ระเบิด กทม. : ย้อนอดีต 5 ปีระเบิดใหญ่ ล้วนชี้นิ้วไป “การเมือง”

  • 3 สิงหาคม 2019
ระเบิด Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ได้ทำการล้อมวัตถุต้องสงสัยตรงบริเวณบันไดเลื่อนทางขึ้นรถไฟฟ้าสถานีศาลาแดง

เช้าวันศุกร์ที่ 2 ส.ค. คนกรุงเทพฯต้องเผชิญกับความวุ่นวาย และความไม่สบายใจ เมื่อเกิดเหตุลอบวางระเบิดอย่างน้อย 9 จุด ใน 5 พื้นที่ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 7 คน นับเป็นเหตุป่วนกรุงฯครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง เป็นความไม่สงบที่เกิดขึ้นหลังจากที่ไทยได้ผ่านการเลือกตั้ง และได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว

หากลองย้อนดูเหตุการณ์ในอดีตตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารและปกครองประเทศ ก็จะพบว่ามีเหตระเบิดเกิดขึ้นถึง 13 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ระเบิดคราวนี้ ใช่ฝีมือ "โจรใต้" ?

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีต ที่ปรึกษา พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุระเบิดในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการสอบสวนเพิ่งเริ่มต้น แม้นสื่อไทยหลายแห่งโยงว่าผู้ต้องสงสัย 2 คนที่ถูกคุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีต แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai

"โดยเหตุจูงใจจากเหตุระเบิดในครั้งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามาจากกลุ่มใด แต่ที่แน่ ๆ ผู้ก่อการไม่ได้หวังผลทางด้านเศรษฐกิจ แต่มีแนวโน้มว่าจะหวังผลทางด้านการเมืองมากกว่า" รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว

เขากล่าวเพิ่มว่า ชนิดของระเบิดที่ใช้เมื่อ 1 ส.ค. บางจุดมีความคล้ายคลึงกันกับระเบิดที่ภาคใต้ แต่บางจุดก็ต่าง และบางส่วนก็ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนเลย ส่วนระเบิดปิงปองที่พบนั้น มาจากเหตุความขัดแย้งกันของนักเรียนอาชีวะ

พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ว่า ลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิม ๆ แนวคิดเดิม ๆ มาจากสำนักเดิม ๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือจะมีฝ่ายการเมืองหรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มาจากกลุ่มเดิม ๆ ความคิดเดิม ๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่

ด้าน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล กล่าวกับบีบีซีไทย ในวันนี้ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อไทยบางแห่งว่า เหตุระเบิดใน กทม เมื่อวานนี้ เกี่ยวพันกับผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เหตุใหญ่ในรอบ 5 ปี

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai

โดยเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงการบริหารประเทศของ คสช. มีทั้งระดับรุนแรงมากถึงขั้นที่มีคนเสียชีวิต ไปจนถึงบาดเจ็บสาหัสทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หากแต่ว่าคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีนั้นมีเพียงแค่ 3 คดีเท่านั้น

บีบีซีไทยรวบรวมคดีดัง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศเพื่อเปรียบเทียบรูปแบบและความรุนแรงของแต่ละคดี เพื่อให้รู้ว่าคนไทยปลอดภัยแค่ไหนภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่ที่สืบทอดอำนาจมาจากคณะบริหารเดิม

คดีระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ

18.55 น. ของวันที่ 17 ส.ค. 2558 เกิดเหตุระเบิดขึ้นในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม ลูกไฟ แรงดัน และเสียงของระเบิดก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารโดยรอบ และระเบิดลูกนี้ซึ่งสืบทราบที่หลังว่าเป็นระเบิด TNT หนัก 3 กิโลกรัม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 คน และได้รับบาดเจ็บ 163 คน

Image copyright Getty Images

ทันทีหลักเกิดเหตุ พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างชัดเจนถึงสาเหตุของการระเบิดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลใด แต่มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่เสียประโยชน์ทางการเมืองและต้องการสร้างสถานการณ์วุ่นวายในประเทศ ไม่ต้องการเห็นคนไทยมีความสุขสงบ เป็นความอาฆาตมาดร้ายของคนที่เคยกล่าวว่าเมื่อตนไม่สุขก็อย่าหวังที่คนอื่นจะสุขได้

ในเวลาต่อมา ตำรวจเผยภาพจากกล้องวงจรปิดและออกหมายจับ "ชายเสื้อเหลือง" ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ จนนำไปสู่การจับกุมนายอาเด็ม คาราดัก ชาวอุยกูร์ จากอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก เมื่อ 29 ส.ค.2558

Image copyright PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/GETTY IMAGES

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุระเบิดไม่ใช่การตอบโต้ไทย หลังส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ให้จีน แต่มาจากผู้เสียผลประโยชน์ในการค้ามนุษย์ รัฐบาลไทย พยายามปฏิเสธมาตลอดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการก่อการร้ายหรือการล้างแค้นของกลุ่มอุยกูร์ ชนกลุ่มน้อยมุสลิมในจีน แต่เป็นเรื่องการล้างแค้นของแกงค์ในประเทศ

คดีระเบิดหัวหิน

เหตุเกิด ระหว่าง 11 - 12 ส.ค. 2559 ระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ส.ค. จุดเกิดเหตุอยู่หน้าร้านจอห์นนี่ ถ.เดชานุชิต เขตเทศบาลเมืองหัวหิน ระเบิดถูกซ่อนอยู่ใกล้กระถางต้นไม้หน้าร้านถูกแรงระเบิดอัดกระจาย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงรุดไปยังสถานที่เกิดเหตุและเข้ากั้นพื้นที่

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุระเบิดจุดแรก ก็ได้มีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง บริเวณหน้าร้านเรนทรี สปา ถ.พูนสุข ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุจุดแรกเพียง 50 เมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 20 ราย ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เหตุระเบิดที่หัวหินส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากมาย

เหตุระเบิดที่หัวหินยังดำเนินต่อไปในวันรุ่งขึ้น เหตุเกิดตอน 8.55 น. ของวันที่ 12 ส.ค. โดยมีระเบิดเกิดขึ้น 2 ลูก ที่บริเวณหอนาฬิกา และบริเวณหน้าโรงเรียนวัดหัวหิน ซึ่งทั้ง 2 จุด อยู่บริเวณใกล้กัน มีรายงานผู้บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

เหตุระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นส่วนหนึ่งของเหตุระเบิดและวางเพลิงใน 7 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ พังงา และตรัง มีผู้เสียชีวิต 4 คน ทั้งหมดเป็นคนไทย และได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 37 คน เป็นคนไทย 26 คน ชาวต่างชาติ 11 คน

Image copyright Getty Images

หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนได้พบผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 3 คน โดยมีหมายจับพร้อมรูปภาพ ชื่อ และที่อยู่ ผู้ต้องหา 2 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สงขลา และอีกหนึ่งคนมาจาก จ.ปัตตานี จากรายงานล่าสุดของไทยรัฐออนไลน์ ทั้ง 3 คนได้หลบหนีการจับกุม และยังไม่สามารถตามตัวมาดำเนินคดีได้จนถึงวันนี้

คดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

เหตุเกิดในช่วงสายของวันที่ 22 พ.ค. 2560 วันครบรอบ 3 ปี ของการรัฐประหาร เกิดเหตุระเบิดขึ้นในช่วง 10 น. ที่บริเวณชั้น 1 อาคารเฉลิมพระ เกียรติ 80 ปี ร.พ.พระมงกุฎเกล้า โดยระเบิดชนิด "ไปป์บอมบ์" ถูกซ่อนในแจกันดอกไม้สีเขียวและถูกพรางด้วยดอกไม้พลาสติกสีส้ม นำไปวางไว้ข้างผนังบริเวณเคาน์เตอร์จ่ายยาบริเวณหน้าห้องวงษ์สุวรรณ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.พระมงกุฎฯ ในเวลาประมาณ 6 โมงเช้า และตั้งหน่วงเวลาไว้ให้ระเบิดทำงาน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 25 ราย

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

หลังสิ้นเสียงระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารเวรและแพทย์ที่ประจำอยู่บริเวณทางเข้าอาคารเฉลิมพระเกียรติต่างช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมปิดกั้นพื้นที่และบริเวณโดยรอบชั้น 1 ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาอย่างเด็ดขาด เจ้าหน้าที่สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า เหตุระเบิดน่าจะมาจากช่องแอร์ที่ใช้งานมานาน ไม่ได้รับการดูแล ปรับปรุง ประกอบกับมีท่อแก๊ส และท่อสายไฟจำนวนมาก อีกทั้งสภาพอากาศร้อน อาจทำให้เกิดแรงเสียดทานจึงระเบิดขึ้น

ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า โดยพบแผงวงจร สายไฟฟ้า ถ่าน และเศษตะปู พร้อมระบุว่าระเบิดมีรัศมีการทำลายล้าง 2-3 เมตร โดยเป็นระเบิดไปป์บอมบ์แบบเดียวกันกับที่พบในเหตุระเบิดก่อนหน้า ในวันที่ 5 เม.ย. 2560 ที่หน้าอาคารกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถ.ราชดำเนิน และวันที่ 15 พ.ค. 2560 หน้าโรงละครแห่งชาติ

Image copyright Reuters

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ณ ตอนนั้น ได้แถลงภายหลังประชุมหน่วยความมั่นคง ถึงเหตุระเบิดร.พ.พระมงกุฎเกล้า ว่าผู้กระทำน่าจะมีวัตถุประสงค์ในการปั่นป่วนการบริหารงานของรัฐบาลชุด คสช.

ภายหลังการสืบสวน ทหาร-ตำรวจ ก็ได้พบผู้ต้องสงสัย พร้อมบุกจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเคยทำงาน การไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 มิ.ย. 2560

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านนายวัฒนา พบอุปกรณ์ชิ้นส่วนประกอบระเบิดหลายรายการ ก่อนนำตัวเข้าเค้นสอบในค่ายทหาร กระทั่งสารภาพเป็นผู้ประกอบและลงมือลอบวางระเบิดที่ ร.พ.พระมงกุฏเกล้า และอีกสองที่ก่อนหน้า พร้อมระบุว่ากระทำการคนเดียวโดยเหตุจูงใจมาจากไม่พอใจผลงานรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ต่อมา ศาลอาญาสั่งจำคุกจากการก่อคดี 3 คดี รวมทั้งสิ้น 78 ปี 30 เดือน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม