ชนเผ่าเซนทิเนล: เรื่องเล่าจากชายผู้รอดชีวิต หลังพบกับชาวเกาะที่ 'สังหาร' หนุ่มอเมริกัน

  • 28 พฤศจิกายน 2018
ที เอ็น พันดิต กำลังยื่นลูกมะพร้าวให้กับผู้ชายชนเผ่าเซนทิเนล Image copyright TN Pandit
คำบรรยายภาพ ที เอ็น พันดิต กำลังยื่นลูกมะพร้าวให้กับผู้ชายชนเผ่าเซนทิเนล

"ผมเศร้าใจต่อการเสียชีวิตของชายหนุ่มคนนี้ที่มาไกลมากจากอเมริกา แต่เขาพลาด เขามีโอกาสที่จะรักษาชีวิตรอด แต่เขายังไม่ยอมถอย แล้วก็ต้องแลกด้วยชีวิต" ที เอ็น พันดิต นักมานุษยวิทยาชาวอินเดียวัยกว่า 80 ปี กล่าวไว้

พันดิตเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนที่เคยพบกับชนเผ่าเซนทิเนลซึ่งหวาดกลัวคนภายนอกในแถบหมู่เกาะอันดามันของอินเดีย

การเสียชีวิตที่น่าเศร้าใจของจอห์น อัลเลน โช นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ทำให้ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจชนเผ่าเซนทิเนล ที่เป็นหนึ่งในไม่กี่ชนเผ่าที่ยังคงตัดขาดกับโลกภายนอก

เหล่าชาวประมงที่พาโช เดินทางไปยังเกาะเซนทิเนลเหนือเมื่อวันที่ 17 พ.ย. กล่าวว่า พวกเขาเห็นสมาชิกชนเผ่าลากศพศพหนึ่งไปตามชายหาดและฝังไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการอินเดียกำลังเผชิญกับความยุ่งยากในการกู้ศพของโชกลับคืนมา

พันดิต เองก็เผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นกัน เมื่อเขาเดินทางไปพบกับชนเผ่านี้ พร้อมกับคณะเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลในปี 1991 ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับบีบีซี พันดิต จำได้ชัดว่า ถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำในครั้งนั้น

"ตอนที่ผมเอาลูกมะพร้าวให้ ผมอยู่ห่างจากคนอื่นในทีมนิดหน่อย และเริ่มเข้าไปใกล้ฝั่ง หนุ่มน้อยชนเผ่าเซนทิเนลคนหนึ่ง ทำหน้าตลก และถือมีดส่งสัญญาณมาที่ผมว่า เขาจะตัดหัวผม ผมเรียกเรือและถอยกลับในทันที" พันดิต เล่า

"ท่าทางของเด็กหนุ่มมีความหมาย เขาบ่งบอกชัดเจนว่า เขาไม่ต้อนรับผม"

Image copyright TN Pandit
คำบรรยายภาพ ที เอ็น พันดิต (ขวา) กับชายชนเผ่าเซนทิเนล

สีหน้าที่ดุร้าย

"เรานำของขวัญหลายอย่าง ทั้งหม้อและกระทะ, มะพร้าวจำนวนมาก, เครื่องมือที่ทำจากเหล็กหลายอย่าง เช่น ฆ้อน และมีดยาว เรายังพาผู้ชายเผ่าอองเก (ชนเผ่าในพื้นที่อีกเผ่าหนึ่ง) ไปด้วย เพื่อช่วย 'ตีความ' คำพูดและท่าทางที่ชนเผ่าเซนทิเนลแสดงออก" นี่คือความทรงจำในการเดินทางเยือนครั้งแรกของเขา ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1973

"แต่นักรบชาวเซนทิเนลเผชิญกับเราด้วยสีหน้าที่ดุร้ายและเกรี้ยวกราด มีธนูคันยาวและลูกศรเป็นอาวุธ เพื่อใช้ปกป้องผืนแผ่นดินของพวกเขาจาก "ผู้บุกรุก" บางครั้งพวกเขาหันหลังให้กับเรา และนั่งยอง ๆ เหมือนกับกำลังขับถ่าย" เขาเล่าในบทความที่ตีพิมพ์ในปี 1999

"พวกเขาไม่ใยดีกับหมูเป็น ๆ ที่เรามัดไว้ให้เป็นของขวัญ มันถูกแทงด้วยหอกแล้วฝังทรายกลบไว้"

การที่ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่านี้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหลายอย่างต่อชาวเซนทิเนล

"ในหมู่เกาะเหล่านี้ และที่กรุงพอร์ตแบลร์ (ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้เกาะนี้) มีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า จริง ๆ แล้วชนเผ่าบนเกาะเซนทิเนลเหนือเป็นชาวปาทาน (กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดจากอัฟกานิสถานและปากีสถาน) ที่มีความผิด ซึ่งแหกคุกของอังกฤษมา พวกเขาอำพรางสีผิวและความสูงของตัวเองด้วยการไว้ผมยาว" ที เอ็น พันดิต เล่าไว้ในบทความเดียวกันนี้

พบแต่ไม่มีการพูดคุย

Image copyright Survival International
คำบรรยายภาพ เกาะเซนทิเนลเหนือเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าเซนทิเนล

นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 พันดิต และเพื่อนร่วมงานของเขา เดินทางไปเพื่อพบกับชนเผ่าที่ยากจะทำความเข้าใจชนเผ่านี้หลายครั้ง เพื่อศึกษาและพบปะกับพวกเขา แต่กว่าจะประสบความสำเร็จก็เมื่อปี 1991

"เรางงมากว่า ทำไมพวกเขาถึงยอมให้เราเข้าไป"

"เขาเลือกที่จะพบกับเรา และการพบกันครั้งนั้นเกิดขึ้นตามเงื่อนไขของพวกเขา เรากระโดดลงจากเรือและยืนอยู่ในน้ำที่ลึกระดับคอ ส่งมะพร้าวและของขวัญอย่างอื่นให้ แต่พวกเขาไม่ยอมให้เราขึ้นไปเหยียบเกาะ"

Image copyright T N Pandit
คำบรรยายภาพ ที เอ็น พันดิต

พันดิต เล่าว่า เขาก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะไม่ถูกทำร้ายเสียทีเดียว แต่เขาระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่เข้าไปใกล้พวกเขา

"ระหว่างที่เรามีปฏิสัมพันธ์กัน พวกเขาขู่เรา แต่ไม่เคยไปถึงจุดที่จะฆ่าเราหรือทำให้เราบาดเจ็บ ถ้าพวกเขาแสดงท่าทางไม่สบายใจเมื่อไหร่ เราก็ถอยออกมา"

"ชาวเซนทิเนลไม่สูงไม่เตี้ย พวกเขาพกธนูและลูกศร พวกเขาพูดคุยกัน แต่เราไม่เข้าใจภาษาของพวกเขา มันฟังดูเหมือนภาษาที่ชนเผ่าอื่น ๆ ในแถบนั้นใช้พูดคุยกัน"

"เราพยายามสื่อสารด้วยภาษาท่าทาง แต่พวกเขามัวแต่เก็บมะพร้าวอยู่"

ชนเผ่านี้ขึ้นชื่อเรื่องการจับปลาด้วยธนูและลูกศร พวกเขายังชีพด้วยหมูป่า, รากไม้, ยางไม้ และน้ำผึ้ง ไม่มีข้อมูลว่าพวกเขาเป็นนักเดินเรือ ตอนนี้รัฐบาลยกเลิกการเดินทางนำของขวัญไปหย่อนให้เพื่อศึกษาชนเผ่าที่ไม่สวมเสื้อผ้าชนเผ่านี้แล้ว"

หวงแหนผืนแผ่นดินอย่างยิ่ง

Image copyright Indian Coast Guard/Survival International
คำบรรยายภาพ ชายชนเผ่าเซนทิเนล ตั้งท่ายิงธนูใส่เฮลิคอปเตอร์

พวกเขาปกป้องดินแดนของตัวเองอย่างดี และเป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้บุกรุกจะถูกทำร้าย

ในปี 2006 ชาวประมง 2 คน ซึ่งเดินทางเข้าไปใกล้เกาะเซนทิเนลเหนือ ถูกชนเผ่านี้สังหาร ตอนที่เจ้าหน้าที่ทางการอินเดียสำรวจเกาะแห่งนี้ทางอากาศ หลังจากเกิดเหตุสึนามิ 26 ธ.ค. 2004 ชายชนเผ่าเซนทิเนลพยายามยิงเฮลิคอปเตอร์ให้ตกลงด้วยลูกศร"

ประวัติศาสตร์ที่มีปัญหา

หมู่เกาะอันดามัน เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่า 'ชาวแอฟริกา' 4 ชนเผ่า ได้แก่ เกรตอันดามัน, อองเก, จาราวา และเซนทิเนล ส่วนหมู่เกาะนิโคบาร์ เป็นที่อยู่ของ 2 ชนเผ่า 'ชาวมองโกลอยด์' ได้แก่ ชอมเพน และนิโคบาร์

Image copyright Survival International
คำบรรยายภาพ กลุ่มชนเผ่าเซนทิเนล

ผู้ปกครองของอาณานิคมอังกฤษ ได้ตั้งเรือนจำบนหมู่เกาะนี้เพื่อใช้จองจำกบฎที่เข้าร่วมการลุกฮือในปี 1857 ซึ่งบรรดานักประวัติศาสตร์ชาตินิยมเห็นว่าเป็น สงครามเรียกร้องเอกราชครั้งแรกของอินเดีย ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็ต่อสู้กับชนเผ่าท้องถิ่น

สงครามครั้งแรกระหว่างทหารของรัฐบาลอินเดียและชาวเกรตอันดามัน เกิดขึ้นในปี 1859 ผลของสงครามครั้งนี้เดาได้ไม่ยาก ในยุคอาณานิคมยังมีการเดินทางไปเพื่อลงทัณฑ์ชนเผ่าจาราวาที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ในแถบนั้นด้วย

สงครามและโรคที่แพร่ระบาดนำไปสู่การลดจำนวนลงของประชากรของชนเผ่าพื้นเมืองทุกกลุ่ม แต่ชาวเซนทิเนลที่อาศัยอยู่บนเกาะที่แปลกแยก ส่วนใหญ่รอดพ้นจากปัญหาต่าง ๆ ในสมัยอาณานิคมได้

ไม่รุนแรง

การมองว่า พวกเขาเป็นพวกนิยมใช้ความรุนแรง พันดิตรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมนัก

"ชาวเซนทิเนลเป็นคนรักสงบ พวกเขาไม่หาเรื่องทำร้ายคน พวกเขาไม่เข้าไปใกล้พื้นที่อื่น และสร้างปัญหา นี่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น"

Image copyright Instagram/JOHN CHAU
คำบรรยายภาพ จอห์น อัลเลน โช ถูก 'สังหาร' โดยชนเผ่าเซนทิเนล

ยามชายฝั่งและกองทัพเรืออินเดียลาดตระเวนพื้นที่นี้เป็นประจำ แต่การบุกรุกก็ยังเกิดขึ้น และก็มีคนเข้าไปใกล้กับเกาะนี้ เหมือนกับนักท่องเที่ยวเคราะห์ร้ายชาวอเมริกันรายนี้"

พันดิต สนับสนุนให้กลับมาติดต่อกับชนเผ่าเซนทิเนลอย่างเป็นมิตร ด้วยการรื้อฟื้นภารกิจหย่อนของขวัญลงไปที่เกาะ

"เราต้องพยายามและสื่อสารกับเขาอย่างจำกัด แต่เราไม่ควรรบกวนพวกเขา เราควรเคารพความต้องการที่จะอยู่อย่างลำพังของพวกเขา"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม