คุณใช้เวลาเท่าไรกว่าจะหลับได้?

  • 23 กุมภาพันธ์ 2018
Falling asleep Image copyright Getty Images

การทำงานของร่างกายจากภาวะตื่นเข้าสู่การหลับใหลยังคงเป็นปริศนาอยู่ คณะนักวิจัยนานาชาติจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กำลังพยายามค้นหาคำตอบว่า คนเราปรับสภาพจากตอนตื่นที่มีสติและควบคุมตัวเองได้ ไปสู่สภาวะที่ไม่รู้สึกตัวและหลับฝันได้อย่างไร และยังศึกษาเลยไปถึงว่าช่วงที่ร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับ เป็นช่วงที่คนเรามีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดจริงหรือไม่

แม้นักประสาทวิทยาจะมีผลงานวิจัยการทำงานของสมองในช่วงที่คนเรานอนหลับอยู่หลายฉบับ แต่ทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ระบุว่ายังมีข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเปลี่ยนผ่านจากตื่นสู่หลับน้อยมาก

นายศรีธา ราชัน ชากันนาธัน นักวิจัยจากเมืองเชนไนของอินเดีย ที่ศึกษาการนอนหลับกล่าวว่า "บางคนหลับอย่างง่ายดาย แต่บางคนก็ใช้เวลานานมาก"

ความเสี่ยงอุบัติเหตุ

นายชากันนาธัน ผู้ได้รับทุนวิจัยเคมบริดจ์ เกตส์ จากมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยนายบิล เกตส์ กล่าวว่าตามปกติแล้ว "ภาวะการเปลี่ยนผ่าน" จะใช้เวลาระหว่างห้าถึง 20 นาที แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยบางคนอาจเข้าสู่ภาวะหลับใหลได้อย่างราบรื่นและปราศจากการรบกวน ในขณะที่บางคนอาจมีภาวะปั่นป่วน

คำบรรยายภาพ นายศรีธา ชากันนาธัน ต้องการศึกษาช่วงเวลาก่อนที่คนเราจะเข้าสู่ภาวะหลับสนิท

ดร.ทริสตัน เบคินชไตน์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการซึ่งคณะนักประสาทวิทยาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กำลังใช้ศึกษางานจิวัย กล่าวว่า บางคนสามารถดึงตัวเองให้ตื่นจากระยะแรกที่เข้าสู่การนอนหลับได้ โดยอธิบายช่วงเวลาดังกล่าว ว่าเป็น "ความง่วง" ที่ดวงตาเริ่มอ่อนล้า สมาธิเริ่มล่องลอย และความคิดในช่วงตื่นตัวเริ่มเลือนราง

งานวิจัยของนายชากันนาธัน ยังรวมถึงการศึกษาความเชื่อมโยง ระหว่างภาวะก่อนหลับใหลกับอุบัติเหตุและข้อผิดพลาดที่เป็นอันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงกลางวันที่คนเรากำลังทำงาน โดยบางคนอาจดูเหมือนตื่นและทำงานได้ แต่หากร่างกายเริ่มข้ามเข้าสู่ช่วงหลับก็อาจเป็นอันตรายได้

'ช่วงจวนหลับคือปัญหาใหญ่'

นายชากันนาธัน กล่าวว่า "หากคุณกำลังทำงานที่น่าเบื่อ คุณอาจไม่ได้เข้าสู่ภาวะหลับลึก แต่จะเป็นช่วงที่ง่วงซึม คุณจะรู้สึกว่าไม่ตื่นตัวและจวนจะหลับ" ซึ่ง "ช่วงจวนจะหลับนี้ อาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ได้" โดยไม่ใช่เฉพาะเรื่องความปลอดภัย เช่นการขับรถ แต่หมายถึงทุกสิ่งที่ต้องใช้สมาธิและการตัดสินใจเป็นสำคัญ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อาการเริ่มง่วงนอน อาจครอบงำเราได้และรบกวนสมาธิในช่วงกลางวัน

นอกจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์จะศึกษา การเปลี่ยนแปลงของระยะเวลาการตอบสนองในช่วงที่คนง่วงแล้ว ยังมีความพยายามระบุลักษณะการเคลื่อนไหวของดวงตาหรือการทำงานของสมอง เพื่อค้นคว้าวิธีเตือนผู้ที่กำลังจะหลับ รวมถึงหาคำอธิบายว่าเหตุใด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงที่คนง่วงนอน มักพบได้บ่อยในผู้ที่ถนัดขวา และการศึกษานี้ ยังพยายามหาวิธีช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองฟื้นฟูการทำงานของร่างกายด้วย

การฝันกลางวัน

ภาวะง่วงซึมดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ในช่วงที่คนเราอ่อนล้าก่อนจะหลับสนิท

นายชากันนาธันกล่าวว่า "คุณจะยับยั้งชั่งใจได้น้อยลงในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะทำให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น... คุณจะมีอิสระในการแสดงออกถึงความเป็นตัวตน และกล้าทำพลาด" คล้ายกับแนวคิดที่ว่าศิลปิน นักดนตรี และนักเขียน มักจะได้รับแรงบันดาลในช่วงเวลาเช่นนี้

งานวิจัยนี้ ยังให้ความกระจ่างเรื่องความเชื่อมโยงกับโลกภายนอกในขณะที่มนุษย์นอนหลับด้วย โดยจากการทดสอบพบว่าผู้ที่นอนหลับอาจไม่ตอบสนองต่อเสียงและคำพูด แต่มีแนวโน้มจะตื่นได้มากกว่าหากได้ยินชื่อคน ซึ่งหมายความว่าสมองของมนุษย์ไม่ได้ทำงานเพราะได้ยินเสียง แต่จะตอบสนองต่อสิ่งที่มีความหมายกับแต่ละบุคคล

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ มูลนิธิบิล เกตส์ ให้เงินทุนสนับสนุนงานวิจัยของนายศรีธา ชากันนาธัน ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

ดร.เบคินชไตน์ กล่าวด้วยว่า ความคิดที่ว่าคนนอนหลับจะไม่รู้เวลานั้นไม่เป็นความจริง โดยยกตัวอย่างผู้ที่ต้องรีบตื่นเช้าไปขึ้นเครื่องบินว่า คนเหล่านี้ สามารถตื่นนอนได้เองเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดังขึ้น "มีความแม่นยำในการคาดคะเนจังหวะเวลาค่อนข้างสูง ดูเหมือนคนเราจะสามารถประเมินว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วได้ดีว่าที่คาดไว้"

นอกจากนี้ ดร.เบคินชไตน์ ยืนยันว่า คนเราไม่สามารถบังคับให้ตัวเองหลับได้ ซึ่งจากการทดลองให้แรงจูงใจเป็นเงินรางวัลกับกลุ่มตัวอย่างที่สามารถนอนหลับได้เร็วที่สุด ปรากฏว่าความกดดันที่จะต้องรีบหลับ ก่อให้เกิดผลในทางตรงกันข้าม

นายชากันนาธัน มองว่า ควรมีงานวิจัยกระบวนการที่ร่างกายผ่อนคลายเพื่อเข้าสู่ภาวะหลับใหลให้มากขึ้น "เมื่อเราบ่นว่านอนไม่หลับ คนมักจะพยายามไปประเมินคุณภาพของการนอน ว่านอนนานเท่าไร และตื่นกลางคันไหม... แต่ไม่ได้สนใจว่าคุณหลับลงอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกว่า และมีส่วนเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ ด้วย"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม