยินดีของแข้งสาวไทยกลายเป็นภาพที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในสื่อสังคมออนไลน์ ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนบอลที่ยกย่องในความใจสู้ของแข้งสาวไทย พร้อมให้ความเห็นว่านี่คือความงดงามของฟุตบอลเมื่อทีมเล็ก ๆ ที่ถูกมองเป็นเพียงไม้ประดับ ทำประตูทีมอันดับ 9 ของโลกอย่างสวีเดนได้ 1 ประตูนั้นย่อมมีความหมายเทียบเท่ากับชัยชนะ

โค้ชหนึ่งยอมรับเช่นกว่านี่เป็น 1 ประตูที่มีความหมายกับทีมชาติไทยมาก

3.มาดามแป้งแจ้งเกิด

"เธอไม่ได้ลงเล่นในสนามแม้แต่วินาทีเดียว เธอไม่ได้เป็นนักเตะ แต่นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคนหนึ่งในฟุตบอลโลกหญิงครั้งนี้ เพราะเธอคือผู้จัดการทีมชาติไทยซึ่งได้รับการยกย่องจากการเป็นทีมที่สู้ไม่ถอยและเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี"

ข้างต้นเป็นบทความที่นิวยอร์ค ไทมส์ เขียนถึงนวลพรรณ หรือ "มาดามแป้ง" ผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อต่างชาติที่รายงานข่าวเธอในฟุตบอลโลก

แม้ว่าผลงานในสนามของทีมชาติไทยจะไม่สวยหรู แต่ชื่อของนวลพรรณกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกครั้งนี้

ภาพที่เธอสวมกอดกับโค้ชหนึ่งถูกแชร์ต่ออย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ทั้งในไทยและต่างประเทศ ขณะที่สื่อกีฬาหลายสำนัก ก็ต่างพยายามที่จะติดต่อขอสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวของเธอ

อย่างไรก็ตามแฟนบอลทีมชาติไทยอาจต้องผิดหวังเมื่อมาดามแป้ง ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย เช่นเดียวกับโค้ชหนึ่งที่ประกาศยุติการทำหน้าที่หัวหน้าโค้ชเช่นกัน

Image copyright Getty Images

"เราเดินมาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้สำเร็จถือว่าเป็นสมัยที่ 2 ที่ทางแป้งและโค้ชหนึ่งได้พาทีมเข้ารอบ สำหรับแป้งเองรับตำแหน่งผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 12 ปี" มาดามแป้งกล่าว"จนถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่ามีความผูกพันกับน้อง ๆ ในทีมเป็นอย่างมาก ครึ่งทีม อยู่กับแป้งมาตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็น ,เนตร ,แนนซี่ ทราย,แม้ว,แอน,ปิ่น และหลายคน เมื่อสักครู่ ก็ได้มีการพูดคุยกับน้อง ๆ ทั้งหมดแล้ว ว่าแป้งและอาจารย์หนึ่ง จะขอยุติบทบาท โดยเฉพาะตัวแป้งเอง ขอยุติบทบาทการเป็นผู้จัดการทีม ตลอด 12 ปี ที่ผ่านมา และได้ขอบคุณน้อง ๆ นักกีฬาในทีม พร้อมให้กำลังใจ""จริง ๆ แล้วที่สุดเราต้องเดินต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ทิ้งน้องไปไหน น้องหลายคนก็ว่าจ้างงานอยู่เหมือนเดิม ที่บริษัทของแป้งเอง"

Image copyright EPA

ข่าวที่เกี่ยวข้อง