พบวัตถุปริศนาเจาะทะลุทางช้างเผือกจนเป็นรูโหว่

  • 2 มิถุนายน 2019
ธารดาวฤกษ์ Image copyright GETTY IMAGES

ธารดาวฤกษ์ (Stellar stream) หรือกระแสของกลุ่มดาวฤกษ์ที่ไหลติดต่อกันเหมือนสายน้ำรอบกาแล็กซีทางช้างเผือก ไม่ได้เคลื่อนที่เป็นสายต่อเนื่องกันอีกแล้ว เนื่องจากพบรูโหว่คล้ายถูกยิงด้วยกระสุนยักษ์หลายรู ซึ่งยังคงเป็นปริศนาว่าช่องโหว่ในธารดาวฤกษ์นี้เกิดขึ้นจากอะไรกันแน่

ดร. แอนา โบนาคา นักวิจัยจากศูนย์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนเพื่อฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (CfA) ของสหรัฐฯ นำเสนอการค้นพบดังกล่าวในที่ประชุมของสมาคมฟิสิกส์อเมริกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ดร. โบนาคาระบุว่า ระหว่างการใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศกายอา (GAIA) ทำแผนที่ดาราจักร ก็ได้พบว่าธารดาวฤกษ์ GD-1 มีรูโหว่ลักษณะประหลาด คล้ายกับว่ามีวัตถุลึกลับมวลมหาศาลซึ่งมีแรงโน้มถ่วงอันทรงพลัง สามารถพุ่งชนเอาชนะแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซีทางช้างเผือก จนเจาะทะลุธารดาวฤกษ์ออกไปได้

แม้จะใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ทรงประสิทธิภาพเข้าช่วย แต่นักดาราศาสตร์ก็ยังไม่สามารถจะไขปริศนาได้ว่าวัตถุอวกาศลึกลับนี้คืออะไรกันแน่ เพราะไม่พบวัตถุส่องสว่างหรือวัตถุที่สะท้อนแสงจนกล้องโทรทรรศน์ตรวจจับได้ เคลื่อนตัวออกไปจากกาแล็กซีทางช้างเผือกในวิถีที่ตรงกับแนวของ "รูกระสุน"ดังกล่าว

หากจะสันนิษฐานว่าต้นเหตุของรอยโหว่ยักษ์คือดาวฤกษ์ที่โคจรอย่างโดดเดี่ยวเร่ร่อนไปในห้วงอวกาศ ดาวประเภทนี้ก็มีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะทำให้เกิดรูโหว่แบบในธารดาวฤกษ์ GD-1 ซึ่งต้องอาศัยวัตถุมวลมหาศาลนับล้านเท่าของดวงอาทิตย์ทำให้เกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้น

Image copyright NASA/ESA/HUBBLE
คำบรรยายภาพ ภาพกระจุกดาราจักร CL0024+17 จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล แสดงให้เห็นร่องรอยที่คาดว่าเป็นวงแหวนของสสารมืด

หลุมดำมวลยิ่งยวดเป็นอีกตัวการหนึ่งที่น่าสงสัย แต่หลุมดำประเภทนี้มีอยู่แต่ที่แถบใจกลางดาราจักรซึ่งอยู่ห่างไกลจากธารดาวฤกษ์อย่างมาก ทั้งยังไม่พบหลักฐานว่ามีหลุมดำมวลยิ่งยวดในกาแล็กซีทางช้างเผือกที่ชนหรือรวมตัวเข้าด้วยกัน จนทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงต่อธารดาวฤกษ์ในขณะนี้

ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับ ดร.โบนาคา ก็คือสสารมืด (Dark matter) ซึ่งมีมวลมหาศาลและไม่สามารถจะมองเห็นได้ "ก้อนสสารมืดอาจพุ่งชนธารดาวฤกษ์ แต่เราก็ยังไม่อาจจะด่วนสรุปลงไปอย่างแน่นอนได้ ที่แน่ ๆ คือมีกระสุนยักษ์ของวัตถุความหนาแน่นสูงเจาะทะลุทางช้างเผือกออกไป"

สสารมืดและพลังงานมืดคือองค์ประกอบส่วนใหญ่ 95% ของจักรวาล แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถตรวจจับสสารมืดโดยตรงได้ ทราบแต่ว่าสสารมืดมีแรงโน้มถ่วงอันทรงพลัง แต่ไม่สู้จะเคลื่อนที่ย้ายตำแหน่งมากนัก รวมทั้งไม่ตอบสนองหรือมีปฏิสัมพันธ์กับแสง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม