กัญชา : สำรวจความเห็นภาคประชาชนต่อการเดินหน้านโยบายกัญชาของอนุทิน ชาญวีรกูล

  • 12 สิงหาคม 2019
อนุทินหยดน้ำมันกัญชา Image copyright กองโฆษก พรรคภูมิใจไทย
คำบรรยายภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทดลองหยดน้ำมันกัญชาในระหว่างการแถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุข

นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ และนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ซึ่งเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ พอใจการทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. สาธารณสุข (สธ.) ต่อนโยบายกัญชา โดยระบุว่ามีความรวดเร็ว แต่บางเรื่องอาจต้องพิจารณาให้รอบคอบกว่านี้ เช่น กรณีให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ปลูกกัญชานำร่อง

นับจากเข้าทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขวันแรกเมื่อ 18 ก.ค. 2562 แทบจะไม่มีวันไหนที่นายอนุทิน รมว.สธ. และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ได้พูดเรื่องกัญชาทางการแพทย์

ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รมว.สธ. มีภารกิจเกี่ยวเนื่องกับเรื่องกัญชาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อ "กัญชาเสรี" เป็นนโยบายหาเสียงของ ภท. และหลังจากเข้าร่วมรัฐบาล การพัฒนากัญชาเพื่อการแพทย์ก็ได้รับการบรรจุไว้ใน "นโยบายเร่งด่วน" ของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2"

อนุทินทำอะไรไปแล้วบ้างเรื่องกัญชา

บีบีซีไทยรวบรวมความเคลื่อนไหวสำคัญของนายอนุทินเกี่ยวกับนโยบายกัญชาในรอบเดือนที่ผ่านมาได้ ดังนี้

  • 31 ก.ค. นายอนุทินกล่าวกับ อสม. ที่ จ.ขอนแก่นว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะยกระดับ อสม. ให้เป็นหมอประจำหมู่บ้านซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในการให้ความรู้เรื่องสุขภาพ รวมทั้งเป็นกลุ่มนำร่องในการปลูกกัญชาเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ชาวบ้านด้วย
  • ในการประชุมร่วมกับ อสม.ที่ จ.ขอนแก่น นายอนุทินยังได้เปิดเผยว่า องค์การอาหารและยา (อย.) ได้เริ่มให้สถาบันการศึกษา รวมทั้งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทดลองกระบวนการการปลูกกัญชาแล้ว โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในเวลา 5-6 ปี จะต้องผลิตน้ำมันกัญชาขวดละไม่เกิน 5 ซีซี ให้ได้ 1 ล้านขวด เพื่อนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุข
  • ออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการแก้ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 ที่กำหนดให้หมอพื้นบ้านที่ผ่านการรับรองไปแล้วต้องผ่านการพิจารณาใหม่อีกครั้ง ระเบียบว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้านฉบับใหม่ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 6 ส.ค. จะทำให้หมอพื้นบ้านกว่า 3,000 คน รวมทั้ง เดชา ศิริภัทร ผู้ปรุงน้ำมันกัญชาแจกจ่ายรักษาประชาชน สามารถดำเนินการรักษาต่อไปได้
  • ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทยที่จะสามารถปรุงหรือสั่งจ่ายตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกาศทั้ง 2 ฉบับเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 6 ส.ค.
  • 7 ส.ค. นายอนุทินรับมอบสารสกัดน้ำมันกัญชามาตรฐานทางการแพทย์แบบหยดใต้ลิ้น ชนิด THC สูงขนาด 5 ml ล็อตแรก 4,500 ขวดจากองค์การเภสัชกรรม ซึ่งจะทยอยส่งให้กับโรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง และผู้ป่วยในโครงการวิจัย 2 ประเภท ได้แก่ การศึกษาวิจัย และการรักษากรณีจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย เพื่อให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล และภายในเดือน ส.ค. นี้ จะได้รับเพิ่มอีก 2,000 ขวด เป็นชนิด CBD สูง ขนาด 10 ml จำนวน 500 ขวด และชนิด THC : CBD (1:1) ขนาด 5 ml จำนวน 1,500 ขวด รวมเป็นทั้งสิ้น 6,500 ขวด
  • นายอนุทินชี้แจงเรื่องการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ โดยยืนยันว่า ภท. ไม่เคยพูดถึงนโยบายการนำกัญชามาใช้เพื่อการสันทนาการ นโยบายหลักของพรรค คือ การนำประโยชน์มาใช้ด้านการรักษาทางการแพทย์
  • 9 ส.ค. นายอนุทินสั่งกรมการแพทย์แผนไทยผลิตน้ำมันกัญชาสูตร "อ. เดชา" 1 แสนขวด พร้อมให้นายเดชาเป็นที่ปรึกษาและร่วมผลิต
Image copyright กองโฆษก พรรคภูมิใจไทย
คำบรรยายภาพ นายอนุทิน จับมือทักทายนายเดชา ซึ่งมีผู้ป่วยอยู่ในความดูและของเขากว่า 4 หมื่นคนที่ต้องการขอรับน้ำมันกัญชา

เร็วเกินไปที่จะให้ อสม. ปลูกกัญชา

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า เขาค่อนข้างพอใจกับการดำเนินนโยบายกัญชาของ สธ. เพราะมีการทำงานที่ฉับไว เช่น การแก้ระเบียบและออกประกาศที่ทำให้หมอยาพื้นบ้านและประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้เร็วขึ้น ถือว่าเป็นการทำตามนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนช่วงหาเสียง

"สิ่งที่ประชาชนคาดหวังอาจจะไม่ได้รับการตอบสนองในทันที เช่น การปลูกกัญชาเชิงพาณิชย์ เพราะต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้มีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ ผมคิดว่านี่จะเป็นการทดสอบการทำงานเรื่องนโยบายกัญชาของคุณอนุทิน" นายวิฑูรย์กล่าว

ส่วนกรณีที่นายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ ประธานคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) กล่าวว่าการปลูกกัญชาเสรีครอบครัวละ 6 ต้นและการปลูกกัญชาเสรีเพื่อการสันทนาการไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างประเทศนั้น นายวิฑูรย์กล่าวว่าไม่น่าเป็นปัญหา เพราะนโยบายของ สธ. เป็นการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และวิทยาศาสตร์เท่านั้น ที่มีการเกรงว่าจะมีการนำไปใช้ด้านอื่น ๆ อย่างเช่นสันทนาการน่าจะเป็นการตีความที่ผิดพลาด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การปลดล็อกกัญชาในไทย เป็นไปเพื่อทางการแพทย์เท่านั้น การใช้เพื่อการสันทนาการยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

แต่นโยบายของ รมว.สธ. ที่ให้ อสม. นำร่องปลูกกัญชาคนละ 6 ต้นนั้น นายวิฑูรย์เห็นว่าเป็นเรื่อง "เร็วเกินไป"

"ที่คุณอนุทินเสนอ ให้ อสม. ที่ผ่านการอบรมเป็นคนปลูกกัญชา ผมมองว่าเรื่องนี้โยงกับฐานเสียงทางการเมืองพอสมควร ในความเห็นผม คิดว่าเร็วเกินไปที่จะให้เกษตรกรหรือ อสม. ปลูกกัญชาได้ ควรจะทำเป็นลำดับขั้น"

นายวิฑูรย์ย้ำว่า เรื่องนี้จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะ อสม. มีจำนวนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ต้องใช้เวลาและการคัดเลือกอย่างเหมาะสม และควรจะมีกระบวนการคัดกรองคนที่ความเชี่ยวชาญ มีความรู้เพียงพอที่จะนำกัญชามาใช้จริง ๆ ไม่ใช่ อสม. ทุกคนที่ควรได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา

ความเห็นของนายวิฑูรย์สอดคล้องกับ น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย ที่เสนอก่อนหน้านี้ว่าในระยะแรกควรให้หมอพื้นบ้านและแพทย์แผนไทยเป็นผู้ปลูกกัญชาสำหรับรักษาผู้ป่วยของตนเองเท่านั้น ยังไม่ควรขยายไปยัง อสม. เพราะกลุ่มหมอพื้นบ้านผ่านการรับรองคุณสมบัติและมีระเบียบควบคุม และหาทำผิดจะถูกถอนใบประกอบวิชาชีพและยังมีโทษทางอาญาด้วย

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
คำบรรยายภาพ เดชา ศิริภัทร ที่สวนชีววิถี จ.นนทบุรี

ด้านนายเดชา ศิริภัทร หมอพื้นบ้านที่ผลิตน้ำมันกัญชาและแจกจ่ายให้ผู้ป่วยมาตั้งแต่ปี 2556 กล่าวว่านายอนุทินควรพูดให้ชัดเจนว่านโยบายกัญชามุ่งเน้นเฉพาะการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ

"ชาวบ้านเขาไม่เอา (กัญชาเพื่อสันทนาการ) แต่ถ้าทำยาอย่างเดียวชาวบ้านเขาเอา แล้วผมเป็นคนทำยา ผมว่าอย่าทำเพื่อสันทนาการเลย เพราะถ้าสังคมไม่เห็นด้วย คนที่ผลิตกัญชาเพื่อเป็นยาก็จะพลอยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำไปด้วย คนที่ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการมันมีไม่เยอะหรอก แต่คนป่วยที่จะใช้ยามันเยอะ เพราะฉะนั้นเอาที่จำเป็นก่อนคือกัญชาเพื่อการแพทย์" นายเดชาบอกกับบีบีซีไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม