ปลูกผักกินบนผืนดินอันแห้งเหือดในโบลิเวีย
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

โรงเรือนปลูกผักใต้ดิน: เกษตรกรรมบนผืนดินอันแห้งแล้งของโบลิเวีย

  • 18 มิถุนายน 2018

เทือกเขาแอนดีสบริเวณประเทศโบลิเวียในทวีปอเมริกาใต้ มีที่ราบสูงที่ชาวโบลีเวียเรียกว่า อัลติพลาโน (Altiplano) หรือที่ราบสูงโบลิเวีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้วแห่งหนึ่งของโลก ทำให้การทำเกษตรกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความรู้ใหม่ในการสร้างโรงเรือนใต้ดินช่วยให้เกษตรกรที่นี่สามารถปลูกพืชผักเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวได้ตลอดทั้งปี

โบลิเวีย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีส่วนก่อให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน้อยที่สุด ทว่าลักษณะของภูมิประเทศซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบมากที่สุด เกือบ 60% ของเกษตรกรในประเทศนี้อาศัยอยู่บนที่ราบสูงโบลิเวีย ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ทั้งความแห้งแล้ง น้ำค้างแข็ง กระแสลมแรง และแสงแดดที่แผดเผา

แต่เมื่อ 25 ปีก่อน นายปีเตอร์ อิเซลลี อาสาสมัครชาวสวิส ได้นำแนวคิดใหม่ในการเพาะปลูกมาถ่ายทอดให้คนท้องถิ่นได้ใช้กัน นั่นคือการทำโรงเรือนใต้ดินที่ชนพื้นเมืองชาวไอมารา เรียกว่า "วาลีปินี" (Walipini) ซึ่งมีความหมายว่า "ที่อบอุ่น"

นายแกเบรียล กอนโด อาปาซา เล่าว่า วาลีปินีช่วยให้เขาไม่ต้องไปซื้อผักที่ตลาดอีกต่อไป เพราะปัจจุบันสามารถปลูกพืชผักได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงปากท้องคนทั้งครอบครัวตลอดทั้งปี

คำบรรยายภาพ I) อิฐช่วยดูดซับและกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้โรงเรือนอบอุ่นตลอดทั้งปี II) วาลีปินี ช่วยปกป้องพืชผักจากสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุลูกเห็บ และแสงแดดที่แผดเผา

วิธีการสร้าง วาลีปินี มีขั้นตอนดังต่อนี้:

1. ขุดหลุมลึก 1 เมตร

2. ก่อผนังและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ

3. ปูพื้นด้วยก้อนหิน

4. ติดตั้งหลังคาใสให้ทำมุมเอียง 30 องศา ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยเก็บกักความชื้นและลดความต้องการใช้น้ำในการเพาะปลูกลง

รายงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของสารคดีชุด Taking the Temperature ของบีบีซีซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนด้านการผลิตโดย Skoll Foundation มูลนิธิในสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนที่โลกกำลังเผชิญ