ผู้หญิง : สุนัขจรจัดช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากการถูกรุมโทรมของหญิงสาวคนหนึ่งได้อย่างไร

  • 14 เมษายน 2019
Illustration of Ishbel's route and Lucy

อิสเบล โฮล์ม เป็นนักปั่นจักรยานผจญภัยเชื้อสายอังกฤษ-อิหร่าน เธอเคยเป็นนักกีฬาจักรยานทีมชาติอิหร่าน และใช้จักรยานคู่ใจเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวไปทั่วโลก แต่ชีวิตวัยรุ่นของเธอเต็มไปด้วยความยากลำบากและเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจ

ตอนอายุ 16 ปี อิสเบล ถูกแม่ไล่ออกจากบ้าน เธอจึงกลายเป็นเด็กไร้บ้านที่ในหัวสมองเต็มไปด้วยความคิดอยากฆ่าตัวตาย และเมื่อเธอถูกขับออกจากบ้านพักสำหรับคนไร้บ้านอีกครั้งในอีก 5 ปีต่อมา อิสเบลก็ตระหนักได้ว่าเธอจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เธอจึงเริ่มต้นปั่นจักรยาน และตั้งเป้าที่จะเดินทางไปรอบโลก การเดินทางครั้งนี้นำเธอไปพบกับสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

วัยเด็ก

หนึ่งในประสบการณ์บนจักรยานครั้งแรก ๆ ของฉัน คือที่เมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งพ่อของฉันมักปั่นจักรยานไปอีกฟากของเมืองเพื่อขนกระสอบมันฝรั่งหนัก 20 กก.ที่มีราคาถูกกว่าเพียงไม่กี่เพนนี ตอนนั้นฉันยังนุ่งผ้าอ้อมแล้วนั่งบนเบาะเล็ก ๆ ใกล้กับอานของพ่อโดยมีถุงมันฝรั่งอยู่ด้านหลัง

พ่อของฉันยังเป็นนักศึกษาตอนที่เขาได้พบและตกหลุมรักกับแม่ของฉัน มันเป็นช่วงที่เกิดการปฏิวัติอิหร่านพอดี ทำให้ทางการอิหร่านหยุดส่งเงินให้นักศึกษาในต่างแดน เพื่อให้พวกเขาเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ด้วยเหตุนี้เมื่อเงินหมด จักรยานจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในการยังชีพของพ่อไปโดยปริยาย

ตอนฉันอายุได้ 2 ขวบ พวกเราย้ายไปอยู่ที่สกอตแลนด์ เพื่อที่พ่อของฉันจะหางานทำได้ แต่ชีวิตแต่งงานของพวกท่านไม่ราบรื่นและลงเอยด้วยการแยกทางกันในที่สุด

ครั้งหนึ่งตอนที่ฉันไปเยี่ยมพ่อ คนรู้จักของพ่อชวนฉันไปนั่งบนตักเขา แล้วเอามือลูบขาฉัน ตอนนั้นฉันน่าจะอายุประมาณ 7 ขวบ หลังจากนั้นฉันจำได้ว่ารู้สึกแย่มาก ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กไม่ดี ฉันคิดว่านั่นแหละเป็นตอนที่ฉันเริ่มรู้สึกเกลียดตัวเอง

คำบรรยายภาพ โชคชะตานำพาให้อิสเบลได้พบกับลูซี่ระหว่างการปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปในตุรกี

ถูกทอดทิ้ง

พ่อมาเยี่ยมฉันอีกเพียงครั้งเดียว แล้วก็หายไปจากชีวิตฉัน ตอนนั้นฉันคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้พ่อทอดทิ้งฉันไป

พอน้องชาย 2 คนและฉันโตขึ้น แม่เริ่มทนไม่ไหว แล้วเริ่มกล่าวโทษปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวที่ตัวฉัน

อะไร ๆ ระหว่างฉันกับแม่เริ่มตึงเครียดและเลวร้ายลง ฉันยิ่งเก็บตัวมากขึ้น พอวันเกิดครอบ 16 ปีของฉันมาถึง ฉันรู้สึกเครียดอย่างหนัก เพราะรู้ดีว่าวันนี้เป็นวันที่แม่จะหมดความรับผิดชอบในตัวฉันแล้ว

แล้วมันก็เป็นอย่างที่ฉันกลัว เพราะหลังจากวันเกิดของฉันได้ไม่นาน แม่ก็ไล่ฉันออกจากบ้านในที่สุด ตอนที่แม่ปิดประตูใส่ มันคือหนึ่งในช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิตฉัน นาทีที่ยืนอยู่ตรงทางเดินหน้าบ้านโดยที่ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องเดินออกมานั้น มันเหมือนกับภาพสโลโมชั่น ฉันเดินออกมาอย่างเชื่องช้า แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

ในที่สุดทางการก็หาครอบครัวอุปถัมภ์ให้ฉัน แต่ทั้งหมดที่ฉันต้องการก็คือการได้กลับบ้าน ฉันสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าทุกพระองค์ที่รู้จักเพื่อขอให้ครอบครัวรับตัวฉันกลับไป

ตราบาป

วันหนึ่งฉันกำลังเดินกลับบ้านจากงานพิเศษวันเสาร์ จู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งมาจอดถามทางไปทะเลสาบ ในรถมีผู้ชายอยู่กลุ่มหนึ่ง พวกเขาขอให้ฉันช่วยนำทาง โดยที่รับปากจะพาฉันกลับมาส่งบ้าน ฉันขึ้นรถไปกับพวกเขา แต่ชายกลุ่มนี้ไม่ได้พาฉันกลับมาส่งตามที่รับปาก พวกเขาพาฉันไปรุมโทรม

ฉันไม่ได้บอกใคร เพราะคิดว่ามันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันเชื่อว่าฉันกำลังถูกลงโทษที่ "ทำตัวไม่ดี" ฉันรับมือกับมันโดยการปิดกั้นไม่พยายามคิดถึงมันอีก

คำบรรยายภาพ ลูซี่กำลังอาบแดดระหว่างทางไปเมืองอันตัลยาของตุรกี

พอฉันเริ่มชินชากับการยอมให้ใครทำอะไรฉันก็ได้ ฉันก็ไม่เห็นคุณค่าตัวเองอีกต่อไป ฉันไม่กินอาหารอย่างที่ควร ฉันเกลียดตัวเองมาก และอยากตายให้พ้นไปจากโลกนี้

ผู้ชายกลุ่มนั้นกลับมาอีกครั้ง แต่ฉันไม่ยอมขึ้นรถไปอีก ฉันวิ่งหนี และรู้สึกหมดหนทาง ฉันวิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์ แล้วโทรหาแม่ ฉันร้องคร่ำครวญอ้อนวอน และให้สัญญาว่าจะทำทุกอย่างตามที่แม่ต้องการ

"หนูจะเป็นลูกแบบที่แม่ต้องการ...ตอนนี้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น" ฉันเล่าเรื่องให้แม่ฟัง แต่ท่านกลับบอกว่ามันเป็นความผิดของฉันและฉันต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

หลังจากนั้น ฉันไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป นอกจากอยากตาย พอมาถึงจุดหนึ่งฉันโทรเข้าสายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายทุก 20 นาที

ตอนอายุ 21 ปี ฉันถูกไล่ออกจากบ้านพักสำหรับคนไร้บ้าน เจ้าหน้าที่คนสำคัญคนหนึ่งของที่นั่นตะคอกใส่ฉันว่า ฉันจะต้องจมปลักอยู่ในสลัมตลอดไป ตอนนั้นมันมีอะไรบางอย่างในคำพูดเธอที่ทำให้ฉันได้ฉุกคิดว่า "ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด"

ฉันรู้ว่าฉันต้องตัดสินใจแน่วแน่ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยที่ไม่หมกมุ่นอยู่กับความคิดอยากฆ่าตัวตาย

การลุกขึ้นยืนอีกครั้งคือเรื่องยากที่สุดที่ฉันต้องทำ ฉันไม่ได้กลายเป็นซูเปอร์วูแมนแบบทันทีทันใด แต่ฉันค่อย ๆ คืบคลานออกจากสิ่งที่ฉันเคยจมอยู่

คำบรรยายภาพ การมีเชื้อสายอิหร่าน ทำให้ครั้งหนึ่งอิสเบลตัดสินใจเข้าเป็นนักกีฬาปั่นจักรยานทีมชาติอิหร่าน

จักรยาน

ฉันสมัครเข้าเรียนวิทยาลัย แล้วซื้อจักรยานมือสองเพราะมันเร็วและถูกกว่าการขึ้นรถประจำทาง

ฉันเริ่มปั่นจักรยานกับสโมสรจักรยานในท้องถิ่น ตอนนั้นฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม และเริ่มต้นด้วยการปั่นรั้งท้ายอยู่ในเดียว แล้วจึงค่อย ๆ ไล่ตามพวกเขาได้ทัน

ฉันรักการปั่นจักรยาน เพราะมันเป็นการหลบหนีจากความเจ็บปวดทางจิตใจที่ดี และชีวิตฉันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันเอาแต่ปั่นจักรยานและนั่นคงช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่าเอนดอร์ฟินออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน นอกจากนี้ฉันยังรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่ใดที่หนึ่งเป็นครั้งแรกด้วย

ตอนที่พวกเขาสร้างสนามแข่งจักรยานในเมืองกลาสโกว์เพื่อใช้จัดการแข่งขันกีฬาเครือจักรภพ ฉันนึกสนุกและไปร่วมกับเขาด้วย ตอนนั้นเองที่ฉันได้รับการเสนอให้เข้าร่วมแข่งในทีมสปรินท์ของเมืองกลาสโกว์

ในการแข่งขันรายการใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ฉันปั่นแซงหน้าอดีตเจ้าเหรียญทองกีฬาเครือจักรภพของสกอตแลนด์และคว้าเหรียญทองมาครอง

ตอนนั้นเอง ฉันได้มีโอกาสไปอิหร่าน พอมองย้อนกลับมา ตอนนั้นยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับฉัน แต่มันมีอะไรดึงดูดไว้ เพราะฉันมีครอบครัวอยู่ที่นั่น

ที่กรุงเตหะราน พวกเขาขอให้ฉันลองเข้าร่วมการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติอิหร่าน และฉันก็ได้ข้อเสนอให้เข้าร่วมทีม ตอนนั้นฉันคิดว่า "นี่คือโอกาสที่จะได้มีความเชื่อมโยงกับประเทศนี้ และกับพ่อของฉัน" ฉันจึงตัดสินใจลงแข่งให้ทีมชาติอิหร่าน แทนที่จะรอคัดตัวลงแข่งกีฬาเครือจักรภพในนามทีมสกอตแลนด์

ฉันไม่เคยร่วมการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีมาก่อน แต่สิ่งที่ฉันพบเจอในอิหร่านมันเกินไปสำหรับฉัน ฉันเริ่มพูดต่อต้านสิ่งที่นักปั่นหญิงได้รับการปฏิบัติ

คำบรรยายภาพ อิสเบล ขณะปั่นจักรยานไปในที่ราบสูงอันเวิ้งว้างของโบลิเวีย

พวกเราต้องฝึกซ้อมโดยสวมฮิญาบในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวมาก ผู้หญิงจะถูกยึดโทรศัพท์มือถือไปในขณะที่พวกผู้ชายไม่ต้อง พวกเขาบอกฉันว่าที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้ผู้หญิงวอกแวก และส่งข้อความหาผู้ชาย

ฉันพูดต่อต้านการเลือกปฏิบัติและการข่มเหงรังแก แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ฉันจึงออกมาในที่สุด

ฉันบินจากเตหะรานไปตุรกี และได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานท่องเที่ยวคราวละหลาย ๆ เดือนโดยบังเอิญ

ฉันรู้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่ฉันจะทำ

ฉันบินกลับสกอตแลนด์ ขายทรัพย์สินที่มีอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วออกเดินทาง จากนั้นฉันบินไปเมืองนีซของฝรั่งเศส แล้วเริ่มต้นการปั่นจักรยานรอบโลก

คำบรรยายภาพ อิสเบล ได้ปั่นจักรยานท่องเที่ยวตามลำพังใน 20 ประเทศทั่วโลก

ลูซี่

มันคือที่ตุรกี ตอนปั่นจักรยานไปตามทะเลมาร์มารา ที่ฉันได้พบกับ "ลูซี่" ฉันเห็นหมาขนสีน้ำตาลอ่อนตัวหนึ่งวิ่งกวดล้อหลังจักรยานฉัน ตอนนั้นฉันพยายามปั่นหนี แต่มันก็วิ่งไล่ตาม ฉันไม่มีแผนจะหยุด ฉันกำลังปั่นจักรยานรอบโลก แล้วฉันจะมายุ่งอะไรกับหมาข้างถนนตัวนี้

เจ้าลูซี่พยายามวิ่งให้ทันฉัน รูปร่างของมันดูไม่สมบูรณ์ หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ฉันคิดว่า "นี่มันไม่ใช่แล้วอิสเบล" แล้วฉันก็เบรกรถ

ลูซี่ตามฉันจนทัน ล้มตัวลงกับพื้นห่างออกไปประมาณ 1 เมตร ฉันยื่นมือออกไปแต่มันพยายามรักษาระยะห่าง

ฉันหาที่ตั้งแคมป์แถวนั้น โดยที่ลูซี่ตามมาด้วย

วันต่อมาฉันวางแผนจะพาลูซี่กลับไปส่งที่หมู่บ้านของมัน แต่มันกลับถูกหมากลุ่มหนึ่งรุมกัด

พอเห็นหมา 4 ตัว และปฏิกิริยาที่ลูซี่แสดงออกมา มันก็ทำให้ฉันหวนกลับไปคิดถึงตัวเองตอนอายุ 16 ปี ลูซี่ไม่ได้วิ่งหนีหรือพยายามต่อสู้

ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ปล่อยให้คนอื่นทำร้ายฉัน

ทุกอย่างกลายเป็นภาพเบลอ ฉันทิ้งจักรยาน กรีดร้องและไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาไล่ตะเพิดหมาพวกนั้นไป

ฉันถอยหลังออกมาไม่กี่ก้าวแล้วเริ่มร้องไห้โฮให้กับลูซี่ แต่ที่จริงมันเป็นการร้องไห้ให้กับตัวเองมากกว่า ฉันใช้ชีวิตโดยที่ปิดกั้นความรู้สึกทุกอย่าง และนาทีนั้นก็เป็นตอนที่ฉันได้ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

คำบรรยายภาพ เพื่อนแท้ผู้ช่วยฉุดอิสเบลขึ้นจากฝันร้ายในวัยเด็ก

ฉันตั้งปณิธานจะช่วยลูซี่ให้ปลอดภัย เพราะฉันรู้ว่าชีวิตที่ไม่ปลอดภัยมันเป็นอย่างไร

การเดินทางครั้งนั้น ทำให้บางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ความเข้มแข็ง และการเห็นคุณค่าในตัวเองมาพร้อมกับหมาตัวนี้ ฉันได้เปลี่ยนไป ฉันไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป ฉันได้แต่คิดว่า "ฉันปกป้องหมาตัวนี้ได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ฉันยังปกป้องตัวเองไม่ได้"

ฉันรู้ว่าฉันต้องเริ่มรักตัวเอง ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ฉันเลียนแบบเวลาที่ฉันดูแลลูซี่ ทำให้แน่ใจว่ามันปลอดภัย และได้รับการปกป้องคุ้มครอง มันได้กินอาหารดี ๆ และในที่สุดมันกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติสำหรับฉันที่จะเป็นแบบนี้

ลูซี่ทำให้ฉันได้สัมผัสกับความรักที่ไม่มีเงื่อนไขเป็นครั้งแรกในชีวิต มันพลิกชีวิตของฉัน

ความคิดทั้งหมดของฉันมันบิดเบี้ยวไปตามทุกสิ่งที่ฉันถูกทำให้เข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง มันเหมือนกับฉันได้ตื่นขึ้น ฉันรู้สึกช็อก ฉันจำได้ว่าลูซี่อยู่ที่ด้านนอกเต็นท์ แล้วฉันนั่งอยู่โดยที่ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันได้ผ่านชีวิตแบบนี้ ฉันเพิ่งคิดได้ตอนนั้นว่า "ว้าว อิสเบล สิ่งที่เธอทำมันน่าทึ่งมาก" ก่อนหน้านั้น ฉันไม่เคยรู้สึกภูมิใจในตัวเองเลย

ฉันสัญญากับลูซี่ว่า ฉันจะช่วยเพื่อนตัวอื่น ๆ แบบลูซี่ ให้หมด

หมาตัวหนึ่ง หมาข้างถนน ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตฉัน คงพูดได้ว่าลูซี่ทำในสิ่งที่แทบจะไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้ มันช่วยชีวิตฉันไว้


บอกเล่าเรื่องราวผ่าน โอลิเวีย แลง

หนังสือของอิสเบล เรื่อง Me, My Bike and a Street Dog Called Lucyตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักรโดยสำนักพิมพ์ Bradt Travel ส่วนเวอร์ชันในสหรัฐฯ มีชื่อเรื่องว่า Saving Lucy ตีพิมพ์ โดย VeloPress

อิสเบล เขียนบล็อกบันทึกการเดินทางของเธอที่ worldbikegirl.com และ ishbelholmes.com

ภาพวาดประกอบโดย เคที ฮอริช

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม