มาเรียม: ทช.วางแนวทางดูแลลูกพะยูนเกยตื้นระยะยาว ใช้บทเรียนจากมาเรียม-DU 432

  • 4 กรกฎาคม 2019
พะยูนมาเรียม Image copyright SIRACHAI ARUNRUGSTICHAI/AFP/Getty Images

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เตรียมสร้างพื้นที่อนุบาลลูกพะยูนในทะเล ซึ่งมีลักษณะเป็นบ่อเปิดที่น้ำทะเลท่วมถึง เพื่อดูแลลูกพะยูนมาเรียม ซึ่งอาจใช้เป็นแนวทางการอนุบาลพะยูนเกยตื้นในอนาคต

ทช. ยังเตรียมถ่ายทอดสดชีวิตมาเรียม ตลอด 24 ชม. ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ชื่นชมความน่ารัก และร่วมเฝ้าดูการเติบโตของสัตว์ทะเลหายากชนิดนี้ไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันตั้งชื่อให้ลูกพะยูนตัวใหม่ที่มาเกยตื้นบริเวณบ้านบ่อม่วง อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. อีกด้วย

สร้างบ้านชั่วคราวให้มาเรียม

ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสร้าง "บ่อเปิด" ในทะเลเพื่อเป็นพื้นที่อนุบาลพะยูนน้อยมาเรียมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ และดูรายละเอียดของวัสดุให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อได้แบบและวัสดุที่จะใช้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะหารือกันอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีการก่อสร้างบ่อเปิดเพื่ออนุบาลพะยูนมาก่อน มีเพียงการอนุบาลในบ่อปิดเท่านั้น

ดร.ก้องเกียรติย้ำว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่การนำมาเรียมไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล และทีมสัตวแพทย์ ทช.ยังยึดตามแนวทางเดิมที่ต้องการให้ลูกพะยูนเกยตื้นเติบโตในสภาวะธรรมชาติ

"พอเป็นคำว่าบ่อแล้วเกิดความเข้าใจผิดว่าเราจะเลี้ยงเขาในบ่อ ซึ่งไม่ใช่ความตั้งใจของเราแต่แรก"

ดร.ก้องเกียรติอธิบายเพิ่มเติมว่า การบ่ออนุบาลในทะเลที่กำลังจะสร้างขึ้นนั้นมีลักษณะเป็น "บ่อเปิด" สร้างในทะเล เพื่อให้ง่ายต่อการเปลี่ยนถ่ายน้ำทะเล อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากพายุ คลื่นลมแรงและสัตว์มีพิษ เพื่อความปลอดภัยทั้งของมาเรียมที่ยังแข็งแรงพอและทีมเจ้าหน้าที่ที่ดูแล

Image copyright Sirachai (Shin) Arunrugstichai
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่กำลังป้อนนมให้กับลูกพะยูนมาเรียม

มาเรียมแสนรู้

ดร.ก้องเกียรติ เล่าว่ามาเรียมต่างจากพะยูนตัวอื่นตรงที่มันเป็นพะยูนที่ "ให้ความร่วมมือ" เจ้าหน้าที่ไม่มีการบังคับ ให้มาเรียมต้องเข้าหาเลยแม้แต่น้อย ทำให้การดูแลเป็นไปอย่างราบรื่น

"เราพยายามเลี้ยงดูเขาในสภาวะธรรมชาติ ไม่มีการกักขัง แต่มาเรียมต้องเข้ามาหาเราด้วย เป็นความต้องการของมาเรียมที่ต้องเข้ามากินนม ถ้าเกิดเขาไม่กินนมในวัยนี้ โอกาสที่เขาจะอ่อนแอ เติบโตช้า และไม่สามารถต่อสู้กับภัยคุกคามได้ด้วยตัวเองก็จะมากขึ้น"

Image copyright Sirachai (Shin) Arunrugstichai

การสร้างบ่ออนุบาลในทะเลจะเป็นรูปแบบใหม่ในการดูแลมาเรียม คือ ผสมระหว่างการเลี้ยงในบ่ออนุบาลกับการปล่อยในสภาวะธรรมชาติ ซึ่ง ดร.ก้องเกียรติยอมรับว่าแผนทั้งหมดนี้อาจไม่สามารถปกป้องลูกพะยูนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพียงความพยายามที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ที่สุด

"เราพยายามจะช่วยเหลือเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะช่วยได้ แต่ส่วนหนึ่งเขาก็ต้องเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเองด้วย" ดร.ก้องเกียรติกล่าว พร้อมย้ำว่า "เราจะไม่มีการเอามาเรียม หรือพะยูนตัวอื่น ๆ ที่อนุบาลมาเลี้ยงในบ่อ นโยบายการดูแลสัตว์ทะเลหายาก คือ ให้เขาสามารถใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ รวมทั้งเต่าทะเล และสัตว์ทะเลอื่น ๆ"

สถานการณ์ล่าสุดของมาเรียมนั้น การเกยตื้นยังมีอยู่บ้างช่วงน้ำใหญ่ ซึ่งน้ำทะเลขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด เจ้าหน้าที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยทีมสัตวแพทย์เชื่อว่าในอนาคตมาเรียมจะเรียนรู้ที่จะอยู่ในที่ลึกมากขึ้น สามารถกินหญ้าทะเลได้เองได้ และใช้ชีวิตเองได้ เมื่อถึงเวลานั้นมาเรียมก็จะเริ่มแยกจากพี่เลี้ยง จากนม เช่นเดียวกับที่เขาแยกจากแม่เมื่อเขาโตเต็มวัย

มาเรียมไลฟ์สด

สำหรับความคืบหน้าในการถ่ายทอดสดการดูแลมาเรียมผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น ดร.ก้องเกียรติกล่าวว่าเป็น "นโยบาย" ของทางภาครัฐที่ต้องการให้ประชาชนที่สนใจได้ร่วมชื่นชมความน่ารัก และติดตามการปฏิบัติงานของทีมสัตวแพทย์

"ก็อาจจะมีข้อดีเรื่องของการเฝ้าระวังว่ามาเรียมจะอยู่ตรงนั้นได้รึเปล่า อีกส่วนก็เพื่อเป็นการลดการรบกวนจากคนที่เข้าไปในพื้นที่ ถ้าคนเข้าไปเยอะ ๆ มันก็จะมีโอกาสรบกวนเขา หรือสร้างความคุ้นเคยในทางที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นการที่เราสามารถติดตามทางไลฟ์นี้ก็จะดี"

ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางระบบเสาสัญญาณ โดยคาดว่าจะเริ่มต้น่ถ่ายสอดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ได้ภายในวันที่ 7 ก.ค.นี้

Image copyright กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ดูแล "DU436" ลูกพะยูนอีกตัวที่พบเกยตื้น ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดประกวดตั้งชื่อ

ลูกพะยูนน้องใหม่ "DU 436 "

"DU 436" คือรหัสของลูกพะยูนตัวใหม่ ที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ทช.รับมาดูแลหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่ เกยตื้นที่ในพื้นที่บริเวณบ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ช่วยเหลือในเบื้องต้น

น้องใหม่ตัวนี้เป็นลูกพะยูนเพศผู้ อายุเพียง 3 เดือน ความยาว 111 ซม. น้ำหนักเพียง 25 กก. สภาพอ่อนแรงและอิดโรยมาก ไม่สามารถประคองตัวได้ ตามตัวมีบาดแผลจำนวนมาก คาดว่าพลัดหลงกับแม่มานานแล้ว และกำลังอยู่ในสภาวะขาดน้ำ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงป้อนนม และน้ำ ก่อนส่งไปพักฟื้นที่ศูนย์วิจัย ทช. แหลมพันวา จ.ภูเก็ต จากสภาพดังกล่าวทำให้ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในสภาวะธรรมชาติได้เหมือนมาเรียม ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่สามารถควบคุมได้ไปก่อน

"แผลเริ่มดีขึ้นแล้ว เจ้าตัวใหม่สามารถกินนม แล้วก็ปรับตัวได้ดีมาก เนื่องจากเขายังเล็กมาก แล้วเขาเริ่มปรับตัวกับในบ่อได้" ดร.ก้องเกียรติ เล่าถึงอาการล่าสุดของลูกพะยูนตัวใหม่

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เตรียมสร้างพื้นที่อนุบาลลูกพะยูนในทะเล

"เราจะเลี้ยงเขาสักระยะหนึ่ง เมื่อพ้นช่วงมรสุมไปแล้วราวสี่เดือน ก็ต้องพิจารณาการลงไปในพื้นที่เช่นเดียวกับเรียม แล้วก็พื้นที่ ๆ จะลงไปก็อยู่ระหว่างพิจารณา ด้วยปัจจัยหลายอย่าง อาจจะเป็นที่เดิมที่เจอเขา หรือที่ ๆ มาเรียมอยู่ก็ได้ ทั้งนี้สำคัญที่สุด ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการดูแลของชุมชนในพื้นที่นั้น ด้วยเรื่องความปลอดภัย อย่าลืมว่าเขาไม่มีแม่"