คุยกับคน 4 อาชีพ ชีวิตเป็นอย่างไรในยุคที่ยังไม่มีกูเกิล

  • 19 กรกฎาคม 2018
Image copyright Google

จะดีไหม ถ้าเลี้ยงแมวด้วยอาหารมังสวิรัติแบบวีแกน? กลิ่นสดชื่นของเด็กทารกมาจากไหน ? ความรักคืออะไร? คำถามเหล่านี้ ต่างถูกป้อนผ่านแป้นพิมพ์เข้าไปในช่องค้นหาของกูเกิล

ตั้งแต่ กูเกิล ก่อตั้งมาเป็นเวลา 20 ปี เสิร์ชเอ็นจินแห่งนี้ได้มอบคำตอบให้แก่คำถามที่ถูกค้นหาบนหน้าเว็บไซต์ ก่อนจะพัฒนาเป็นการค้นหาจาก "คำค้น" นี่คือนวัตกรรมสำคัญจากองค์กรธุรกิจที่เพิ่งถูกอียูปรับเป็นเงินราว 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากข้อกล่าวหาการผูกขาดทางการค้าในตลาดผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง

บีบีซีสำรวจอาชีพที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงจากนวัตกรรมการค้นหาของกูเกิล มาดูกันว่าการงานเหล่านี้สำเร็จลงได้อย่างไรในยุคที่ไม่มีกูเกิล

นักข่าว

กาเรธ ฮิวจ์ เป็นผู้สื่อข่าวให้กับ 'เดลี่ โพสต์' หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจากทางตอนเหนือของเวลส์ ตั้งแต่ปี 1974 ถึง 2006 (และเป็นพ่อของผู้เขียนบทความนี้ด้วย)

"ผมต้องเขียนเรื่องราวหลากหลายหัวข้อ ซึ่งก็ไม่มีใครคาดหวังว่าผมต้องรู้ทุกอย่าง" กาเรธกล่าว "ตอนนั้นผมก็คงมีสารานุกรมเล่มหนึ่ง หรือมีห้องสมุดท้องถิ่น แต่สิ่งสำคัญในการทำข่าวคือ การต้องรู้ว่าใครเป็นผู้รู้เรื่องนั้น และรู้ว่าใครที่จะรู้จักคนเหล่านั้นที่จะให้ข้อมูลได้ ผมชอบคิดเสมอว่า ผมมีแหล่งข่าวอยู่ในทุก ๆ หมู่บ้านเวลาต้องทำข่าว"

Image copyright GARETH HUGHES
คำบรรยายภาพ กาเรธ ฮิวจ์ กับเครื่องพิมพ์ดีด

"เรายังมีห้องสมุดอยู่ที่สำนักงานกลางของหนังสือพิมพ์ในเมืองลิเวอร์พูล พวกเขาเก็บหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ตัดเก็บข่าวทุกข่าวในกรอบหนังสือพิมพ์ ถ้าคุณต้องการเรื่องอะไรหรืออยากรู้หัวข้ออะไรเป็นการเฉพาะ บรรณารักษ์จะไปหาให้คุณแล้วส่งมาให้ทางโทรสาร มันน่าอัศจรรย์มาก"

"ผมก็เก็บทุกอย่างไว้เหมือนกัน ผมยังจำได้อยู่เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของเด็กหญิงทารกที่เพิ่งเกิดในเขตชนบทอันห่างไกลในฤดูหนาว เด็กคนนั้นน้ำหนักตัวเท่าเพียงถุงน้ำตาลถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนู เธอถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลลำเลียงอย่างช้า ๆ ฝ่าหิมะและน้ำแข็งในทุ่งโล่งกว้าง ตอนนั้นไม่มีใครคิดหรอกว่าเด็กคนนั้นจะรอดชีวิต"

"ผมเขียนเรื่องราวของเด็กคนนั้นในอีก 6 เดือนต่อมาหลังจากเธอออกจากโรงพยาบาล และอีกหลายปีต่อมา ผมได้ไปอ่านข่าวที่ตัดเก็บไว้และบังเอิญเจอเรื่องของเด็กน้อยคนนั้น ผมก็คิดได้ว่าเวลานี้เธอก็อายุ 21 ปีแล้ว ผมเลยยกหูโทรไปถามที่ที่ทำการไปรษณีย์ เลยรู้ว่าบ้านเธออยู่ไม่ห่างจากออฟฟิศผมนี่เอง"

"ตอนหลังมีกูเกิลมันก็มีประโยชน์ดี แต่ไม่มีอะไรเทียบได้กับการติดต่อแบบพบปะซึ่งหน้า"

นักกฎหมาย

ฮิลารี เฮลบรอน เริ่มทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายประจำศาลเมื่อปี 1972 ปัจจุบันเธอเป็นสมาชิกของสำนักกฎหมายประจำศาลบริค (Brick Court Chambers) ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เธอเป็นนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมทั้งกฎหมายอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

"เมื่อแรกเริ่มเข้ามาทำอาชีพ นักกฎหมาย คุณจะได้รับคำแนะนำต่าง ๆ และคุณต้องศึกษาวิจัยด้วยตัวคุณเองด้วย ไม่ว่าจะทั้งรายงานกฎหมาย ตำรา และการไปห้องสมุด ซึ่งในการวิจัยคุณต้องไปยังสถาบันกฎหมายมิดเดิ้ล เทมเพิล สถาบันกฎหมายเก่าแก่หนึ่งในสี่แห่งของสหราชอาณาจักร เพื่อค้นหาข้อมูลคดีเก่า ๆ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ฮิลารี เฮลบรอน (ขวา) กับพอ่และแม่ของเธอ ในวันที่เธอสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดเมื่อปี 1974

"แต่ทุกวันนี้ รายงานทางกฎหมายเปิดดูได้แล้วทางออนไลน์ ฉันมีรายงานพวกนี้เก็บบนชั้นหนังสือมากมายหลายชุด มันก็ดูดีนะ แต่ว่าไม่ได้ใช้งานจริงเลย"

"เป็นเรื่องน่ายินดีที่คุณประหยัดเวลาไปได้มาก และก็สะดวกขึ้นมาก แต่บางที ก็ไม่ได้ประหยัดเวลาไปกว่าเดิมมาก เพราะกลายเป็นว่ามีสิ่งที่ต้องตรวจสอบมากขึ้นกว่าแต่ก่อน คุณต้องระวังอย่างมาก"

"สมัยก่อนคุณโฆษณาไม่ได้ ความคิดทางการตลาดทั้งหลายมักเป็นที่น่ารังเกียจของผู้คน คุณจะสร้างสายสัมพันธ์ขึ้นมาได้ก็จากผลงานที่ดีของคุณเท่านั้น ถึงจะหวังว่าลูกค้าจะกลับมาใช้บริการอีก"

บรรณารักษ์

หลายทศวรรษก่อนนี้ พนักงานในหอสมุดประชาชนนิวยอร์กทำหน้าที่เสมือน "กูเกิลในภาคมนุษย์" ที่นำเอาคำถามจากคนที่มาใช้บริการมาค้นหาคำตอบในฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล

แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพนักงานของหอสมุดแห่งนี้ ก็ไปพบกล่องกระดาษใบหนึ่งซึ่งบรรจุแผ่นกระดาษคำถามของประชาชนที่มาขอรับบริการ พวกเขาเผยแพร่บางส่วนของคำถามลงบนอินสตาแกรมของห้องสมุด

คำถามหนึ่งที่ถูกถามในปี 1948 ถามว่า "ฉันจะหาข้อมูลจำนวนธุรกิจและเม็ดเงินในธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายศพได้จากที่ไหน"

ในปี 2018 เมื่อพิมพ์คำถามนี้ไปในกูเกิล กูเกิลแนะนำให้เข้าไปอ่านรายงานข่าวสืบสวนสอบสวนการค้าร่างผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ที่ผลิตโดยสำนักข่าวรอยเตอร์

"หนูอาเจียนได้หรือไม่" มีผู้มาใช้บริการห้องสมุดคนหนึ่งถามเมื่อปี 1949 ด้วยเหตุผลที่ไม่แน่ชัดว่าทำไมถึงอยากรู้ และก็ได้คำตอบจากพนักงานห้องสมุดว่า "ใช่ หนูอาเจียนได้แน่นอน"

"หากงูพิษกัดตัวเอง มันจะตายไหม" นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำถามในปี 1949 พวกเขามักมีคำถามแปลก ๆ เกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งเมื่อถามกูเกิลในปี 2018 กูเกิลตอบว่า ไม่มีใครรู้แน่ชัดเรื่องนี้

อีกคำถามหนึ่งถามว่า "ทำไมภาพวาดของอังกฤษในศตวรรษที่ 18 มักมีตัวกระรอกหลาย ๆ ตัวอยู่ในภาพ พวกเขาทำให้มันเชื่องได้อย่างไรที่จะไม่ให้ถูกกัด" กูเกิล ให้คำตอบว่า ในเวลานั้นผู้หญิงมักจะเลี้ยงกระรอกเป็นสัตว์เลี้ยง

นักวิชาการ

เจนีซ เยลลิน สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกในสาขาอารยธรรมนูเบียโบราณศึกษาที่วิทยาลัยแบรนดิสในบอสตันเมื่อช่วงปี 1970 ปัจจุบันเธอเป็นศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะที่วิทยาลัยแบ็บสันในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

"กูเกิลเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ฉันสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ต้องเสียเวลาไปถึงพิพิธภัณฑ์หรือกระทั่งห้องสมุด และฉันสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มันย่นระยะเวลาสำหรับทำวิจัยของฉันไปได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์"

Image copyright JANICE YELLIN
คำบรรยายภาพ เจนีซ เยลลิน ขณะสำรวจปิรามิดนูของอารยธรรมนูเบียโบราณ

"มัน (กูเกิล) เปลี่ยนวิธีการทำงานของฉันอย่างสิ้นเชิง ฉันสามารถนั่งที่เก้าอี้ทำงานได้แทนที่จะต้องมาวางแผนว่าวัน ๆ หนึ่งต้องทำอะไร ฉันอาจจะง่วนกับการทำอะไรบางอย่าง และหากข้อมูลไม่พอ จึงค่อยวางงานนั้นลงแล้วไปห้องสมุดเพื่อหาบางอย่างเพิ่ม"

อย่างไรก็ตาม ศาสตรจารย์ผู้นี้ก็มองว่า ในห้องสมุดก็มีสายสัมพันธ์ของความเป็นชุมชน และยังมีมิติในแง่เส้นทางอาชีพ ซึ่งมีคุณค่าที่ประเมินไม่ได้ในนั้น เธอยังเห็นอีกว่า การทำงานทางออนไลน์นั้นโดดเดี่ยวกว่านั้นมาก

"เป็นเวลาที่ดีงามที่จะถูกใช้ไปกับหนังสือที่อยู่ล้อมรอบและผู้คนที่นั่น นักศึกษาสมัยนี้ไม่ได้สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์แบบนั้นแล้ว" เธอกล่าวในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม