Game of Thrones: ตัวละครหญิงมีบทพูดมากน้อยเพียงใด

  • 23 พฤษภาคม 2019

*คำเตือน: บทความนี้มีการเปิดเผยเรื่องราวบางอย่างในซีรีส์ แต่ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาในตอนอวสาน

Brienne of Tarth, Daenerys Targaryen, Cersei Lannister, Sansa Stark Image copyright HBO/Sky Atlantic

ข้อมูลใหม่ที่ โครงการ 100 Women ของบีบีซีได้รับบ่งชี้ว่า ตัวละครหญิงในซีรีส์ยอดฮิต "เกม ออฟ โธรนส์" (Game of Thrones - GoT) มีบทพูดน้อยกว่าตัวละครชายกว่าถึง 3 เท่า

แม้ว่าซีรีส์แนวแฟนตาซีของช่อง HBO จะอวสานลงแล้วในสัปดาห์นี้ หลังจากฉายมายาวนานถึง 8 ซีซัน แต่การถกเถียงถึงประเด็นความเท่าเทียมในการปรากฏตัวของตัวละครหญิงในเรื่องยังคงดำเนินต่อไป

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Ceretai บ่งชี้ว่า ในทั้ง 8 ซีซัน ตัวละครชายมีบทพูดคิดเป็นสัดส่วนราว 75% ของช่วงเวลาที่มีบทพูดทั้งหมดในซีรีส์เรื่องนี้

ระยะเวลาที่ตัวละครหญิงมีบทพูดยังมีความแตกต่างกันไปในแต่ละซีซัน เริ่มด้วยสัดส่วน 1 ใน 4 ในซีซันแรก แล้วเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1 ใน 3 ในซีซันที่ 7

อย่างไรก็ตาม ในซีซันสุดท้าย ซึ่งผู้ชมได้เห็นตัวละครหญิงก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในเนื้อเรื่องนั้น กลับมีระยะเวลาการพูดของตัวละครหญิงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับทุกซีซันที่ผ่านมา

ข้อมูลที่รวบรวมโดย Ceretai บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติสวีเดนที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์ความหลากหลายในวัฒนธรรมสมัยนิยม (pop culture) บ่งชี้ว่า ระยะเวลาที่ตัวละครชาย-หญิงใน GoT พูดในเรื่องนั้น ถือได้ว่าห่างไกลจากความเท่าเทียม

น.ส.ลิซา ฮัมเบิร์ก ผู้ร่วมก่อนตั้ง Ceretai บอกกับบีบีซีว่า ได้ทำการวิเคราะห์ เกม ออฟ โธรนส์ เพราะอยากให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าในการที่ผู้หญิงถูกนำเสนอผ่านทางสื่อมวลชน

"เราไม่ได้ทำสิ่งนี้เพราะต้องการให้ผู้คนหยุดดูซีรีส์ฮิตเรื่องนี้ แต่ต้องการทำให้พวกเขาได้ตระหนักถึงการนำเสนอภาพชายหญิงที่ไม่เท่าเทียมกันในสังคม" เธอกล่าว

ทีมวิจัย คาดหวังว่าจะได้เห็นระยะเวลาการพูดของตัวละครหญิงในเรื่องที่ราว 30% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของงานวิจัยของ USC Annenberg สถาบันด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ที่ศึกษาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงในภาพยนตร์ยอดนิยม 900 เรื่อง

สัดส่วนบทพูดสูงสุดของตัวละครหญิงใน GoT คือในตอนที่ 5 ของซีซันที่ 4 ที่มีช่อตอนว่า First of His Name

เนื้อหาในตอนนี้ ทำให้ตัวละครเอกที่เป็นผู้หญิงในเรื่องอย่าง เซอร์ซี่ แลนนิสเตอร์ และ เดแนริส ทาร์แกเรียน มีบทพูดยาวเกือบเท่าตัวละครผู้ชาย

ส่วนตอนที่มีสถิติแย่ที่สุดก็คือ ตอนที่ 7 ของซีซันที่ 1 ที่มีชื่อตอนว่า You Win or You Die ซึ่งมีตัวละครหญิงพูดคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 6 ของบทพูดทั้งหมด

ในตอนนี้ยังมีฉากที่ทำให้เกิดการบัญญัติศัพท์คำว่า "sexposition" ซึ่งหมายถึงการใช้ "ฉากเลิฟซีน" มาอธิบายพล็อตเรื่องและแรงจูงใจของตัวละครที่มีความซับซ้อน

Image copyright HBO/Sky Atlantic

ความหลากหลายดูเหมือนจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงกลางของซีรีส์ และในซีซันที่ 7 ก็มีตอนที่สัดส่วนการพูดของตัวละครหญิงสูงที่สุดตอนหนึ่ง คือราว 1 ใน 3

แต่ผลการวิเคราะห์พบว่า ในซีซันสุดท้ายของ GoT กลับมีสัดส่วนเฉลี่ยดังกล่าวในระดับต่ำที่สุด คือ 1 ใน 5 ของระยะเวลาการพูดของตัวละครทั้งหมด

โดยในตอนที่ 4 ของซีซันสุดท้ายที่มีชื่อตอนว่า The Last of the Starks นั้นระยะเวลาการพูดของตัวละครหญิงมีไม่ถึง 20%

Image copyright HBO/Sky Atlantic

และในตอนอวสานที่ออกอากาศในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 พ.ค.)ตามเวลาในสหรัฐฯ ก็จะสัดส่วนดังกล่าวคือ ตัวละครชาย 80% และตัวละครหญิงเพียง 20% ซึ่งเป็นหนึ่งในตอนที่มีสถิติต่ำสุดของซีรีส์เรื่องนี้

เห็นแต่ไม่ได้ยิน

ข้อมูลที่พบครั้งนี้อาจสร้างความประหลาดใจให้แฟน GoT เพราะในซีซันสุดท้ายนั้นตัวละครหญิงได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทในเรื่องอย่างมาก ตั้งแต่ เดแนริส ไปจนถึง อาร์ยา ซึ่งเรื่องราวการต่อสู้ และความอาฆาตพยาบาทของพวกเธอคือพล็อตหลักในเรื่อง

ดร.สเตฟานี เกนซ์ อาจารย์ด้านสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮมเทรนต์ ในอังกฤษ ระบุว่า การปรากฏตัวในฉากของตัวละครหญิงในเรื่องนี้ไม่อาจบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด

"ผู้คนเข้าใจผิดในเรื่องนี้ โดยคิดว่าเพราะผู้หญิงปรากฏตัวในฉากมาก จะแสดงถึงความเสมอภาคระหว่างตัวละครชายและหญิง ซึ่งไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป"

ดร.เกนซ์ ชี้ว่า ในช่วงแรก ๆ ของซีรีส์ ตัวละครหญิงมัก "สื่อสารด้วยร่างกาย" ทำให้ "ผู้ชมไม่ทันได้สังเกตว่าพวกเธอพูดน้อยเพียงใด...มันคือการยืนยันที่เราทราบกันดีอยู่แล้วในสังคม ว่าเสียงของผู้หญิงถูกนำเสนอน้อยกว่าผู้ชาย"

Image copyright HBO/Sky Atlantic

นอกจากนี้ GoT ยังถูกวิจารณ์ว่า นำเสนอตัวละครหญิงทางด้านเพศมากเกินไป อีกทั้งยังเต็มไปด้วยฉากความรุนแรงต่อผู้หญิง

ที่ผ่านมา นักแสดงชายบางคนในเรื่องเคยออกมาพูดปกป้องซีรีส์เรื่องนี้ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเหยียดเพศหญิง พร้อมชี้ว่า "ตัวละครหลักในซีซันสุดท้ายนี้ล้วนเป็นผู้หญิง"

GoT เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหนังโดยรวม

ข้อมูลจากกงานวิจัยก่อนหน้านี้ของ ฮานาห์ แอนเดอร์สัน นักพัฒนาซอฟต์แวร์ บ่งชี้ว่า มีความแตกต่างมากในเรื่องจำนวนคำพูดที่ตัวละครชายและหญิงได้พูดในเรื่อง

จากการวิเคราะห์บทภาพยนตร์ราว 2,000 เรื่อง พบว่า 3 ใน 4 มีบทพูดของตัวละครชายกว่า 60%

การวิเคราะห์ของโครงการ 100 Women ของบีบีซี ก็บ่งชี้ว่า ไม่ถึงครึ่งของภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ ผ่านเกณฑ์ปกติที่วัดสัดส่วนของผู้หญิงที่ปรากฏในจอ ที่เรียกว่า "เกณฑ์การทดสอบเบ็กเดิล" (Bechdel Test) ซึ่งกำหนดให้ภาพยนตร์จะต้องมีตัวละครผู้หญิงที่มีชื่ออย่างน้อย 2 ตัว และตัวละครผู้หญิงที่มีชื่อต้องคุยกันเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องผู้ชาย

บทพูดน้อยกว่า เวลาหน้าจอน้อยกว่า?

การวิเคราะห์โดย Looker บริษัทซอฟต์แวร์ในสหรัฐฯ พบว่า จำนวนบรรทัดของบทพูดระหว่างตัวละครชายและหญิงใน GoT ก็ไม่เท่ากัน

นักวิเคราะห์ได้แบ่งตัวละครหญิง 15 ตัว และตัวละครชาย 15 ตัว จากซีซัน 1-7 เพื่อจัดลำดับตัวละครที่มีจำนวนบรรทัดของบทพูดมากที่สุด และพบว่า ตัวละครชายมีจำนวนบรรทัดของบทพูดมากกว่าตัวละครหญิง 29%

โดย ทีเรียน แลนนิสเตอร์ มีบทพูดมากที่สุดคือกว่า 1,300 บรรทัด มากกว่า เซอร์ซี่ แลนนิสเตอร์ ตัวละครหญิงที่มีบทพูดมากที่สุดอยู่ถึง 32%

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่า ตัวละครที่มีบทพูดมากที่สุดอันดับ 1-15 นั้น มีตัวละครชายรวมอยู่ด้วยถึง 9 ตัว และแม้แต่ตัวละครชายที่ตายไปแล้วยังมีบทพูดมากกว่าตัวละครหญิงที่ยังมีชีวิตอยู่บางคน

นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ของบริษัท Looker ยังแสดงให้เห็นว่า เวลาการปรากฏตัวหน้าจอของตัวละครชายทั้งหมดมีมากกว่าตัวละครหญิงราว 15%

ข้อมูลการวิเคราะห์ของ Looker ยังเผยให้เห็นว่า บทพูดของตัวละครชายมักเป็นคำเกี่ยวกับเพศชาย เช่น ผู้ชาย (men, man) กษัตริย์ (King) และลอร์ด (Lord) ในขณะที่บทของตัวละครหญิงมักใช้คำว่า ความรัก (love) ไปซะ (leave) ได้โปรด (please) สามี (husband) และเจ้านาย (master)

Image copyright HBO/Sky Atlantic

บีบีซีได้ติดต่อไปยัง HBO เพื่อขอให้แสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับมา

น.ส.ฮัมเบิร์ก บอกว่า แม้ เกม ออฟ โธรนส์ จะเป็นเพียงซีรีส์จอแก้ว ไม่ใช่โลกแห่งความจริง แต่มันก็บ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าในวัฒนธรรมสมัยนิยม

"เราได้ตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับบทบาทที่ผู้หญิงได้แสดงในภาพยนตร์ แต่หากเรามีตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งทว่าไม่ได้รับบทพูด เรากำลังล้มเหลว"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง