เส้นทางชีวิตของ ธัชรา เขียวภักดี กับการเป็นจิตรกรเด็กวัดในอังกฤษ
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

จากเด็กวัดสู่ศิลปินดาวรุ่งในอังกฤษ มุ่งหน้าปริญญาเอก และร่มกาสาวพัสตร์

  • 1 มกราคม 2018

เรื่องและวิดีโอ โดยสุชีรา มาไกวร์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ

ธัชรา เขียวภักดี ในวัย 23 ปี เรียกตัวเองเป็น "เด็กวัด" แห่งวัดสันติวงศาราม ในเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เขาเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็น "ศิลปินในพำนัก" (Artist in Residence) ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์มิงแฮมเป็นเวลา 1 ปี และขณะนี้กำลังศึกษาต่อปริญญาเอกด้านวิจิตรศิลป์ สาขาศิลปะวัฒนธรรมประสานที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมซิตี

เส้นทางชีวิตของธัชราไม่ได้ราบรื่นนัก ตอนอยู่เมืองไทยธัชราใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กช่วยพ่อแม่ขายของที่ตลาดนัดย่านสะพานควาย หลังพ่อแม่แยกทางกัน เขาย้ายตามแม่มาอยู่อังกฤษตอนอายุ 11 ปี ในช่วงแรกมีปัญหาเรื่องภาษาอย่างมาก แต่เขาเลือกใช้พรสวรรค์ในการวาดรูป เป็นแรงผลักดันในการปรับตัวใช้ชีวิตต่างแดน จนก้าวมาอยู่แถวหน้าของงานศิลปะ

Image copyright Tuschara Kiewpukdee
คำบรรยายภาพ ระหว่างเรียนธัชราต้องทำงานพิเศษหลายอย่างเพื่อเลี้ยงชีพ หนึ่งในงานนั้นคือรับจ้างวาดภาพประดับร้านอาหารไทยในอังกฤษ

การตามแม่เข้าวัดไทยในอังกฤษ ทำให้ธัชรามีโอกาสช่วยงานวัดอยู่บ่อยครั้ง จนได้บวชเณร

การบวชครั้งแรก เขาไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลย แต่เมื่อได้บวชเณรอีกครั้งเมื่ออายุ 15 ปี ที่วัดสันติวงศาราม ซึ่งเป็นสายวัดป่าในเมืองเบอร์มิงแฮม เขาซึมซับในรสพระธรรม ได้ใกล้ชิดพระอาจารย์ และเข้าใจในความสงบนิ่งของจิตใจ หลังสึกออกมา เขาเริ่มเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรมมากขึ้น

หลังจบมัธยม ธัชราตัดสินใจเลือกเรียนปริญญาตรีด้านวิจิตรศิลป์ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมซิตี เพื่อได้ใกล้ชิดและรับใช้พระอาจารย์ที่วัด ทั้งที่ผลคะแนนศิลปะก่อนเข้ามหาวิทยาลัยดีพอที่จะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในลอนดอนหรือแมนเชสเตอร์ได้ พร้อมกับทำหน้าที่เป็น "เด็กวัด" เต็มตัวที่วัดสันติวงศารามจนกระทั่งเรียนจบปริญญาโทสาขาเดียวกัน

Image copyright BBC Thai

หน้าที่ของธัชราที่วัด คือ ดูแลกิจของพระสงฆ์และ รับผิดชอบงานด้านสื่อให้กับวัด ทั้งอัพเดตข่าวสารทางเฟซบุ๊ก ออกแบบโปสเตอร์และจดหมายข่าว

"หน้าที่เด็กวัดมีหลากหลาย เด็กวัดที่ดีควรตื่นมาทำวัตรเช้าตี 5 ครึ่ง แล้วก็ช่วยพระอาจารย์จัดบาตร มีคนเอาของมาถวายพระ เราก็รับบาตรท่าน พอท่านฉันเสร็จเราก็ต้องล้างบาตร เก็บของเก็บห้องครัว ถูพื้นกวาดพื้น นี่คือหน้าที่พื้นฐานของเด็กวัด ถ้าวัดมีงานขุดดิน พระขุดดินไม่ได้ เราก็ต้องขุดดินแทนท่าน ปลูกต้นไม้ ถ้าเราขับรถได้ พระขับรถไม่ได้ เราก็ต้องขับรถเอาขยะไปทิ้ง เวลามีผู้หญิงมาถวายของเราก็ช่วยยกของ เวลาท่านไม่สบายเราก็พาไปหาหมอ จากเด็กวัดก็เป็นผู้ใหญ่วัด มีหน้าที่มากขึ้น ทำงานธุรการติดต่อ จดหมาย ข่าวสาร ทนายต่าง ๆ" ธัชรากล่าวกับ บีบีซีไทย

ในโครงการคัดเลือกสุดยอดวิทยานิพนธ์ ผลงานศิลปะ "School of Art" ของธัชราได้รับรางวัลจากโรงเรียนศิลปะเบอร์มิงแฮม ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศิลปะแห่งแรกของอังกฤษ เขาได้รับเลือกเป็นศิลปินในพำนัก หรือ Artist in Residence ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์มิงแฮมระหว่างปี 2016-2017

ด้วยตำแหน่งนี้ เขาได้รับเชิญไปอาศัยอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อผลิตงานศิลปะให้กับพิพิธภัณฑ์นี้ โดยเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ และได้แสดงผลงานในห้องที่ทางพิพิธภัณฑ์ใช้แสดงงานศิลปะของลีโอนาร์โด ดา วินชี เมื่อปี 2012 นอกจากนี้เขายังได้รับคัดเลือกจากโครงการ New Art West Midlands เป็น 1 ในศิลปิน 32 คน ได้นำผลงานชิ้นเดียวกันนี้ไปตั้งแสดงที่หอศิลป์วูลเวอร์แฮมป์ตันเป็นเวลา 1 เดือน

Image copyright Tuschara Kiewpukdee
คำบรรยายภาพ งานศิลปะของธัชราที่หอสิลป์วูลเวอร์แฮมป์ตัน

ธัชรากล่าวว่าผลงานของเขาเป็นแนวศิลปะวัฒนธรรมประสาน (Cultural Study Hybrid) เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตก กับความเป็นตะวันออก ผ่านทางตัวละครของชนชาติที่เป็นเผ่าพันธุ์ โดยเขาเลือกใช้ตัวการ์ตูนเป็นสื่อเนื่องจากเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี และยังเป็นสิ่งที่สร้างความเบิกบานใจให้ผู้ที่ได้เห็น

"งานผมจะเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ อีก 20-30 ปี เด็กที่เกิดใหม่ในวัฒนธรรมผสม เค้าเห็นงานผมแล้วสามารถศึกษาแล้วไปแยกแยะได้ว่า มันถูกผสมผสานมาแบบนี้ เมื่อศิลปะถูกผสมผสานเข้ากันมันก็จะเกิดภาพใหม่ ๆ ที่น่าสนใจและมีวัฒนธรรมของตัวเองที่รวมตัวกันได้ เหมือนอย่างทุกคนบนโลกนี้ที่ทุกอย่างผสมผสานไปด้วยกัน ซึ่งเราทำงานศิลปะเชิงใหม่มารองรับกับโลกใหม่ ๆ"

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผลงานชิ้นนี้จะถูกนำไปติดตั้งที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอนช่วงต้นปีหน้า
Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธัชราเริ่มต้นวาดภาพพระเมรุมาศเมื่อเดือนกันยายนแต่ยังไม่เสร็จดี

ธัชราบอกว่าการเป็นเด็กวัด ได้อยู่วัดทำให้ตระหนักเรื่องผลบุญและผลกรรม ได้เจอคนมากมายหลายประเภททำให้ได้ฝึกฝนควบคุมอารมณ์และความรู้สึกไปด้วย เขาไม่ให้ความสำคัญกับความสนุกตามประสาวัยรุ่นมากนัก อีกทั้งไม่ดื่มเหล้า จึงไม่รู้สึกกว่าการอยู่วัดทำให้ชีวิตปกติขาดหายไป ในอนาคต เขาตั้งใจศึกษาต่อจนจบชั้นปริญญาเอกและบวชเป็นพระเพื่อศึกษาพระธรรมสักระยะหนึ่ง แล้วจึงทำงานศิลปะเพื่อพัฒนาสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง