'การเที่ยวชมชนเผ่า' ถูกจับตามอง หลังชนเผ่าเซนทิเนลสังหารหนุ่มอเมริกันที่บุกขึ้นเกาะ

  • 24 พฤศจิกายน 2018
ผู้ชายจากชนเผ่าจาราวา ยืนอยู่ในน้ำ ตั้งท่าเตรียมยิงธนู Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อันดามัน เป็นที่อยู่ของชนเผ่า "เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์" 5 ชนเผ่า รวมถึง จาราวา และ เซนทิเนลเหนือ

การเสียชีวิตของหนุ่มอเมริกันจากฝีมือของสมาชิกชนเผ่า ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์บนเกาะเซนทิเนลเหนือของหมู่เกาะอันดามัน นอกชายฝั่งทางตะวันออกของอินเดีย ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับ "การเที่ยวชมชนเผ่า" ที่แอบทำกันบริเวณหมู่เกาะอันดามัน ออมคาร์ คันด์เอคาร์ มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้

ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะเซนทิเนลเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าไม่กี่กลุ่มที่ "ตัดขาด" กับโลกภายนอก ได้สังหารจอห์น อัลเลน โช ชาวอเมริกันวัย 27 ปี ด้วยการยิงธนูใส่ ขณะที่เขาเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตำรวจระบุว่า โช ได้ว่าจ้างชาวประมงในพื้นที่ 6 คน เป็นเงิน 25,000 รูปี หรือประมาณ 11,700 บาท เพื่อให้พาเขาไปยังเกาะเซนทิเนลเหนือ รายงานของสื่อหลายแห่งระบุว่า เขาต้องการไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ให้กับชาวเกาะ

Image copyright INSTAGRAM/JOHN CHAU
คำบรรยายภาพ เมื่อ 21 ต.ค. ผู้ใช้งานอินสตาแกรมที่ชื่อว่า @johnachau ซึ่งคาดว่าเป็นของจอห์น อัลเลน โช ได้โพสต์ภาพขณะโชอยู่บนเรือ

หมู่เกาะอันดามัน เป็นที่ตั้งของชนเผ่าที่ "เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์" 5 ชนเผ่า ได้แก่ จาราวา, เซนทิเนลเหนือ, เกรตอันดามัน, อองเก และชอมเพน ชนเผ่าจาราวาและเซนทิเนลเหนือนั้นแปลกแยกจากโลกภายนอก ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่น่าสนใจในสายตานักท่องเที่ยวราว 5 แสนคนที่เดินทางไปเยือนหมู่เกาะเหล่านี้ในแต่ละปี

ในปีนี้ กระทรวงมหาดไทยของอินเดียได้ประกาศละเว้นให้ชาวต่างชาติไม่ต้องขอใบอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้าม (restricted area permits--RAP) ในการเดินทางเยือนเกาะ 29 แห่ง

โดยรวมถึง 9 เกาะของหมู่เกาะนิโคบาร์ และอีก 2 เกาะของหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าและชนพื้นเมืองที่ถือว่า "เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์" เกาะเซนทิเนลเหนือก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่เจ้าหน้าที่ทางการยืนกรานว่า นักท่องเที่ยวจะยังต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของทางการประจำเขตพื้นที่ และกรมป่าไม้ ในการเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านั้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การชมชนเผ่าจาราวา นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องนั่งรถบัส 2 ชั่วโมงที่ตัดผ่านเขตสงวนจาราวา

ชาวจาราวา อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวน 1,028 กม. ระหว่างหมู่เกาะอันดามันกลางและใต้ การชมพวกเขา นักท่องเที่ยวต้องนั่งรถบัส 2 ชั่วโมงจากกรุงพอร์ตแบลร์ เมืองหลวงของหมู่เกาะอันดามัน ไปยังเมืองบาราตัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำหินปูนและภูเขาไฟโคลนจำนวนมาก พวกเขาต้องเดินทางไปตามถนนอันดามันทรังก์ (Andaman Trunk Road--ATR) ซึ่งตัดผ่านเขตสงวนจาราวา

ในปี 2013 ศาลสูงสุดได้ห้ามนักท่องเที่ยวใช้เส้นทาง ATR หลังจากมีคลิปวิดีโอที่ถ่ายโดยนักข่าวคนหนึ่ง เผยให้เห็นตำรวจบังคับให้ผู้ชายชนเผ่าจาราวา 6 คน เต้นรำให้นักท่องเที่ยวดู ศาลกลับคำตัดสินหลังจากรัฐบาลของรัฐยื่นหนังสือที่รับปากว่าจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปหรือให้มีการตั้งร้านค้าในพื้นที่

"รัฐบาลให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นมาเป็นเวลานาน" มานิช จันดี จากทีมสิ่งแวดล้อมอันดามันนิโคบาร์ ซึ่งศึกษาหมู่เกาะเหล่านี้ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา กล่าว

"หลังจากคำตัดสินของศาล ได้มีการให้บริการเรือข้ามฟากจากกรุงพอร์ตแบลร์ ไปยังเกาะบาราตัง ถือเป็นทางเลือกที่ฉลาด ถ้าถูกถาม พวกเขาก็จะบอกว่า มันเป็นทางเลือกในการเดินทางนอกจากทางถนนที่สามารถใช้งานได้ และก็ขึ้นอยู่นักท่องเที่ยวว่าจะเลือกทางไหน แต่ปกตินักท่องเที่ยวก็ 'เลือก' ถนนอยู่แล้ว"

ขณะนี้ไม่มีการติดต่อโดยตรงใด ๆ กับเกาะเซนทิเนลเหนือ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพอร์ตแบลร์ไปทางตะวันตกราว 50 กม. แต่มีเจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งไปลาดตระเวนอยู่บ่อย ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวใจกล้าเหล่านี้กลับเข้าฝั่ง กระนั้น นายจันดี ก็บอกว่า ผู้คนยังคงพยายามที่จะดูชนเผ่าเซนทิเนลเหนือให้ได้ โดยมักจะติดสินบนชาวประมงในพื้นที่

นายจันดี เล่าว่า "ในปี 2013-14 นักธุรกิจที่อยู่ในนครมุมไบถูกจับขณะอยู่บนเรือตกปลาโดยเจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งซึ่งคอยเฝ้าชนเผ่าเซนทิเนลเหนือ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวจาราวา อาศัยอยู่ในป่าสงวน 1,028 กม. ระหว่างหมู่เกาะอันดามันกลางและใต้

"บ่อยครั้ง เรือยอชต์ที่พานักท่องเที่ยวต่างชาติขับผ่านหมู่เกาะนี้ แต่ส่วนใหญ่มักถูกขัดขวางจากยามชายฝั่งที่คอยลาดตระเวนและไม่ให้นักท่องเที่ยวมาแอบซุ่มอยู่ในบริเวณโดยรอบ"

เจ้าหน้าที่ทางการจากกรมป่าไม้และสัตว์ป่า ไม่รับโทรศัพท์จากบีบีซี แต่โกวินด์ ราม ผู้อำนวยการกรมสวัสดิภาพชนเผ่าในหมู่เกาะนี้ ระบุว่า เขารู้ว่ามีกรณีการเที่ยวชมชนเผ่าเกิดขึ้น

"มันเป็นความจริงที่ว่า ผู้คนมักจะสนใจอยากรู้อยากเห็นสังคมของชนเผ่า" เขากล่าว "เราได้จัดการต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น โดยมีการลาดตระเวนเป็นประจำของตำรวจและเจ้าหน้าที่ทางการจากกรมสวัสดิภาพชนเผ่า

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า แต่การลาดตระเวนพื้นที่ที่กว้างใหญ่ "มีโอกาสที่คนที่ไม่ยอมเชื่อฟังจะเข้าไปได้"

แม้จะมีการแจ้งมาโดยตลอดว่า ชาวต่างชาติต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของทางการประจำเขตพื้นที่และกรมป่าไม้ เพื่อเข้าไปในเขตสงวนจาราวา และเกาะเซนทิเนลเหนือ แต่นักอนุรักษ์ระบุว่า การยกเลิกใบอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้าม ในการเยือนเกาะเหล่านี้ เป็นการส่งสัญญาณว่า หมู่เกาะเหล่านี้จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในที่สุด

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ชาวเซนทิเนล ชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอกและเพิ่งสังหารนักท่องเที่ยวอเมริกัน คือใคร?

"เป็นการตัดสินใจโดยฝ่ายเดียว ไม่มีการปรึกษากับผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่" เดนิส ไจล์ส บรรณาธิการของอันดามัน โครนิเคิลส์ (Andaman Chronicles) หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น กล่าว "แทนที่จะใช้มาตรการที่อาจนำไปสู่การเที่ยวชมชนเผ่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้นโยบายกันคนออกไปและจับตามองอย่างที่ทำมาต่อไป"

ในเดือนนี้ คณะกรรมาธิการแห่งชาติด้านชนเผ่า ระบุว่า จำเป็นต้องมีการ "ทบทวน" การผ่อนคลายกฎเกณฑ์นี้ใหม่

แม้ว่าจะมีเที่ยวชมชนเผ่าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและมีการอ้างอิงอย่างกว้างขวางจากกลุ่มอนุรักษ์หลายกลุ่มอย่าง เซอร์ไววัล อินเตอร์เนชั่นแนล (Survival International) ผู้ประกอบการนำเที่ยว 2 รายใหญ่ที่คุยกับบีบีซี ก็ปฏิเสธว่า ไม่มีการเที่ยวชมชนเผ่าในหมู่เกาะนี้เกิดขึ้น

"ผมไม่เคยเห็นใครถามเกี่ยวกับการเที่ยวชมชนเผ่าเลย" เอ็ม วิโนด ประธานสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวอันดามัน ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทนำเที่ยวในหมู่เกาะ 102 จาก 176 บริษัทที่ลงทะเบียนไว้

"ตำรวจเพิ่มการรักษาความปลอดภัยและมีการกำหนดกฎเกณฑ์อย่างเข้มงวดในการผ่านพื้นที่สงวนของชนเผ่า"

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การสังหารชาวอเมริกันที่เกิดขึ้น เป็นเพียงกรณีเดียวของ "ความผิดพลาดในการรักษาความปลอดภัย"

"การผ่อนคลายใบอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้ามดีต่อการท่องเที่ยว" เขากล่าว แต่จุดยืนนี้ของเขารวมถึงเกาะเซนทิเนลเหนือด้วยหรือไม่?

"ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในการตัดสินใจว่าต้องการจะส่งเสริมเกาะไหน"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม