“เสพติดเซ็กส์” ภาวะเจ็บป่วยทางใจหรือแค่ข้ออ้างของนักข่มขืน ?

  • 7 พฤศจิกายน 2018

คำเตือน : บทความนี้มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น

Illustration showing adult film Image copyright Karen Charmaine Chanakira

นับเป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด เข้ารับการรักษาบำบัดพฤติกรรม "เสพติดเซ็กส์" ที่คลินิกแห่งหนึ่ง หลังเผชิญกับข้อกล่าวหาว่าก่อเหตุข่มขืน รวมทั้งข่มเหงรังแกทางเพศกับดาราสาวและสตรีในวงการบันเทิงหลายต่อหลายคน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของขบวนการ "มีทู" (Me Too) ที่หญิงผู้เสียหายพากันออกมาเปิดโปงความเลวร้ายที่เขาได้กระทำและใช้อิทธิพลปกปิดเป็นความลับมานาน

อาการ "เสพติดเซ็กส์" ที่ว่านี้ หลายคนอาจสงสัยว่าเป็นความเจ็บป่วยทางจิตใจที่มีอยู่จริง หรือเป็นเพียงแค่ข้ออ้างให้อาชญากรนักข่มขืนได้พ้นผิด ไม่ต้องรับโทษหนักกันแน่ ?

สังคีตา มิสกา ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานถึงประสบการณ์จริงของผู้ที่บอกว่าเคยมีอาการเสพติดเซ็กส์ และร่วมค้นหาความจริงว่าภาวะนี้มีอยู่ในทางการแพทย์หรือไม่ ถ้ามี มันคืออะไรกันแน่ ?

เรื่องเหลือเชื่อของ "เนลา"

Image copyright Karen Charmaine Chanakira
คำบรรยายภาพ บทความนี้มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น

เนลาเป็นหญิงสาวจากประเทศแถบเอเชียกลาง ซึ่งย้ายเข้ามาอาศัยและทำงานในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ 15 ปีก่อน เธอประจำอยู่ในแผนกซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทการเงินใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งแผนกของเธอเต็มไปด้วยบรรดาชายฉกรรจ์ที่ชอบแสดงอำนาจความเป็นผู้นำ ผู้ชายกลุ่มนี้ต่างก็มีรายได้สูงและได้เงินโบนัสกันปีละหลายล้านปอนด์

เนลาเป็นหนึ่งในพนักงานหญิงที่มีกันเพียงสองคนในแผนก ทำให้บางครั้งเพื่อนร่วมงานชายก็จะแกล้งเย้าแหย่เธอด้วยเรื่องทางเพศ เช่นเปิดคลิปภาพยนตร์โป๊เปลือยบนจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ปกติใช้แสดงข้อมูลล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์

"ฉันไม่ชอบเลย แต่ฉันยังเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของตัวเอง ทั้งยังต้องกระเสือกกระสนเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ในเมืองใหญ่ งานนี้เงินดีมากและเป็นอาชีพที่มีภาพลักษณ์ดูดีหรูหรา ฉันจึงไม่อยากจะเสียมันไป" เนลากล่าว

"ฉันรู้ว่าพวกผู้ชายในแผนกพยายามจะยั่วยุให้ฉันมีปฏิกิริยาตอบสนองให้ได้ พวกเขาต้องการทำให้ฉันช็อกตกตะลึง ซึ่งมันทำให้ฉันเริ่มกลับบ้านมาดูหนังโป๊และสื่อลามกอื่น ๆ ด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้คุ้นเคยและเฉยชา ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเมื่อถูกแกล้งในที่ทำงานอีก"

Image copyright Karen Charmaine Chanakira

แต่แทนที่เนลาจะเฉยชาไร้ความรู้สึกกับภาพยนตร์โป๊เปลือยเหล่านี้ เธอกลับ "เสพติด" มันเข้าอย่างจังภายในเวลารวดเร็วเกินคาด การที่เธอโตมากับครอบครัวหัวเก่าซึ่งไม่เคยพูดคุยกันเรื่องเพศเลยนั้น ทำให้ปราศจากภูมิคุ้มกันที่จะปกป้องตัวเองจากการเสพติดเรื่องแบบนี้ได้

ทุกวันขณะอยู่ในที่ทำงาน เนลาคิดแต่จะรีบกลับบ้านเพื่อมาค้นหาภาพยนตร์แนวสยิวและเลือกของเล่นทางเพศที่ชอบ จากนั้นเธอก็จะเริ่มช่วยตัวเองเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน

"ในตอนที่เริ่มทำมันจะเป็นไปอย่างช้า ๆ ฉันจะเริ่มมีอารมณ์ขึ้นทีละน้อย จากนั้นจะสลับไปมาระหว่างการเฝ้าดูเฉย ๆ มาใช้อุปกรณ์ทางเพศด้วย ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกกระตุ้นเร้า เมื่อได้ดูสิ่งที่น่าตื่นเต้น มันเหมือนกับว่าจิตใจของฉันหลุดลอยออกไป ฉันรู้ดีว่ากระบวนการนี้จะไม่หยุดลงจนกว่าฉันจะเป็นผู้กดปุ่มปิดสวิทช์ ฉันคือผู้ควบคุมมัน ควบคุมทุกแง่มุมในความสำราญของตัวเองได้ มันทำให้ฉันถึงจุดสุดยอดซึ่งไม่อาจจะมีได้กับมนุษย์คนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ใช่กับผู้ชายอย่างแน่นอน"

"จากช่วงที่เริ่มช่วยตัวเองไปจนถึงจุดสุดยอด กินเวลาอย่างมากประมาณ 5-10 นาทีในแต่ละครั้ง ทำให้ฉันต้องหยุดพักเป็นช่วง ๆ เพราะไม่อยากให้ภาวะนี้สิ้นสุดลง ซึ่งก็คล้ายคนที่รู้สึกมึนเมากับสิ่งเสพติดนั่นเอง เทคนิคนี้ทำให้ฉันอยู่กับความสุขทางเพศได้นาน 2-3 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์"

พฤติกรรมของเนลาถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ปรารถนาที่เธอไม่อาจยับยั้งตนเองได้ หากไม่ได้ดูภาพยนตร์โป๊เปลือยหรือสื่อทางเพศอื่น ๆ เธอจะรู้สึกกระหายใคร่อยากอยู่ตลอดเวลา เธอใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ เฝ้าให้เหตุผลกับตัวเองว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องผิด แม้มันจะดูอันตรายและน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้นทุกทีก็ตาม

"ฉันคิดว่าทุกอย่างปลอดภัย ด้วยวิธีนี้ฉันจะรอดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยงามเพื่อหาคู่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามที่ฉันกำหนด โดยสามารถรับประกันผลลัพธ์ที่จะออกมาได้อย่างแน่นอน"

แต่ยิ่งนานวันเข้า เส้นทางการหาความสุขเล็ก ๆ เป็นส่วนตัวของเนลากลับผกผันเข้าสู่มุมมืดมากขึ้นทุกที "คุณอาจจะเริ่มจากการดูหนังโป๊ชนิดนุ่มนวลอ่อนหวานที่เรียกกันว่าหนังแบบ "วานิลลา" ซึ่งมักจะเป็นคู่ชาย-หญิง หรือหญิง-หญิง ที่ร่วมรักกันตามปกติ แต่ผ่านไปสักพักมันจะใช้ปลดปล่อยอารมณ์ของคุณไม่ได้อีกต่อไป ร่างกายจะเริ่มเฉยชาต่อการกระตุ้นเร้าแบบธรรมดาสามัญ ซึ่งก็เหมือนกับการติดยาเสพติด คุณจะต้องเพิ่มปริมาณการเสพให้มากขึ้น หรือเปลี่ยนมาใช้ยาแรงขึ้น ซึ่งทำให้ต้องหันมาดูสื่อลามกที่มีความรุนแรงหรือวิตถารมากขึ้นเรื่อย ๆ"

"ฉันเริ่มดูคลิปการร่วมเพศทางทวารหนัก แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มไม่รู้สึกอะไรอีก เลยต้องเลื่อนระดับขึ้นมาหาดูคลิปแบบสุดขั้วจำพวกรุมโทรมข่มขืนแทน จนเริ่มเป็นกังวลว่าตัวเองกลายเป็นพวกวิตถารไปเสียแล้ว"

แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกอับอายต่อพฤติกรรมของตนเอง ทำให้ผู้ที่คิดว่าตนมีอาการเสพติดเซ็กส์อย่างเนลาคอยแต่จะหลบซ่อนปิดบังความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ยิ่งทำให้ถลำลึกลงไปในวังวนของการเสพติดอารมณ์ทางเพศเข้าไปอีก เนลาบอกว่า "มันเป็นความรู้สึกที่ผสมระคนกัน ทั้งการถูกกระตุ้นเร้าและความรู้สึกอับอาย"

การเสพติดเซ็กส์เปลี่ยนทัศนคติของเนลาที่มีต่อผู้ชายไปอย่างสิ้นเชิง ในเวลาที่เธอมองหาคู่ เธอจะมองข้ามลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพของผู้ชายไป แต่จะพุ่งความสนใจไปที่ความน่าดึงดูดทางเพศของร่างกายแทน

Image copyright Karen Charmaine Chanakira

"ฉันพยายามจะมองทะลุเสื้อเข้าไปดูว่าเขามีกล้ามหน้าท้องซิกซ์แพ็กหรือเปล่า แม้แต่ขนาดเจ้าโลกตามมาตรฐานโดยเฉลี่ยของคนอังกฤษก็ไม่ใหญ่พอสำหรับฉันอีกต่อไป นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีในการเลือกคู่ชีวิตเลย"

ไม่น่าแปลกใจว่าเนลามีความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ทำให้เธอกลัว เท่ากับการที่เธอเริ่มอดไม่ได้ที่จะต้องดูหนังซึ่งใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงเป็นประจำ

"ฉันเริ่มถามตัวเองว่า อะไรคือขั้นถัดไป ? ในที่สุดฉันจะต้องดูแต่หนังประเภทฆ่าข่มขืนหรือทรมานทำร้ายกัน เพียงเพื่อจะได้หายจากอาการลงแดงอย่างนั้นหรือ ?"

เนลาตัดสินใจลาออกจากงาน และย้ายออกจากเมืองใหญ่แห่งนั้นเพื่อเข้ารับการบำบัด ในที่สุดเธอได้รับโอกาสให้เข้าฝึกอบรมเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาที่ศูนย์ Laurel Center ใจกลางกรุงลอนดอน โดยขณะนี้เนลาในวัย 40 ปี มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการให้คำปรึกษาแก่ผู้มีภาวะเสพติดเซ็กส์โดยเฉพาะ

อาการ "เสพติดเซ็กส์" เป็นภาวะที่มีอยู่จริงในทางการแพทย์หรือไม่ ?

องค์การอนามัยโลก (WHO) เพิ่งจัดให้อาการผิดปกติอันเนื่องมาจากพฤติกรรมทางเพศที่ไม่สามารถยับยั้งได้ (CSBD) ซึ่งก็คือภาวะเสพติดหรือคลั่งเซ็กส์ เข้าอยู่ในบัญชีรายชื่อโรคต่าง ๆ ที่วงการแพทย์รับรองว่าเป็นอาการเจ็บป่วยที่มีอยู่จริง

แต่อย่างไรก็ตาม บางประเทศอย่างสหราชอาณาจักรยังไม่รับรองว่าอาการนี้เป็นโรค ทำให้ไม่มีการจัดเก็บสถิติผู้ป่วย และสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของอังกฤษ ไม่มีการเปิดบำบัดรักษาพฤติกรรมผิดปกติในลักษณะนี้ มีเพียงคลินิกเอกชนหลายแห่งที่อ้างว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดหลายร้อยคนหรือแม้แต่ในระดับพันคนต่อปี และส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชาย

ค่าบริการของคลินิกเอกชนที่รับรักษาอาการเสพติดเซ็กส์ในอังกฤษนั้นสูงมาก บางแห่งคิดเป็นหลายร้อยปอนด์ต่อชั่วโมง แต่มีรายงานว่าไม่สู้จะพบคนไข้หญิงอย่างเนลาเข้ามาขอรับบริการมากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความอาย

เมื่อเทียบกับกรณีของเนลากับ "พอล" คนไข้ชายวัย 50 ปีผู้มีอาการเสพติดเซ็กส์อีกรายหนึ่ง เรื่องราวกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พอลกล้าที่จะเข้ารับการบำบัด อาจเป็นเพราะเขาเป็นเพศชายและมีปัญหาจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา

พอลบอกว่าอาการเสพติดเซ็กส์เริ่มขึ้นตั้งแต่ 30 ปีก่อน ในสมัยที่เขายังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย พอลคบหาเป็นแฟนกับนักศึกษาสาวคนหนึ่งอย่างจริงจัง แต่จู่ ๆ ในวันหนึ่งเขาเริ่มมีความปรารถนาทางเพศที่รุนแรงจนทนไม่ได้ แม้จะรักแฟนสาวมาก แต่เขาก็ออกไปซื้อบริการจากโสเภณีเพื่อดับความต้องการประสบการณ์ทางเพศที่ตื่นเต้นเร่าร้อน

"ผมรู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้ ผมไม่เคยนอกใจเธอเลย แต่มีบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ภายในไม่ถึงอาทิตย์หลังจากนั้น ผมเปลี่ยนเป็นคนละคน คบผู้หญิงซ้อนกันทีเดียวหกคน แล้วก็ยังไปหาซื้อบริการทางเพศกับโสเภณีอีกสองสามคนต่อสัปดาห์ มันเหมือนกับสั่งพิซซ่ามากินเวลาหิว ผมต้องการอะไรผมก็สั่งมา แล้วก็ลืมมันไปเลย" พอลกล่าว

Image copyright Karen Charmaine Chanakira

แม้จะรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นผิดปกติอย่างมาก แต่เขาก็ยังลังเลว่าจะสารภาพเรื่องนี้เพื่อขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดีหรือไม่ ในช่วงนั้นเองพอลได้งานแรกทำหลังจบการศึกษา โดยต้องย้ายเข้ามาอยู่ในลอนดอน มหานครที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วเย้าซึ่งทำให้พฤติกรรมเสพติดเซ็กส์ของเขารุนแรงขึ้น

"ชีวิตตอนนั้นเหลือเชื่อมาก ผมได้งานที่ค่าตอบแทนดี ได้บินไปทั่วโลกกับเครื่องบินคองคอร์ด ได้ไปบาร์ที่มีสาวเต้นแลปแดนซ์แบบถึงเนื้อถึงตัวบ่อย ๆ กับเพื่อนร่วมงาน มันมากจนถึงจุดที่ผมคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่นั้นคงจะปกติ ไม่มีปัญหาอะไรต้องกังวล"

"แต่ละคืนผมใช้เงินไปเที่ยวบาร์แบบนี้กว่าพันปอนด์ โดยไปกับพวกเพื่อน ๆ ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี แต่มีผมคนเดียวที่จะกลับไปอีกครั้งในคืนวันเสาร์ด้วย"

อาการของพอลเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดรสนิยมทางเพศของเขามาถึงจุดเปลี่ยน ทำให้ต้องมีความสัมพันธ์ทางกายกับเพศเดียวกันนานถึงสิบปี ทั้งที่ไม่ได้เป็นชายรักชาย แต่เขาบอกว่าทำลงไปเพียงเพื่อแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจทางเพศในระดับที่รุนแรงขึ้นเท่านั้น "ผมมีแฟนสาวแสนดีอยู่ด้วยซ้ำในตอนนั้น แต่ก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้"

Image copyright Karen Charmaine Chanakira

ทุกวันนี้พอลได้รับการบำบัดจากศูนย์ Laurel Center ในระยะยาว และกำลังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเขาไม่ได้ซื้อบริการทางเพศมาหลายปีและไม่ได้ดูสื่อทางเพศมาหลายเดือนแล้ว เป้าหมายของเขาคือการที่จะได้ลงเอยอย่างมีความสุขกับผู้หญิงสักคนหนึ่งเพียงคนเดียว

สังคีตา มิสกา ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า นอกจากเนลาและพอลแล้ว เธอยังได้พูดคุยกับผู้ป่วยอาการเสพติดเซ็กส์อีกหลายคน แต่ไม่มีใครเคยก่อเหตุข่มขืนหรืออาชญากรรมทางเพศขึ้น ทุกคนมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่ายหรือไม่ก็หาความสุขทางเพศเพียงลำพัง แม้จะทำให้เกิดอาการเสพติดและปัญหาทางจิตใจก็ตาม ซึ่งก็ถือเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของพวกเขาเองเท่านั้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม