โลก-ดวงจันทร์ ถูกอุกกาบาตพุ่งชนเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วง 300 ล้านปีที่ผ่านมา

  • 19 มกราคม 2019
อุกกาบาต Image copyright NASA

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดในวารสาร Science โดยชี้ว่าโลกและดวงจันทร์ต่างก็เผชิญกับเหตุอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนบ่อยครั้งขึ้น ตลอดช่วงเวลาเกือบ 300 ล้านปีที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้พบได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาราวหนึ่งพันล้านปีก่อนหน้านั้น

ผลการสำรวจร่องรอยของแอ่งหลุมความกว้าง 10 กิโลเมตรขึ้นไป ที่เกิดจากการชนปะทะของอุกกาบาตจากห้วงอวกาศ ชี้ว่าจำนวนของอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกและดวงจันทร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ช่วงที่ไดโนเสาร์เริ่มขยายพันธุ์ครอบครองพื้นโลกดึกดำบรรพ์เมื่อราว 240 ล้านปีที่แล้ว โดยคิดเป็นอัตราความถี่ที่เกิดการชนปะทะ 1 ครั้ง ในทุก 1 ล้านปี แต่ก่อนหน้านั้นอัตราการพุ่งชนของอุกกาบาตอยู่ที่เพียง 1 ครั้งในทุก 3 ล้านปีเท่านั้น

ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า การที่ไดโนเสาร์ต้องสูญพันธุ์ไป หลังจากเผชิญกับเหตุอุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกที่บริเวณคาบสมุทรยูคาตันในเม็กซิโกนั้น ถือเป็นความ "โชคร้าย" ของพวกมันอย่างแท้จริง ที่เกิดมามีวิวัฒนาการและแพร่พันธุ์เอาในช่วงที่โลกมีโอกาสจะถูกอุกกาบาตพุ่งชนเพิ่มขึ้นหลายเท่า

ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวใช้หลักฐานจากร่องรอยของแอ่งหลุมอุกกาบาตที่พบบนดวงจันทร์เป็นหลัก เนื่องจากโลกและดวงจันทร์นั้นมีอัตราการถูกชนด้วยดาวเคราะห์น้อยหรืออุกกาบาตเท่ากัน แต่ร่องรอยที่เกิดขึ้นบนโลกมักถูกลบเลือนไปเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและภูมิอากาศ จนในปัจจุบันไม่พบหลุมอุกกาบาตบนโลกที่มีอายุเก่าแก่เกินกว่า 650 ล้านปี

Image copyright NASA
คำบรรยายภาพ ดาวเคราะห์น้อย 2018 CB พุ่งเฉียดผ่านโลกไปเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว

แต่สำหรับแอ่งหลุมบนดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศแล้ว มันจะสามารถคงสภาพอยู่ดังเดิมไปได้ตลอดกาล ทำให้ดาวเทียมโคจรสำรวจดวงจันทร์ LRO ขององค์การนาซา สามารถสำรวจเศษซากหินแข็งที่เกิดจากการชนของอุกกาบาตซึ่งกระจายตัวอยู่รอบพื้นที่ขอบหลุม รวมทั้งตรวจวัดอายุของเศษหินดังกล่าวได้ ซึ่งจะทำให้ทราบได้ว่าเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด

ดร. วิลเลียม บอตต์เก หนึ่งในสมาชิกของทีมวิจัยจากสถาบัน Southwest Research Institute ของสหรัฐฯระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่อัตราการพุ่งชนของอุกกาบาตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการแตกตัวของหินอวกาศขนาดยักษ์ในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีเมื่อราว 300 ล้านปีก่อน ทำให้เกิดชิ้นส่วนอุกกาบาตที่พุ่งตรงมายังโลกและดวงจันทร์มากขึ้น โดยแนวโน้มดังกล่าวสามารถดำเนินต่อเนื่องไปได้เป็นเวลานานนับร้อยล้านปี

อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยระบุว่าแม้อัตราการพุ่งชนของอุกกาบาตจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้คนไม่ควรจะต้องวิตกกังวล เพราะตัวเลขสถิติที่มีอยู่นั้นยังถือได้ว่า เหตุการณ์อุกกาบาตชนโลกอยู่ในระดับที่เกิดขึ้นได้ยากมาก หรือแทบจะไม่เกิดขึ้นเลยในช่วงชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งด้วยซ้ำ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม