ภาวะโลกร้อนอาจทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนเบียร์ทั่วโลก

  • 16 ตุลาคม 2018
Visitors celebrate in a beer tent at the opening day of the 2018 Oktoberfest beer festival on September 22, 2018 in Munich, Germany. Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นี่อาจเป็นข่าวร้ายสำหรับเทศกาลเบียร์อ็อกโทเบอร์เฟสต์ในเยอรมนี ที่แต่ละปีมีการดื่มเบียร์กันหลายล้านลิตร

แม้นักวิทยาศาสตร์จะเฝ้าย้ำเตือนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่นการเกิดภัยธรรมชาติมาหลายต่อหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจลงมือแก้ไขภาวะโลกร้อนกันได้อย่างจริงจังนัก

แต่อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดที่ชี้ว่าอุณหภูมิโลกซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อการผลิตเบียร์ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมของคนทั่วโลก อาจทำให้คอเบียร์ส่วนใหญ่เริ่มหวั่นเกรงและตระหนักถึงภัยด้านสิ่งแวดล้อมนี้มากขึ้นก็เป็นได้

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลียในสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังจะลงตีพิมพ์ในวารสาร Nature Plants ระบุว่าสภาพอากาศที่ผันผวนและรุนแรงสุดขั้วเนื่องจากภาวะโลกร้อน อาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตข้าวบาร์เลย์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ในอนาคตอันใกล้นี้

ทีมผู้วิจัยประมาณการว่า ภัยแล้งหรือเหตุน้ำท่วมฉับพลันจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อธัญพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเบียร์ จนอาจทำให้ปริมาณการบริโภคเบียร์ทั่วโลกต้องลดลงถึง 16% หรือราว 2.9 หมื่นล้านลิตร ซึ่งเท่ากับปริมาณการบริโภคเบียร์ต่อปีในสหรัฐฯ

เรื่องนี้นับเป็นข่าวร้ายสำหรับคอเบียร์ รวมทั้งแวดวงอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้คาดกันว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวกำลังจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2022

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ภัยธรรมชาติจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อข้าวบาร์เลย์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตเบียร์

สำหรับจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีการบริโภคเบียร์มากที่สุดในโลก ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติจะทำให้ปริมาณการบริโภคลดลงราว 10% หรือเท่ากับเบียร์กว่า 1.2 หมื่นล้านกระป๋องหายไปจากตลาด ส่วนที่สหรัฐฯนั้น ปริมาณการบริโภคเบียร์อาจถูกจำกัดให้ลดลงสูงสุดถึง 20% หรือเกือบ 1 หมื่นล้านกระป๋อง

การที่เบียร์ขาดตลาดจะทำให้ราคาเบียร์ถีบตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีและผู้คนรักการดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจอย่างไอร์แลนด์ ราคาเบียร์ 1 แพ็ก ซึ่งมีอยู่ 6 ขวด อาจแพงขึ้นกว่าเดิมถึง 21 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 686 บาท) ได้เลยทีเดียว

ศ. ก้วน ต้าป๋อ ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า วิกฤตขาดแคลนเบียร์สามารถลุกลามไปเป็นปัญหาทางสังคมและการเมืองได้ด้วย เพราะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอาจถูกจำกัดไม่ให้เข้าถึงเบียร์ ซึ่งกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ราคาสูงเกินเอื้อมไปเสียแล้ว

"เราไม่ได้ทำวิจัยเพื่อบอกให้ผู้คนรีบ ๆ ดื่มเบียร์ตุนไว้ เผื่อว่าจะไม่มีดื่มในวันข้างหน้า" ศ. ก้วน กล่าว "แต่สิ่งที่เราย้ำเตือนก็คือ หากยังอยากจะมีเบียร์เย็น ๆ ดื่ม ตอนที่นั่งดูการแข่งขันฟุตบอลรายการโปรด ก็ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขภาวะโลกร้อน"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม