หน้าร้อน : ครีษมายัน วันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีของซีกโลกเหนือ

  • 21 มิถุนายน 2019
Visitors celebrate summer solstice and the dawn of the longest day of the year at Stonehenge on June 21, 2019 in Amesbury, England. Image copyright Getty Images

วันนี้ (21 มิ.ย.) เป็นวันครีษมายัน (Summer Solstice) ซึ่งเป็นวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีของซีกโลกเหนือ

ในวันนี้ที่อังกฤษดวงอาทิตย์ขึ้นที่เวลา 4.43 น. และจะตกเวลา 21.21น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีเวลาช่วงกลางวันที่มีแสงจากดวงอาทิตย์ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง 38 นาที ในขณะที่หมู่เกาะสวาลบาร์ด ส่วนหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของโลกนั้นจะมีแสงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย.-ส.ค.

ส่วนประเทศไทย วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 5.51 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18.47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้า 12 ชั่วโมง 56 นาที (เวลากรุงเทพฯ)

ครีษมายัน คืออะไร

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ ในวันนี้ที่อังกฤษจะมีเวลาช่วงกลางวันที่มีแสงจากดวงอาทิตย์ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง 38 นาที

ครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกโดยเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศในแถบซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศในซีกโลกใต้

ครีษมายันมีความสำคัญหลายประการทางซีกโลกเหนือ เพราะนอกจากจะเป็นวันแรกของฤดูร้อนแล้ว วันนี้ยังมีความสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของการเพาะปลูกพืช การเก็บเกี่ยว และความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

ในแต่ละปีมีการเฉลิมฉลองวันครีษมายันในหลายประเทศทั่วโลก โดยในอังกฤษนั้น วันนี้มีผู้คนราว 10,000 คนไปรวมตัวกันที่อนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ สโตนเฮนจ์ เพื่อชมแสงแรกของวันเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า และร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับวันแรกของฤดูร้อน โดยเชื่อกันว่าพิธีกรรมฉลองวันครีษมายันที่สโตนเฮนจ์มีมายาวนานหลายพันปีแล้ว

Image copyright Getty Images
Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เชื่อกันว่าพิธีกรรมฉลองวันครีษมายันที่สโตนเฮนจ์มีมายาวนานหลายพันปีแล้ว

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า วันครีษมายัน หมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงจุดหยุด หรือจุดสุดทางเหนือ

ในแต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏในตำแหน่งต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา ตั้งแต่เดือน มี.ค. ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปทางเหนือเรื่อย ๆ และหยุดที่จุดเหนือสุดในวันที่ 21 มิ.ย. จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนลงมาทางใต้ ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด จึงมีช่วงเวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี

Image copyright Getty Images
Image copyright PA

นายศุภฤกษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในหนึ่งปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โลกจึงมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือน ม.ค. (147 ล้านกิโลเมตร) และช่วงไกลที่สุดประมาณต้นเดือนก.ค. (ระยะห่างเฉลี่ย 152 ล้านกิโลเมตร)

เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก จึงไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใด

แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกจึงรับแสงอาทิตย์ได้ในปริมาณไม่เท่ากัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก จะสังเกตได้ว่า ในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม