การขริบอวัยวะเพศหญิง: ประสบการณ์แสนทุกข์ทรมานจากปากคำหญิงโซมาเลีย

  • 6 กุมภาพันธ์ 2019
Hibo Wardere Image copyright Helen Mockridge
คำบรรยายภาพ ฮิโบ วาร์เดเร คือหนึ่งในผู้ตกเป็นเหยื่อการขริบอวัยวะเพศ ปัจจุบันเธอเป็นนักเขียนและนักรณรงค์ต่อต้านการขริบอวัยวะเพศหญิง

เด็กหญิงและสตรีราว 200 ล้านคนทั่วโลกต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกขริบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation หรือ FGM) ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณ และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะไม่เพียงจะส่งผลกระทบทางกาย แต่ยังก่อให้เกิดบาดแผลทางใจในระยะยาวด้วย

ยูเอ็นรณรงค์ให้ทั่วโลกยุติการขริบอวัยวะเพศหญิงอย่างสิ้นเชิง โดยกำหนดวันที่ 6 ก.พ. ของทุกปี เป็นวันสากลต่อต้านการขริบอวัยวะเพศหญิง

ยูเอ็นประเมินว่าสตรีและเด็กหญิงราว 200 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 20 ของเด็กหญิงและสตรีทั่วโลกตกเป็นเหยื่อการขริบอวัยวะเพศหญิง

Image copyright Barcroft Media via Getty Images
คำบรรยายภาพ คนขริบอวัยวะเพศหญิงในเคนยา โชว์ใบมีดโกนที่เธอใช้ในการขริบอวัยวะเพศเด็กหญิง

ฮิโบ วาร์เดเร วัย 48 ปี เป็นหนึ่งในเหยื่อของการขริบอวัยวะเพศหญิง เธอเติบโตขึ้นในประเทศโซมาเลีย ซึ่ง 98% ของผู้หญิงอายุ 15-49 ปี ถูกบังคับให้ขริบอวัยวะเพศ

ฮิโบถูกจับขริบอวัยวะเพศเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ ซึ่งรูปแบบการขริบอวัยวะเพศที่เธอถูกกระทำนั้นจัดอยู่ในแบบที่ 3 ตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก นั่นคือ การตัดทั้งแคมใหญ่และแคมเล็กออกแล้วเย็บปิดอวัยวะเพศให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ ขนาดเท่าไม้ขีดไฟ

ฮิโบ บรรยายความเจ็บปวดในตอนนั้นว่าเหมือนถูกเอาเกลือหรือพริกมาทาที่บาดแผล การขริบอวัยวะเพศทำให้เธอไม่สามารถปัสสาวะได้ตามปกติ น้ำปัสสาวะที่ออกมาแต่ละหยดเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และต้องใช้เวลาในการปัสสาวะแต่ละครั้งนาน 4-5 นาที

ตอนอายุ 18 ปี ฮิโบย้ายไปอยู่อังกฤษ และตัดสินใจเข้าพบแพทย์ให้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่เธอต้องทนทุกข์เวลาที่ปัสสาวะหรือมีประจำเดือน แม้ในตอนนั้นล่ามจะไม่ต้องการช่วยแปลสิ่งที่ฮิโบต้องการสื่อสารกับแพทย์ แต่แพทย์ดูเหมือนจะเข้าใจความต้องการของเธอเป็นอย่างดี ทำให้ในที่สุดฮิโบได้รับการผ่าตัดขยายช่องที่เคยถูกเย็บติดกัน และทำให้สามารถถ่ายปัสสาวะได้คล่องขึ้น อย่างไรก็ตามการผ่าตัดเป็นเพียงการแก้ปัญหาบางส่วนเท่านั้น เพราะแพทย์ไม่สามารถกู้คืนเนื้อเยื่อที่ไวต่อความรู้สึกซึ่งถูกตัดทิ้งไปได้

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
การขริบอวัยวะเพศคืออะไร

ฮิโบ บอกว่า แม้จะได้รับการผ่าตัดแก้ไขแล้วแต่ประสบการณ์เลวร้ายและความเจ็บปวดจากการถูกขริบอวัยวะเพศยังคงตามหลอกหลอนอยู่เสมอ และทำให้เธอไม่มีความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีความกลัวฝังใจว่ากิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับอวัยวะเพศนั้นเป็นเรื่องที่เจ็บปวด

นอกจากนี้การคลอดบุตรคนแรกของฮิโบก็ไม่ต่างไปจากฝันร้าย เพราะนอกจากจะทำให้เธอต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลนานกว่าคนทั่วไปแล้ว เธอยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกอับอายที่มีอวัยวะเพศผิดแปลกไปจากคนอื่นด้วย

ปัจจุบัน ฮิโบ ผ่านพ้นประสบการณ์เลวร้ายมาได้เพราะได้กำลังใจจาก "ยูซูฟ" สามี ที่เข้าใจและคอยสนับสนุนการที่เธอออกมารณรงค์ให้ความรู้และต่อสู้กับปัญหาการขริบอวัยวะเพศหญิง

รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำหนดให้การขริบอวัยวะเพศหญิงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในปี 2003 ซึ่งกลุ่มนักเคลื่อนไหวและตำรวจพยายามเข้าไปให้ความรู้เรื่องนี้แก่เด็กนักเรียนหญิงที่เสี่ยงจะถูกผู้ปกครองพาไปขริบอวัยวะเพศในต่างประเทศ ในช่วงปิดเรียนภาคฤดูร้อน

Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการขริบอวัยวะเพศหญิงในเคนยา

ทั้งนี้ การขริบอวัยวะเพศหญิงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พบในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย อียิปต์ และเอธิโอเปีย องค์การอนามัยโลกได้แบ่งวิธีการขริบออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ

  1. ตัดปุ่มคลิตอริส
  2. ตัดปุ่มคลิตอริสและแคมเล็ก
  3. ตัดทั้งแคมใหญ่และแคมเล็กแล้วเย็บปิดอวัยวะเพศให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ
  4. การขริบหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นอันตรายหรือทำให้อวัยวะเพศพิการ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผลจากการขริบอวัยวะเพศทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อาทิ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในไต ซีสต์ ปัญหาการเจริญพันธุ์ การเจ็บปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงปัญหาด้านจิตใจระยะยาว โดยเหยื่อบางรายระบุว่า ผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าโรคเครียดหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนใจร้ายแรง (PTSD)

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม