สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหวได้แม่นยำขึ้น

  • 2 ธันวาคม 2017
เรือประมงเกียวโตมารุซึ่งมีระวางขับน้ำ 330 ตัน ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดขึ้นบกห่างจากชายฝั่งถึง 550 เมตร Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เรือประมงเกียวโตมารุซึ่งมีระวางขับน้ำ 330 ตัน ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดขึ้นบกห่างจากชายฝั่งถึง 550 เมตร

นักวิจัยชาวฝรั่งเศสจากสถาบัน Paris Institute of Earth Physics เสนอวิธีการใหม่ที่จะช่วยในการวัดขนาดความรุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของสนามโน้มถ่วงของโลกที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

ข้อเสนอดังกล่าวมาจากผลการศึกษาวิเคราะห์เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อปี 2011 ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่สร้างความเสียหายแก่เตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ ไดอิจิ และทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 12,000 คน

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่า สัญญาณความโน้มถ่วง ซึ่งส่งออกมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในสนามโน้มถ่วงโลกหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มเกิดขึ้น สามารถจะเดินทางด้วยความเร็วแสง และมาถึงอุปกรณ์ตรวจจับแผ่นดินไหวได้เร็วกว่าคลื่นไหวสะเทือน (seismic wave) ที่ปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลเพื่อคำนวณขนาดของแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ถูกประมาณการว่ามีขนาดเพียง 7.9 เมื่อแรกเกิดเหตุ

ดร. มาร์ตอง วาลลี ผู้นำคณะวิจัยบอกว่า ในทันทีที่เกิดแผ่นดินไหว หากพบสัญญาณความโน้มถ่วงเดินทางมาถึงอุปกรณ์ตรวจจับก่อนที่คลื่นไหวสะเทือนจะมาถึง แสดงว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาด 8.5 ขึ้นไป แต่หากไม่พบสัญญาณความโน้มถ่วงล่วงหน้ามาก่อน แสดงว่าเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่มีขนาดย่อมลงมา ซึ่งวิธีนี้สามารถจะบ่งชี้ขนาดของแผ่นดินไหวได้แม่นยำภายในเวลาเพียง 3 นาทีหลังเกิดเหตุ ต่างจากปัจจุบันที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวัดและบอกขนาดที่ถูกต้อง

Image copyright Getty Images

อย่างไรก็ตาม ดร.วาลลีบอกว่า วิธีนี้ไม่สามารถใช้ทำนายการเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้ แต่มีความสำคัญในการแจ้งเตือนเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งมักจะมาถึงฝั่งในเวลาราวครึ่งชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหว การที่รู้ขนาดของแผ่นดินไหวอย่างแน่นอนในเวลาอันสั้น จะช่วยในการตัดสินใจแจ้งเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิได้รวดเร็วแม่นยำมากขึ้นเช่นกัน และในอนาคตคาดว่าจะสามารถพัฒนาวิธีการนี้ให้มีความละเอียดมากขึ้น จนใช้ตรวจจับเหตุแผ่นดินไหวที่มีขนาดความรุนแรงน้อยกว่า 8-9 ลงมาได้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม