“ตอน 5 ขวบ ผมมีความต้องการทางเพศเหมือนวัยรุ่นอายุ 15”

  • 18 มีนาคม 2019
Patrick Burleigh Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ แพททริค เบอร์ลีห์ เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ตอนอายุเพียง 2 ขวบ เพราะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้ยากยิ่ง

แพททริค เบอร์ลีห์ มีอายุเพียง 2 ขวบ ตอนที่ขนบริเวณอวัยวะเพศเส้นแรกของเขางอกออกมา

แต่ครอบครัวเขากลับไม่ได้มองว่านี่เป็นเรื่องประหลาด

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะแพททริคและญาติผู้ชายของเขาบางคนได้รับการถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เรียกว่า ภาวะเจริญพันธุ์ก่อนวัย (Precocious puberty) ซึ่งเป็นภาวะที่เด็กย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวก่อนถึงเวลาอันควร

ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบเห็นได้ยาก

Image copyright Huw Evans picture agency
คำบรรยายภาพ โดยปกติเด็กชายจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ตอนอายุ 12-16 ปี

ในกรณีของแพททริคเรียกว่า Testotoxicosis ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ทำให้อัณฑะ "เชื่อว่า" ถึงเวลาแล้วที่จะผลิตฮอร์โมนหลักของเพศชายที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรน

ฮอร์โมนที่ว่านี้มีหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายของเด็กชายเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ โดยแสดงลักษณะความเป็นชายมากขึ้น เช่น มีขนขึ้นตามร่างกาย มีหนวดเครา มีกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น รวมทั้งมีความรู้สึกทางเพศ

ปัจจุบันแพทย์ไม่ทราบแน่ชัดว่าทั่วโลกมีคนที่มีภาวะ Testotoxicosis จำนวนเท่าใด แต่ประเมินคร่าว ๆ ว่าน่าจะมีเพียง 1,000 ราย และความผิดปกตินี้ได้ถ่ายทอดสู่คนในตระกูลเบอร์ลีห์จากรุ่นสู่รุ่น

Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ ตอนอายุ 3 ขวบ แพททริคดูราวกับเด็กอายุ 7 ขวบ

ภาวะเจริญพันธุ์ก่อนวัย ทำให้ตอนที่แพททริค มีอายุ 3 ขวบ เขามีน้ำหนักและส่วนสูงเท่ากับเด็กอายุ 7 ขวบ

"ความทรงจำแรกของผมคือผมเป็นคนชายขอบของสังคม ผมรู้สึกตัวโตเก้งก้าง" แพททริค ซึ่งปัจจุบันอายุ 34 ปี ทำงานเป็นนักเขียนและนักแสดงในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ เล่าให้บีบีซีฟัง

มันไม่ใช่แค่การมีขนที่อวัยวะเพศแต่มันสร้างการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เห็นได้ชัดเจน

"ผมรู้สึกแปลกแยกและมันทำให้ผมตกเป็นเป้าสายตาผู้คน" เขากล่าว

สร้างปัญหาวุ่นวาย

แพททริคใช้ชีวิตวัยเด็กในนครนิวยอร์ก แต่รูปลักษณ์ทางกายภาพของเขาได้สร้างปัญหาวุ่นวายมากมาย เช่น ในสนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ และกิจกรรมสำหรับเด็กต่าง ๆ

เขามีความทรงจำเลวร้ายมากมาย

"ตอน 4 ขวบ แม่พาผมเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้หญิงระหว่างการเรียนว่ายน้ำ แล้วผู้หญิงคนหนึ่งก็เริ่มกรีดร้องขึ้นมา เพราะผมดูโตกว่าวัยมาก" แพททริค เล่า

เวลาที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แม่ของแพททริคจะพยายามอธิบายเรื่องอาการผิดปกติของลูกชายให้ผู้คนเข้าใจ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่พวกเขาต้องเผชิญกับความเคลือบแคลงใจของคนเหล่านี้

"มันเป็นเรื่องยากสำหรับทั้งผมและแม่ มันเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตึงเครียดทางจิตใจอย่างมาก"

Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ แพททริคตอนอายุ 5 ขวบ ถ่ายรูปกับเพื่อมร่วมทีมเบสบอลวัยเดียวกัน

ตอนแพททริค 3 ขวบ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกายของเขาสูงเท่ากับระดับของเด็กชายอายุ 14 ปี

จากนั้นไม่นานเขาก็ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นแต่มีพฤติกรรมเหมือนเด็กเล็ก

"ผู้คนจ้องมองผมราวกับผมเป็นสัตว์หายาก"

หนูทดลอง

แม่ของแพททริค ให้เขาเป็นอาสาสมัครในการศึกษาเรื่องการกลายพันธุ์

เขาชินกับการต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์อยู่ในโรงพยาบาลทุก 6 เดือน แลกเปลี่ยนกับการรักษาฟรีเพื่อยับยั้งผลกระทบจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่มีต่อร่างกายเขา

"ผมมักถูกห้อมล้อมไปด้วยแพทย์ พวกเขาจะทำการทดลองสารพัด รวมทั้งการวัดขนาดลูกอัณฑะของผม ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรที่จะบ่งชี้อายุทางกายภาพของผม" แพททริค เล่า

Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ แพททริคคือเด็กที่ดูแก่ที่สุดในชั้นเรียนเสมอ

"แต่ผมเริ่มชินกับมันตอนอายุ 6 หรือ 7 ขวบ มันได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกเฝ้าสังเกต เพราะมันชัดเจนว่าผมแตกต่างจากคนอื่น"

แพททริค ได้รับการรักษาด้วยยาแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการให้ยาทางหลอดเลือดดำ

เด็กเกเร

"ตอนเด็กผมต้องได้รับการฉีดยาที่ขาทุกคืนอยู่นาน ถ้าผมไปนอนค้างคืนที่บ้านเพื่อน แม่ก็จะตามไปฉีดยาให้แล้วก็กลับบ้าน"

แต่ความผิดปกติของแพททริคทำให้เขามีปัญหาที่โรงเรียน เขามักรู้สึก "ตัวโต มีทรงผมและท่าทางเหมือนพร้อมจะมีเรื่อง" ซึ่งนี่เป็นรูปแบบการรับมือกับการถูกรังแกของเขา

"ผมถูกตราหน้าเป็น 'เด็กเกเร' ประจำโรงเรียน...มันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจมากเพราะผมไม่อยากเป็นเด็กแบบนั้น ไม่มีใครอยากเป็นหรอก" แพททริค เล่าย้อนความทรงจำในวัยเยาว์

Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ แพททริคตอนอายุ 13 ปี เทียบกับเพื่อนวัยเดียวกัน

แพททริค เริ่มสูบบุหรี่ตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เริ่มทดลองกัญชา

สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงตอนที่หมอ 11 คนตัดสินใจหยุดการรักษาเขา

"ฮอร์โมนทั้งหมดที่ถูกควบคุมด้วยยาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมไม่ดีของผมก็เด่นชัดขึ้น"

ยาเสพติด

"ผมเริ่มออกเดทกับสาวอายุ 17 ปี ตอนนั้นผมบอกเธอว่าผมอายุ 16 ปี ทั้งที่ความจริงผมยังอายุไม่ถึง 12 ด้วยซ้ำ" แพททริค เล่า

แฟนคนนี้คือผู้ที่ชักชวนให้เขาทดลอง แอลเอสดี ซึ่งเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง เป็นครั้งแรก

"ผมกินมันเข้าไป 2 เม็ด และเช้าวันต่อมา ผมบอกพ่อแม่ว่าไม่อยากไปโรงเรียน ตอนนั้นผมกำลังเมายา"

แต่เขาก็ถูกส่งไปโรงเรียนอยู่ดี

Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ แพททริคบอกว่าเขาเริ่มรู้สึก "ปกติ" ตอนอายุ 15

"ตอนพักเที่ยงผมเล่าให้เพื่อนบางคนฟัง (เกี่ยวกับแอลเอสดี) ผมโม้เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้สัมผัส และเพื่อนคนหนึ่งเกิดความคิดแผลง ๆ ที่จะแอบใส่ยาแอลเอสดีในเครื่องดื่มของใครบางคน"

แต่พอเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเกิดป่วยอย่างรุนแรงขึ้น เขาก็ยอมรับสารภาพ

"ผมถูกตำรวจจับและถูกนำออกจากโรงเรียนในสภาพสวมกุญแจมือ มันคือจุดหักเหในชีวิตของผม"

ปัญหาของพ่อ

แม้พ่อของแพททริคจะทนทุกข์กับความผิดปกติแบบเดียวกัน แต่เขากลับไม่พูดถึงมันมากนัก

"ท่านมีชีวิตวัยเด็กที่เจ็บปวดมาก"

"ตอนผมอายุ 5 ขวบ ผมมีความต้องการทางเพศเหมือนคนอายุแก่กว่า 10 ปี พ่อน่าจะพูดกับผมเรื่องนี้ และสอนวิธีการรับมือกับมัน แต่ท่านกลับไม่ทำ" แพททริค เล่า

Image copyright Patrick Burleigh
คำบรรยายภาพ การโตเร็วเกินวัย ทำให้แพททริคได้เข้าสู่เส้นทางอาชีพนายแบบเป็นเวลาสั้น ๆ

จนกระทั่งอายุ 15 ปีที่แพททริคเริ่มรู้สึกเหมือนเด็กคนอื่น เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนเพื่อน ๆ ในที่สุด

"ผมเลิกคบเพื่อนที่เล่นยา ผมเริ่มตั้งใจเรียน เล่นกีฬา และตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัย"

เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แพททริค เริ่มเล่าเรื่องอาการผิดปกติของเขาให้ภรรยาและเพื่อนฝูงฟัง และเขาก็ต้องประหลาดใจที่ทุกคนแสดงความเห็นอกเห็นใจและสนใจรับฟังเรื่องราวของเขา

"การบอกเล่าเรื่องราวของผมได้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยารักษาจิตใจให้ผม"

มันช่วยให้แพททริคทำใจยอมรับกับตัวเองได้

ในปี 2015 เมเรดิธ ภรรยาของแพททริคให้กำเนิดลูกชายที่พวกเขาตั้งชื่อให้ว่า เน็ด และผลการตรวจของแพทย์พบว่าหนูน้อยไม่มีภาวะผิดปกติแบบแพททริคแต่อย่างใด

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม